กำลังโหลดข้อมูล…
Search for a command to run...
งานวิจัยนี้ศึกษาการน าของเหลือทิ้งที่เป็นฝุ่นจากรีเจนเนอเรเตอร์มาแทนที่วัตถุดิบในการหลอมแก้วที่ปริมาณร้อยละ 0 ถึง 10 โดยน้ าหนัก เพื่อหาปริมาณที่เหมาะสมที่สามารถลดพลังงานการหลอมแก้วและยังคงผลิตแก้วที่มีคุณภาพเทียบเท่าสูตรมาตรฐานของโรงงานอุตสาหกรรมแก้ว จากผลวิเคราะห์เฟสและองค์ประกอบทางเคมีด้วยเทคนิค XRF และ XRD พบว่าฝุ่นจากรีเจนเนอเรเตอร์มีองค์ประกอบทางเคมีหลัก คือ โซเดียมซัลเฟต การศึกษาผลของการเติมฝุ่นจากรีเจนเนอเรเตอร์ต่อปฏิกิริยาและพลังงานในช่วงการหลอมแก้ว ทดสอบด้วยการวิเคราะห์เชิงความร้อน (TG/DSC) จากผลการทดลองพบว่า การเติมฝุ่นจากรีเจนเนอเรเตอร์แทนที่วัตถุดิบในปริมาณร้อยละ 2 เป็นอัตราส่วนเหมาะสมส าหรับการแทนที่ในวัตถุดิบหลักในการหลอมแก้ว จ านวนฟองก๊าซที่เกิดขึ้นภายในแก้วลดลงต่ าสุดเมื่อเทียบกับสูตรมาตรฐาน นอกจากนี้สีแก้ว และค่าสัมประสิทธิ์การขยายตัวเชิงเส้นใกล้เคียงกับชิ้นงานของสูตรมาตรฐาน ในการใช้เถ้าชานอ้อยในการผลิตแก้ว การวิเคราะห์เฟสและองค์ประกอบทางเคมีของฝุ่นโดยการเลี้ยวเบนของรังสีเอกซ์ (XRD) และเทคนิคเอกซ์เรย์ฟลูออเรสเซนส์ (XRF) ระบุว่าเถ้าชานอ้อยประกอบด้วยซิลิกาเป็นองค์ประกอบหลัก จากการทดลองพบว่า ปริมาณเถ้าชานอ้อยที่เหมาะสมที่สุด คือร้อยละ 1.5 จากผลการวัดค่าสีตามระบบ CIE และการวัดไดลาโตเมทรีพบว่าไม่ส่งผลต่อสีแก้วและค่าสัมประสิทธิ์การขยายตัวทางความร้อนของแก้ว
เป้าหมายเมื่อจบโครงการ: 1 — 1. Basic principles observed and reported
เป้าหมายเมื่อจบโครงการ: 1 — 1. identifying problem and identifying societal readiness