การสร้างสรรค์หลักสูตรสมรรถนะบุคลากรและผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวขนาดย่อมผ่านการมีส่วนร่วมสร้างคุณค่าจากการฝึกอบรม โดยใช้หลักเศรษฐกิจพอเพียงอย่างยั่งยืน: กรณีศึกษากลุ่มจังหวัดภาคตะวันออก (ชลบุรี ระยอง จันทบุรี ตราด)
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
งานวิจัยเรื่องนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างการมีส่วนร่วมสร้างคุณค่าจากการฝึกอบรมสมรรถนะบุคลากรและผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวขนาดย่อม โดยใช้หลักเศรษฐกิจพอเพียงอย่างยั่งยืน ใน 4 จังหวัด ได้แก่ ชลบุรี ตราด ระยอง จันทบุรี และเพื่อสร้างสรรค์หลักสูตรสมรรถนะบุคลากรและผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวขนาดย่อม โดยมีการเก็บรวบรวมข้อมูลทั้งเชิงคุณภาพและเชิงปริมาณร่วมกับการฝึกอบเชิงปฏิบัติการกับผู้ประกอบการธุรกิจและผู้ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจการท่องเที่ยวขนาดย่อม ชาวประมง เกษตรกร และชุมชนที่สนใจเป็นผู้ประกอบการ จังหวัดละ 72 คน รวม 4 จังหวัด เป็น 288 คน เพื่อสำรวจความต้องการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ เพื่อนำไปสร้างหลักสูตร โดยหลักสูตรจะได้รับการตรวจสอบคุณภาพจากผู้ทรงคุณวุฒิจำนวน 10 คน และนำมาปรับปรุงคุณภาพ แล้วจึงนำไปอบรมกับผู้เข้ารับการอบรมจังหวัดละ 50 คน รวม 4 จังหวัด เป็น 200 คน โดยมีรายละเอียด ดังนี้ หลักสูตรการศึกษาความเป็นไปได้เชิงธุรกิจ และหลักสูตรการสร้างแผนธุรกิจ โดยผู้เข้ารับการอบรมจะได้รับความรู้ สามารถค้นหาโอกาสจากการประกอบธุรกิจการท่องเที่ยวใหม่/ผลิตภัณฑ์ใหม่สามารถศึกษาความเป็นไปได้ของธุรกิจด้านต่างๆ ว่าจะสามารถผลิตสินค้าหรือบริการใด เพื่อลูกค้ากลุ่มใด และมีวิธีการอย่างไรให้ธุรกิจประสบความสำเร็จอย่างยั่งยืน จากนั้นจึงดำเนินการสร้างแผนธุรกิจ เพื่อบุกเบิกการประกอบการธุรกิจขนาดย่อม ทั้งนี้จะใช้กรณีศึกษาเพื่อเป็นแนวทางในการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ ดังนี้ (1) ชลบุรี (ชุมชนบางเสร่ อ.สัตหีบ) ธุรกิจล่องเรือชมระบบนิเวศชายฝั่งและวิถีชีวิตชาวประมง และธุรกิจจักรยานเชิงนิเวศชมธรรมชาติเลียบหาดบางเสร่ และวิถีชีวิตชุมชน (2) จังหวัดตราด (ชุมชนสลักเพชร อ.เกาะช้าง) พัฒนาสวนเกษตรให้เป็นสวนเกษตรเชิงท่องเที่ยวบูรณาการ (3) จังหวัดระยอง (ชุมชนปากน้ำประแส อ.แกลง) การสาธิตการเรียนรู้การทำอาหารจากการนำวัตถุดิบในท้องถิ่นมาทำอาหารและจำหน่ายให้กับนักท่องเที่ยว โดยทำข้าวเกรียบจากใบขลู่ (4) จังหวัดจันทบุรี (ชุมชนตะปอน อ.ขลุง)การสาธิตการเรียนรู้การทำอาหารจากการนำวัตถุดิบในท้องถิ่นมาทำอาหารและจำหน่ายให้กับนักท่องเที่ยว โดยการทำหมูเส้นชะมวง อีกทั้งใช้หลักสูตรนวัตกรรมการท่องเที่ยว นวัตกรรมการตลาดและการตลาดดิจิทัล เพื่อบุกเบิกการประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวขนาดย่อม ทั้งนี้จะช่วยให้ผู้เข้ารับการอบรม ฝึกสร้างสรรค์นวัตกรรมการท่องเที่ยว นวัตกรรมการตลาด รวมทั้งฝึกปฏิบัติการสร้างสรรค์การตลาดดิจิทัล โดยใช้กรณีศึกษาต่างๆ ดังนี้ (1) จังหวัดชลบุรี ได้แก่ นวัตกรรมการสร้างเครือข่ายทางการตลาดใหม่ในเรื่อง ธนาคารปู ธนาคารบุญ: ศูนย์การเรียนรู้เพาะพันธุ์ปูไข่นอกกระดอง นวัตกรรมการสร้างตราแหล่งท่องเที่ยวใหม่ ภายใต้ชื่อ ถนนสายอาหารทะเลริมหาดและสะพาน และ นวัตกรรมการสร้างตราสำหรับอาหารทะเลสด/แปรรูป สด สุด แซ่บ (2) จังหวัดตราด ได้แก่ การสร้างสรรค์นวัตกรรมการท่องเที่ยวเชิงนิเวศทางทะเล-เกาะ ชุมชนสลักเพชร และ การสร้างสรรค์นวัตกรรมตลาดชุมชนชาวประมง เพื่อชม ชิม ช็อป แชร์ @ สะพานปากอ่าวสลักเพชรด้านใน ทั้งนี้ผลการประเมินการนำความรู้/ความสามารถจากการฝึกอบรมไปปฏิบัติได้ทั้ง 3 หลักสูตร อยู่ในระดับมาก รวมทั้งจากการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการแบบกลุ่ม ได้นำความรู้ทั้ง 3 หลักสูตร ไปประยุกต์ใช้ในแนวโน้มการปฏิบัติในชุมชนได้หลายธุรกิจ