การควบคุมการสูญเสียปุ๋ยยูเรียโดยการเคลือบสารไบโอพอลิเมอร์
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
ไน โตรเจนเป็นธาตุที่สำคัญที่สุดสำหรับพืช แต่มากกว่า 60% ของธาตุใน โตรเจนมีการสูญเสีย ในระหว่างการใช้งานของเกษตรกร การใช้ไบโอพอลิเมอร์นำมาเป็นวัสดุเดลือบปุยได้รู้จักแพร่หลาย ในการศึกษาทงการเกษตรมาเป็นเวลาหลายปี และมีความพยายามที่จะนำมาใช้เป็นสารควบคุมการละลาย ของปุย การศึกษาในครั้งนี้มิวัตถุประสงค์เพื่อลคการสูญเสียธาตุในโตรเจนจากปุยยูเริยโคยการเดลือบ สารไบโอพอสิเมอร์ 2 ชนิดซึ้งแตกต่างกัน คือ สารโพลิไวนิลแฮลกอฮอล์ (PVA) และ โพลีไวนิลไพ โรสิ โคน (PVP) การเคลือบสาร PVAแล: PVP สามรถทำได้โดยการนสารละลายลงบนเม็ดปุ๋ยยูเรียในเครื่องหมุน จากการศึกษาการปลดปล่อยของปุยยูเริยหลังการเคลือบ (EU;) โดยใช้กฎของฟิกซ์ (Ficks Lav) ซึ้งเป็น สมการทงคณิตศาสตร์เพื่ออธิบายพฤติกรรมการปลคปถ่อยของยูเริย โดยค่า ห มีค่าอยู่ระหว่าง 0.5 ถึง 1.0 หมายถึงการปลคปล่อยเป็นแบบ xo:-Fickian diffusion วัสดุเคลือบทั้ง PVA และ PVP ถูกนำมาใช้ใน อ้ ต ราส่ วน 2:0 (EUF1), 1:0 (EUF2), 1:0.25 (EUF3), 1:0.5 (EUF4), 1:1 (EUF5), และ 1:2 (EUF6) ตาม น้ำหนัก ผลการทคลองพบว่าค่า x มีค่าระหว่าง 0.86-0.98 แสดงถึงเป็นการปลคปล่อยเป็นแบบ strong t0z- Fickian diffusion ในขณะที่ปุยยูเริยที่ไม่ถูกเคลือบมีคำ , เท่กับ 0.70 สรุปได้ว่าปุยยูเรียเคลือบทุกสูตรมีการ ปลดปล่อยธาตุอาหารได้เป็นเวลานานกว่าปุ๋ยูเรียที่ไม่เคลื่อบ ผลจากการศึกษาลักษณะทางสัญฐานวิทยา โดยใช้กลื้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอนแบบส่องกราค (SEM1) พบว่า ลักษณะของวัสดุที่เคลือบผิวมีมากกว่าหนึ่ง แบบ ได้แก่ ลักษณะแผ่น เข็ม และก้อน จากการศึกษาหมู่พัน ธะเคมิของตัวอย่างปุ๋ยเคลือบ โคยใช้เครื่อง FL-R พบว่า ช่วงความยาวคลื่นของปุยเริยที่ถูกเคลือบใกล้เดียงกับปุ๋ยยูเริยที่ ไม่ถูกเคลือบ เนื่องมาจาก ปริมาณของวัสดุเคลือบมีปริมาณน้อยกว่าตัวปุ้ยยูเริยที่ถูกเคลือบ จากแบบจำลองทางคนิตศาสตร์กฎของฟิกซ์ พบว่า ปุ้ยเคลือบสูตร EUF2 และ EUF3 แสดงค่า n ที่สูงที่สุด จึงนำมาทดสอบการเจริญเติบ โตของพืชโดยเปรียบเทียบกับ EUF6 ซึ่งแสคงค่า " น้อยที่สุด โดย วางแผนการทคลองปลูกแบบสุ่มอย่างสมบูร ณ์ ในเรือนปลูกพืช โดยใช้ผักคะน้ำ (Erazica albogiabra Bailey) เป็นพืชทคสอบ ผลสรุปได้ว่า EUF2 และ EUF3 ให้ค่น้ำหนักต้นสด น้ำหนักรากสด น้ำหนักต้น แห้ง และน้ำหนักรากแห้งสูงกว่าพืชที่ใช้ปุยยูเริยชนิดไม่เคลือบและชุดดควบคุม นอกจากนี้ยังพบว่ามีการ สะสมปริมาณไน โตรเจนที่สูงในพืชที่ใส่ปุ๋ยสูตร EUF2, EUF3, EUF6 และยูเริย ในขณะ# PVA, PVP และ ชุดควบคุมมิการสะสมไนโตรเจนปริมาณต่ำกว่า จึงสรุปได้ว่าปุ๋ยเคลือบสูต EUF2, EUT3 และ EUF6 สามารถพัฒนาผลผลิตทางการเกษตรได้เนื่องจากมิการสะสมปริมาณ ธาตุไนโตรเจนที่สูงหรือช่วยลคการ สูญเสียธาตุไนโตรเจนได้