การผลิตแก้วจากขี้เถ้าแกลบสำหรับใช้เป็นอัญมณีเทียม และเครื่อง ประดับ
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาปริมาณซิลิกาที่ใช้ในการเตรียมแก้วเถ้าแกลบ (แก้ว RHA) จากจังหวัดเพชรบุรี ประเทศไทย เพื่อพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับเทียมจากแก้วสี RHA ที่เผาไหม้ตามธรรมชาติถูกอบอ่อนที่ 400, 500, 600, 700, 800, 900 และ 1,000 องศาเซลเซียส และวิเคราะห์องค์ประกอบขององค์ประกอบต่างๆ ใน RHA โดยรังสีเอ็กซ์เรย์ฟลูออเรสเซนส์สเปกโตรมิเตอร์แบบกระจายพลังงาน การศึกษาความแข็งของ Al2O3, MgO, CaO และ ZrO2 ในตัวอย่างแก้ว RHA พบว่า CaO มีคุณสมบัติที่ดีที่สุดในการเพิ่มความแข็งของแก้ว สำหรับตัวอย่างแก้วสีเตรียมโดยใช้เทคนิคการหลอมเหลวโดยการปรับเปลี่ยนองค์ประกอบ Fe2O3, CoO, Cr2O3, CuO, MnO2 และ NiO ซึ่งเป็นไปตามสูตรแก้ว 54SiO2: 1Al2O3: 6.3CaO: 0.2Sb2O3: 13B2O3: 4.5BaO: 20Na2O: 1A ในหน่วยโมล % โดยที่ A คือประเภทขององค์ประกอบที่เพิ่มเข้ามาเพื่อทำให้เกิดสี นอกจากนี้ ตัวอย่างแก้วสีนำไปศึกษาวิเคราะห์คุณสมบัติความหนาแน่น ดรรชนีการหักเหของแสง และความแข็ง แก้วจากขี้เถ้าแกลบที่เติมธาตุโลหะทรานซิชั่นและธาตุหายาก หลังจากได้ทดลองเตรียมแก้วเพื่อใช้ในอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับ แล้วนำไปตัด แต่ง หรือเจียระไนให้เป็นรูปทรงตามที่ต้องการ หลังจากนั้นนำไปใส่ในเครื่องประดับตามสีต่างๆ ดังนี้ CuO (สีฟ้า), MnO2 (สีน้ำตาล), Cr2O3 (สีเขียว), CoO (สีน้ำเงิน) และ Er2O3 (สีชมพู).