กำลังโหลดข้อมูล…
Search for a command to run...
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาปริมาณซิลิกาที่เหมาะสมในการพัฒนาแก้วอุณหภูมิต่ำและปราศจากตะกั่วจากเศษแก้วที่เหลือทิ้งจากการบริโภคเพื่อพัฒนาเป็นอัญมณีเทียมและเครื่องประดับ ซึ่งการวิเคราะห์ลักษณะและองค์ประกอบของเศษแก้วดำเนินการด้วยเครื่องสเปกโตรมิเตอร์รังสีเอ็กซ์แบบกระจายพลังงาน พบว่าองค์ประกอบของธาตุมีปริมาณซิลิกา (SiO2 ) มากที่สุด เท่ากับ 74.878 % เมื่อทำการวิเคราะห์ลักษณะโครงสร้างทางผลึกของเศษแก้วด้วยเครื่องมือวิเคราะห์การเลี้ยวเบนรังสีเอ็กซ์ พบว่าแก้วมีโครงสร้างเป็นแบบอสัณฐาน (amorphous) หลังจากนั้นนำแก้วตัวอย่างเจือด้วยสารเคมีโลหะทรานซิชั่นที่ความเข้มข้นต่าง ๆ พบว่า แก้วที่เจือด้วย CuO มีสีโทนฟ้า แก้วที่เจือด้วย Fe2O3 มีสีโทนเหลือง แก้วที่เจือด้วย Cr2O3 มีสีโทนเขียว แก้วที่เจือด้วย MnO2 มีสีโทนม่วง แก้วที่เจือด้วย CoO มีสีโทนน้ำเงิน และแก้วตัวอย่างมีสีเข้มขึ้นตามปริมาณความเข้มข้นที่เจือลงไป หลังจากนั้นนำตัวอย่าง แก้วสีไปศึกษาวิเคราะห์คุณสมบัติความหนาแน่น ดรรชนีการหักเหของแสง ค่าการดูดกลืนแสง และวิเคราะห์ค่าสีในระบบ CIE L*a*b* ซึ่งพบว่าตัวอย่างแก้วสีมีค่าความหนาแน่น และดรรชนีการหักเหสูงขึ้นตามปริมาณความเข้มข้นของธาตุที่เจือลงไป