กำลังโหลดข้อมูล…
Search for a command to run...
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ ดังนี้ 1) เพื่อประเมินและเตรียมความพร้อมของแหล่งท่องเที่ยวภูมิปัญญาราชินีแห่งไหมจังหวัดกาฬสินธุ์สู่การขับเคลื่อนให้เป็นเมืองหัตถกรรมโลก 2) เพื่อศึกษาแนวทางการพัฒนาเครือข่ายผ้าไหมแพรวาเพื่อขับเคลื่อนการท่องเที่ยวภูมิปัญญาราชินีแห่งสู่การขับเคลื่อนให้เป็นเมืองหัตถกรรมโลก 3) เพื่อศึกษาแนวทางและเตรียมความพร้อมภูมิปัญญาผ้าไหมแพรวาจังหวัดกาฬสินธุ์ตามเกณฑ์ WORLD CRAFTS COUNCIL – ASIA PACIFIC REGION an International Non-Profit Organization governed by Belgian Law และ 4) เพื่อการพัฒนาศักยภาพทางเศรษฐกิจจากการท่องเที่ยวเชิงมรดกวัฒนธรรมผ้าไหมแพรวาจังหวัดกาฬสินธุ์สู่การขับเคลื่อนให้เป็นเมืองหัตถกรรมโลก ประชากรและกลุ่มตัวอย่างคือ ช่างทอผ้าและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับแพรวา จังหวัดกาฬสินธุ์ เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยแบบประเมินและแบบสอบถาม สถิติที่ใช้ในงานวิจัยคือ สถิติเชิงพรรณนา ผลการวิจัยมีดังนี้ จากการประเมินและเตรียมความพร้อมของแหล่งท่องเที่ยวภูมิปัญญาราชินีแห่งไหมจังหวัดกาฬสินธุ์สู่การขับเคลื่อนให้เป็นเมืองหัตถกรรมโลก พบว่าพื้นที่มีความพร้อม 100% แน่นอน แต่ขึ้นอยู่กับว่าใครจะเป็นเจ้าภาพในการขับเคลื่อน เนื่องจากที่ผ่านมาเคยมีการผลักดันแล้ว พอเปลี่ยนผู้บริหารหลายองค์กร นโยบายก็เปลี่ยนไป อยากให้นักวิจัยเป็นผู้รวบรวมเริ่มต้นดังนี้ ประการแรก การเตรียมการขึ้นทะเบียนรายชื่อเป็น สู่การขับเคลื่อนให้เป็นเมืองหัตถกรรมโลก ถูกมองว่าเป็นแผนการท่องเที่ยวระยะสั้นเพื่อดึงดูดจำนวนผู้มาเยือน และสร้างรายได้สูงขึ้น ในระหว่างการขึ้นทะเบียนอาจช่วยให้มีผู้มาเยือนมากขึ้นหรือทำให้สถานที่ท่องเที่ยวแหล่งใกล้เคียง มีบทบาทเพิ่มมากขึ้น ประการที่สอง เมื่อพิจารณาถึงคุณค่าของแหล่งมรดกโลกแล้ว ไม่ว่าจะเป็นทางบวกหรือลบองค์ประกอบที่เกี่ยวข้องที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวการขยายพื้นที่ของแหล่งมรดกก็เป็นการสร้างแรงดึงดูดให้กับผู้คนมาเยือน ประการที่สาม ความสนใจในการวางแผนพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างจริงจังเป็นสิ่งที่จำเป็นมากจังหวัดจะมีความชัดเจนเกี่ยวกับแผนแม่บทการท่องเที่ยวที่การดำเนินงานยังไม่สมบูรณ์อีกหลายด้านและแหล่งท่องเที่วหลายแห่งเองในขณะนี้ก็ยังไม่มีแผนพัฒนาการท่องเที่ยว นอกจากนี้แผนแม่บทดังกล่าวตามแนวทางของแต่ละช่วงเวลา แต่กลับไม่มีการมีส่วนร่วมตลอดจนความร่วมมือจากผู้เกี่ยวข้องในท้องถิ่นเท่าที่ควร ซึ่งอาจเกิดจากคนในชุมชนและผู้เชี่ยวชาญที่มีพื้นฐานความรู้เกี่ยวกับแหล่งมรดกต่างกัน