กำลังโหลดข้อมูล…
Search for a command to run...
งานวิจัยนี้ต้องการพัฒนาแก้วสีจากขี้เถ้าแกลบในโรงสีพื้นที่จังหวัดสุพรรณบุรี นำขี้เถ้าแกลบไปอบที่อุณหภูมิ 200 400 600 800 และ 1,000 องศาเซลเซียส พบว่าเมื่ออบที่อุณหภูมิสูงขึ้นปริมาณ SiO2 มีค่ามากขึ้น จากนั้นได้ออกแบบสูตรแก้วสีตามอัตราส่วน (40-x)SiO2 : 20B2O3 : 25Na2O : 15CaO : xA mol% เมื่อ A คือ ชนิดของสารให้สีที่เติม ได้แก่ CoO Cr2O3 CuO Fe2O3 MnO2 NiO และ Er2O3 เมื่อ x คือปริมาณความเข้มข้นของสารให้สีดังกล่าวในเนื้อแก้ว จากนั้นสารที่ถูกผสมในเบ้าอะลูมิน่าสูงไปหลอมในเตาไฟฟ้าที่อุณหภูมิ 1,200 องศาเซลเซียส ในบรรยากาศปรกติเป็นเวลา 3 ชั่วโมง เมื่อหลอมเป็นเนื้อเดียวกันแล้วจึงนำมาเทลงบนแม่พิมพ์แกรไฟต์เพื่อให้เย็นตัวอย่างรวดเร็ว และอบที่อุณหภูมิ 500 องศาเซลเซียส แล้วให้แก้วเย็วตัวจนถึงอุณหภูมิห้อง จากนั้นนำตัวอย่างแก้วสีไปวิเคราะห์ผล พบว่าแก้วตัวอย่างค่าความหนาแน่น ดัชนีหักเห มีค่าอยู่ระหว่าง 2.6060 ถึง 2.7548 กรัมต่อลูกบาศก์เซนติเมตร และ 1.5465 ถึง 1.5664 ตามลำดับ โดยตัวอย่างแก้วทั้งหมดมีค่าความแข็งอยู่ที่ 5.5 โมห์สเกล
เป้าหมายเมื่อจบโครงการ: 6 — 6. Representative of the deliverable demonstrated in relevant environments
เมื่อโครงการวิจัยนี้เสร็จสิ้น คณะผู้วิจัยคาดว่าน่าจะมีเทคโนโลยีที่ชัดเจน และมีผลิตภัณฑ์ออกจำหน่ายในระดับต้นแบบได้
ในขณะนี้ โครงการวิจัยมีความพร้อมในระดับปฏิบัติการระดับนึง แต่ยังจำเป็นต้องมีการพัฒนาและวิจัยเพิ่มเติม เนื่องจากขี้เถ้าแกลบที่ศึกษาเป็นแหล่งขี้เถ้าแกลบคนละแหล่ง ซึ่งจะมีลักษณะเฉพาะตัวและมีการดำเนินการ
เป้าหมายเมื่อจบโครงการ: 6 — 6. solution (s) demonstrated in relevant environment and in co-operation with relevant stakeholders to gain initial feedback on potential impact
เมื่อเสร็จสิ้นโครงการวิจัย คณะผู้วิจัยคาดว่าน่าจะมีระดับความพร้อมที่สูงขึ้นกว่าเดิมมาก เนื่องจากตามปกติแล้วแกลบและขยะขี้เถ้าจะถูกรวบรวมไว้ที่โรงสี และทำให้กลุ่มชุมชนเริ่มทำงานและกำหนดเป้าหมายของผลิตภัณฑ์ได้ดีขึ้น
ระดับความพร้อมทางสังคมที่มีในปัจจุบัน (Societal Readiness Levels : SRL) ของกลุ่มเกษตรกรและกลุ่มชุมชนที่ร่วมในการดำเนินงานวิจัยครั้งนี้มีความพร้อมสูงระดับนึง เนื่องจากมีกลุ่มโรงสี กลุ่มเกษตรกร และมีต้นทุนวัตถุดิบ คือ ขี้เถ้าแกลบเป็นจำนวนมาก โดยก่อนหน้าที่จะเสนอโครงการนี้ ทางคณะผู้วิจัยได้มีการประชุมหารือกับกลุ่มโรงสีและเกษตรกรแล้ว ณ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม เพื่อกำหนดแผนงานและเป้าหมายในโครงการวิจัย