ตลอดจนอีกประเด็นที่สำคัญของแนวทางการพัฒนาเครือข่ายผ้าไหมแพรวาเพื่อขับเคลื่อนการท่องเที่ยวภูมิปัญญาราชินีแห่งสู่การขับเคลื่อนให้เป็นเมืองหัตถกรรมโลก คือเป้าหมายที่จะซึ่ง สนับสนุนให้กาฬสินธุ์ยกระดับประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการผลิตสินค้าและ บริการในภูมิภาคบนพื้นฐาน แนวคิดสร้างสรรค์และสร้าง นวัตกรรม รวมทั้งต่อยอดองค์ความรู้ให้สามารถสนับสนุนการสร้างมูลค่าในการปรับโครงสร้างภาคการ ผลิตและบริการทุกขั้นตอนตลอดห่วงโซ่อุปทาน เพื่อให้เศรษฐกิจสร้างสรรค์เป็นพลังขับเคลื่อนใหม่ไปสู่เศรษฐกิจชุมชนและมรดกวัฒนธรรมที่สมดุลและยั่งยืนในระยะยาว ในส่วนของการประเมินและเตรียมความพร้อมของแหล่งท่องเที่ยวภูมิปัญญาราชินีแห่งไหมจังหวัดกาฬสินธุ์สู่การขับเคลื่อนให้เป็นเมืองหัตถกรรมโลกเกณฑ์ WORLD CRAFTS COUNCIL โดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด ( =4.50) สำหรับปัจจัยย่อยเรียงลำดับจากมากไปหาน้อย 3 ลำดับ คือ ด้านงานฝีมือ ของใช้ ประดับ และ/หรือ พิธีกรรม อยู่ในระดับมากที่สุด ( =4.67 ) รองลงมาคือ ด้านวัตถุดิบอยู่ในระดับมากที่สุด ( =4.59) ถัดมาคือ สถิติเกี่ยวกับช่างฝีมือ ผ่านการฝึกอบรมแบบดั้งเดิม, งานฝีมือในสตูดิโอ ฯลฯ อยู่ในระดับมากที่สุด ( = 4.58) และปัจจัยที่มีระดับความคิดเห็นน้อยที่สุด คือ กลไกสำคัญที่ส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อการพัฒนาสังคม วัฒนธรรม และเศรษฐกิจ อยู่ในระดับมาก ( =4.20) รวมถึงการประเมินและเตรียมความพร้อมของแหล่งท่องเที่ยวภูมิปัญญาราชินีแห่งไหมจังหวัดกาฬสินธุ์สู่การขับเคลื่อนให้เป็นเมืองหัตถกรรมโลกเกณฑ์ DESIGNATION OF A WCC CRAFT CITY โดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด ( =4.52) สำหรับปัจจัยย่อยเรียงลำดับจากมากไปหาน้อย 3 ลำดับ คือ ด้านการตลาดในงานแสดงสินค้า งานสัมมนา งานอีเวนท์ที่มีชื่อเสียงอยู่ในระดับมากที่สุด ( =4.62 ) รองลงมาคือ ด้านสื่อและสิ่งพิมพ์ในพื้นที่ครอบคลุมอุตสาหกรรมหัตถกรรมและมีผู้เชี่ยวชาญด้านการสร้างสรรค์ในพื้นที่ จำนวนงานที่สร้างขึ้นในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา อยู่ในระดับมากที่สุด ( =4.59) ถัดมาคือ อุตสาหกรรมสร้างสรรค์ในพื้นที่ มีสถาบันที่ส่งเสริมงานฝีมือหรือให้ความรู้ผู้คนเกี่ยวกับงานฝีมือ อยู่ในระดับมากที่สุด ( = 4.58) และปัจจัยที่มีระดับความคิดเห็นน้อยที่สุด คือ มีโรงเรียนออกแบบและนักออกแบบที่ทำงานกับช่างฝีมือ อยู่ในระดับมาก ( =4.45) และจากการศึกษาการพัฒนาศักยภาพทางเศรษฐกิจจากการท่องเที่ยวเชิงมรดกวัฒนธรรมผ้าไหมแพรวาจังหวัดกาฬสินธุ์สู่การขับเคลื่อนให้เป็นเมืองหัตถกรรมโลกตามเกณฑ์ WORLD CRAFTS COUNCIL โดยรวมอยู่ในระดับมาก ( =4.49) สำหรับปัจจัยย่อยเรียงลำดับจากมากไปหาน้อย 3 ลำดับ คือ มีพิพิธภัณฑ์ แกลลอรี่ ศูนย์หัตถกรรม วิทยาลัยช่างฝีมือและโรงเรียน ฯลฯ อยู่ในระดับมากที่สุด ( =4.64 ) รองลงมาคือ มีโปรแกรมกิจกรรม อยู่ในระดับมากที่สุด ( =4.52) ถัดมาคือ มีช่างฝีมือในด้านสถาปัตยกรรม อยู่ในระดับมากที่สุด ( = 4.49) และปัจจัยที่มีระดับความคิดเห็นน้อยที่สุด คือ มีความร่วมมือระหว่างประเทศหรือมีโครงการ อยู่ในระดับมาก ( =4.41)
เป้าหมายเมื่อจบโครงการ: 7 — 7. Final development version of the deliverable demonstrated in operational
ชุดโครงการนี้การวิจัยการท่องเที่ยวที่เป็นการวิจัยร่วมสาขา (Trans-disciplinary Research) ที่บูรณาการกับศาสตร์อื่นๆ บนฐานการมีส่วนร่วมที่ผลการวิจัยเกิดจากการปฏิบัติจริง” จึงจะสามารถนำผลการวิจัยไปขยายผลและใช้เพื่อตอบสนองความต้องการความรู้เพื่อพัฒนาการท่องเที่ยวของประเทศ วัตถุประสงค์หลักเพื่อการท่องเที่ยวและถือโอกาสชื่นชมมรดกวัฒธรรม รวมถึงช็อปปิ้งภูมิปัญญาผ้าไหมแพรวาด้วย ถือเป็นนักท่องเที่ยวกลุ่มใหญ่ ประกอบกับนโยบายรัฐบายส่งเสริมให้ผ้าแพรวาสู่การเป็นสินค้าชั้นสูง General Guidelines to WORLD CRAFTS COUNCIL – ASIA PACIFIC REGION หนุนเสริมให้ตลาดการท่องเที่ยวเชิงมรดกวัฒนธรรมขยายตัวอย่างต่อเนื่อง โดยมุ่งหวังที่จะให้กาฬสินธุ์เกิดแนวทางในการเป็นเมืองหัตกรรมโลกโดยใช้ผ้าไหมแพรวาขับเคลื่อนภายใต้ 6 หัวข้อใหญ่ ได้แก่ 1) เกิดการเตรียมเอกสารการสมัคร 2) ข้อมูลเกี่ยวกับผ้าไหมแพรวาที่สัมพันธ์กับจังหวัดฯ 3) คุณค่าของผ้าไหมแพรวาของจังหวัดฯ 4) ระบบการศึกษาในงานผ้าไหมแพรวาของจังหวัดฯ 5) สถานะของช่างทอผ้าไหมแพรวาในจังหวัดฯ และ 6) โครงการความร่วมมือที่สร้างสรรค์ของจังหวัดฯประชาชนในจังหวัดบุรีร้อยละ 70 ประกอบอาชีพเกษตรกรรมและทอผ้าไหมแพรวาในภาพรวมดีขึ้น แหล่งทอผ้าไหมแพรวาจังหวัดกาฬสินธุ์จะเกิดแนวทางการประเมินรับรอง มีข้อมูลให้คณะกรรมการฯ ได้พิจารณาจากเกณฑ์ที่กำหนดอย่างรอบด้านทั้งประวัติความเป็นมา สภาพปัจจุบัน การมีส่วนร่วมและความยั่งยืนในอนาคต สู่แนวทางในการตัดสินฯ ระดับน่าพอใจ ซึ่งพิจารณาใน 6 หัวข้อใหญ่ ได้แก่ ชุดโครงการวิจัยจะเกิดข้อมูลดังนี้ 1) การเตรียมเอกสารการสมัคร 2) ข้อมูลเกี่ยวกับผ้าแพรวาที่สัมพันธ์กับจังหวัดฯ3) คุณค่าของผ้าแพรวาของจังหวัดฯ 4) ระบบการศึกษาในงานผ้าแพรวาของจังหวัดฯ 5) สถานะของช่างทอในจังหวัดฯ และ 6) โครงการความร่วมมือที่สร้างสรรค์ของจังหวัดฯ โดยมีหัวข้อย่อยในการพิจารณา 21 ข้อ ได้แก่ 1) ชื่อเสียงของจังหวัดที่เกี่ยวข้องกับงานทอ 2) ประวัติศาสตร์ ประเพณี วัฒนธรรม เอกลักษณ์ของงานทอ 3) ความยั่งยืนของการใช้วัสดุในการผลิต 4) เทคนิควิธีการผลิต 5) การออกแบบ 6) วิจัยและนวัตกรรม 7) ระดับราคาของผลิตภัณฑ์ 8) พิพิธภัณฑ์หรือแกลเลอรี่ผ้าทอ 9) การประชาสัมพันธ์และสื่อ 10) คุณค่าทางวัฒนธรรม 11) คุณค่าทางสังคม 12) คุณค่าทางเศรษฐกิจ 13) การศึกษาแบบเป็นทางการ 14) การศึกษาแบบไม่เป็นทางการ 15) ความเชื่อมโยงระหว่างสถานศึกษาด้านการออกแบบ นักออกแบบ กับงานทอ 16) รายรับจากหัตถกรรมมัดหมี่ที่ยุติธรรม 17) เงื่อนไขการทำงานของช่างฝีมือ 18) สวัสดิการสังคมของช่างฝีมือ 19) โครงการความร่วมมือเชิงสร้างสรรค์ระหว่างพิพิธภัณฑ์ทอ พื้นที่จัดแสดงงานทอและสถานศึกษาด้านทอ 20) โครงการความร่วมมือในการส่งเสริมการจัดแสดงงานทอ 21) โครงการความร่วมมือระดับนานาชาติ หรือระดับชาติต่าง ๆ โรงการนี้มุ่งหวังว่าเป็นเรื่องที่น่าชื่นชมยินดีในฐานะเมืองที่มีคุณค่าจากมรดกทางวัฒนธรรมและสามารถสร้างสรรค์ส่งต่อผลงานหัตถกรรมมัดหมี่ เชื่อมโยงอย่างผสานกลมกลืนกับวิถีชีวิตของผู้คนในจังหวัดในหลากหลายมิติ ทั้งเชิงสังคม วัฒนธรรม และเศรษฐกิจ
การวิจัยการท่องเที่ยวเชิงมรดกวัฒนธรรมในกาฬสินธุ์ส่วนใหญ่เป็นการวิจัยเพื่อสร้างองค์ความรู้และเป็นการวิจัยเฉพาะสาขา (Single Discipline) โดยมุ่งเน้นประเด็นการส่งเสริมการตลาดและพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวในระดับจุลภาคที่กระตุ้นเศรษฐกิจ การสนับสนุนทุนวิจัยการท่องเที่ยวกระจุกตัวในพื้นที่เป้าหมายและมีลักษณะกระจายเม็ดเงินอย่างไร้ทิศทางไปตามพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศ อีกทั้งการวิจัยท่องเที่ยวยังขาดการบูรณาการกับศาสตร์สาขาอื่นๆ และมีข้อจำกัดด้านวิธีวิทยา (Research Methodologies) ที่เน้นนักวิจัยเป็นศูนย์กลาง ขาดการวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วมจากภาคีทางการท่องเที่ยว (Participatory Action Research) หากจะเป็นเมืองหัตกรรมโลกซึ่งพิจารณาใน 6 หัวข้อใหญ่ยังขาด ได้แก่ 1) ยังขาดการเตรียมเอกสารการสมัคร 2) ข้อมูลเกี่ยวกับผ้าไหมแพรวาที่สัมพันธ์กับจังหวัดฯ 3) คุณค่าของผ้าไหมแพรวาของจังหวัดฯ 4) ระบบการศึกษาในงานผ้าไหมแพรวาของจังหวัดฯ 5) สถานะของช่างทอผ้าไหมแพรวาในจังหวัดฯ และ 6) โครงการความร่วมมือที่สร้างสรรค์ของจังหวัดฯ พื้นที่วิจัยการท่องเที่ยวเชิงมรดกวัฒนธรรมในจังหวัดกาฬสินธุ์ยังขาดเทคโนโลยีที่เหมาะสำหรับกลุ่มๆนี้โดดยเฉพาะยังขาดการกระจายรายได้สู่ชุมชนอย่างแท้จริง ที่ผ่านมาแทบจะไม่ทราบข้อมูลของนักท่องเที่ยวจำนวนนี้ว่าเดินทางจากไหนไปไหน เที่ยวอย่างไร มีพฤติกรรมอย่างไร หรือกล่าวได้ว่าหน่วยงานรัฐยังไม่สามารถใช้ประโยชน์จากข้อมูลในจุดนี้ได้ แม้ว่าเทคโนโลยีจะเข้ามาเปลี่ยนแปลงอุตสาหกรรมนี้ก็ตาม การที่จะได้รับการรับรองเป็น นครแห่งผ้าไหมแพรวาโลก ยังยังขาอปัจจัยด้านวิชาการที่จะต้องศึกษาเชิงลึกอีกหลายด้าน
เป้าหมายเมื่อจบโครงการ: 7 — 7. refinement of project and/or solution and, if needed, retesting in relevant environment with relevant stakeholders
จังหวัดกาฬสินธุ์มีโอกาสเพิ่มขึ้นชุดโครงการนี้การวิจัยการท่องเที่ยวที่เป็นการวิจัยร่วมสาขา (Trans-disciplinary Research) ที่บูรณาการกับศาสตร์อื่นๆ บนฐานการมีส่วนร่วมที่ผลการวิจัยเกิดจากการปฏิบัติจริง” จึงจะสามารถนำผลการวิจัยไปขยายผลและใช้เพื่อตอบสนองความต้องการความรู้เพื่อพัฒนาการท่องเที่ยวของประเทศ วัตถุประสงค์หลักเพื่อการท่องเที่ยวและถือโอกาสชื่นชมมรดกวัฒธรรม รวมถึงช็อปปิ้งภูมิปัญญาผ้าไหมแพรวาด้วย ถือเป็นนักท่องเที่ยวกลุ่มใหญ่ ประกอบกับนโยบายรัฐบายส่งเสริมให้ผ้าแพรวาสู่การเป็นสินค้าชั้นสูง General Guidelines to WORLD CRAFTS COUNCIL – ASIA PACIFIC REGION หนุนเสริมให้ตลาดการท่องเที่ยวเชิงมรดกวัฒนธรรมขยายตัวอย่างต่อเนื่อง โดยมุ่งหวังที่จะให้กาฬสินธุ์เกิดแนวทางในการเป็นเมืองหัตกรรมโลกโดยใช้ผ้าไหมแพรวาขับเคลื่อนภายใต้ 6 หัวข้อใหญ่ ได้แก่ 1) เกิดการเตรียมเอกสารการสมัคร 2) ข้อมูลเกี่ยวกับผ้าไหมแพรวาที่สัมพันธ์กับจังหวัดฯ 3) คุณค่าของผ้าไหมแพรวาของจังหวัดฯ 4) ระบบการศึกษาในงานผ้าไหมแพรวาของจังหวัดฯ 5) สถานะของช่างทอผ้าไหมแพรวาในจังหวัดฯ และ 6) โครงการความร่วมมือที่สร้างสรรค์ของจังหวัดฯ
จังหวัดกาฬสินธุ์มีจุดอ่อน การวิจัยการท่องเที่ยวเชิงมรดกวัฒนธรรมในกาฬสินธุ์ส่วนใหญ่เป็นการวิจัยเพื่อสร้างองค์ความรู้และเป็นการวิจัยเฉพาะสาขา (Single Discipline) โดยมุ่งเน้นประเด็นการส่งเสริมการตลาดและพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวในระดับจุลภาคที่กระตุ้นเศรษฐกิจ การสนับสนุนทุนวิจัยการท่องเที่ยวกระจุกตัวในพื้นที่เป้าหมายและมีลักษณะกระจายเม็ดเงินอย่างไร้ทิศทางไปตามพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศ อีกทั้งการวิจัยท่องเที่ยวยังขาดการบูรณาการกับศาสตร์สาขาอื่นๆ และมีข้อจำกัดด้านวิธีวิทยา (Research Methodologies) ที่เน้นนักวิจัยเป็นศูนย์กลาง ขาดการวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วมจากภาคีทางการท่องเที่ยว (Participatory Action Research) หากจะเป็นเมืองหัตกรรมโลกซึ่งพิจารณาใน 6 หัวข้อใหญ่ยังขาด ได้แก่ 1) ยังขาดการเตรียมเอกสารการสมัคร 2) ข้อมูลเกี่ยวกับผ้าไหมแพรวาที่สัมพันธ์กับจังหวัดฯ 3) คุณค่าของผ้าไหมแพรวาของจังหวัดฯ 4) ระบบการศึกษาในงานผ้าไหมแพรวาของจังหวัดฯ 5) สถานะของช่างทอผ้าไหมแพรวาในจังหวัดฯ และ 6) โครงการความร่วมมือที่สร้างสรรค์ของจังหวัดฯ