กระบวนการพัฒนาคุณภาพชีวิตนักดนตรีอาชีพในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาสภาพและคุณภาพชีวิตของนักดนตรีอาชีพในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เพื่อศึกษาแนวทางในการพัฒนาคุณภาพชีวิตนักดนตรีอาชีพ ใช้ระเบียบวิธีวิจัยแบบ (Mixed methods research) เป็นการรวมเอาข้อดีของวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative research) กับวิจัยเชิงปริมาณ (Quantitative research) กลุ่มเป้าหมายได้แก่นักดนตรีอาชีพในภาคตะวันออกเฉียงจำนวน 256 คน โดยการคัดเลือกแบบเจาะจง และผู้บริหารสถานประกอบการที่มีการจัดการแสดงดนตรีในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยการคัดเลือกแบบเจาะจง จำนวน 9 ท่าน โดยการคัดเลือกตัวแทนของกลุ่มจังหวัดทั้ง 5 กลุ่มในภาคอีสาน แบ่งเป็น กลุ่มร้อยแก่นสารสินธุ์ 2 ท่าน, กลุ่มนครชัยบุรินทร์ 2 ท่าน, กลุ่มศรีโสธรเจริญราชธานี 2 ท่าน, กลุ่มหนองบึงภูเลยธานี 2 ท่านและกลุ่มนครมุกสกล 1 ท่าน โดยการการสัมภาษณ์ และแบบสอบถาม สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณได้แก่ ค่าความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และข้อมูลจากการสัมภาษณ์ใช้การวิเคราะห์ด้วยวิธีการวิเคราะห์เชิงเนื้อหา (Content Analysis)ผลวิจัยพบว่าคุณภาพชีวิตของนักดนตรีอาชีพในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ แบ่งเป็น 2 ด้าน ได้แก่ ด้านวัตถุวิสัยและด้านจิตวิสัย พบว่า ด้านวัตถุวิสัยมีค่าเฉลี่ยมากที่สุด ( = 3.53 , S.D.=.79) และด้านด้านจิตวิสัยมีค่าเฉลี่ย ( = 3.42 , S.D.=.76) ความต้องการในการพัฒนาคุณภาพชีวิตนักดนตรีในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ พบว่า โดยรวมของด้านความก้าวหน้าและความมั่นคงในงาน, ความสมดุลระหว่างงานกับชีวิตส่วนตัว และด้านอื่น ๆ โดยภาพรวมมีค่าเฉลี่ย อยู่ในระดับมาก ( = 4.27, S.D.=.79) โดยมีความสมดุลระหว่างงานกับชีวิตส่วนตัว มีค่าเฉลี่ยมากที่สุดอยู่ในระดับมาก ( = 4.37, S.D.=.85) รองลงมาคือด้านอื่น ๆ มีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับมาก ( = 4.29, S.D.=.81) และความก้าวหน้าและความมั่นคงในงาน มีค่าเฉลี่ยน้อยที่สุดอยู่ในระดับมาก ( = 4.16, S.D.=.76) และผลจากการวิเคราะห์ข้อมูล แบ่งเป็นประเด็นเรื่องค่าตอบแทนที่เหมาะสมกับการทำงาน มีความเป็นธรรม ควรกำหนดให้มีเกณฑ์เป็นมาตรฐาน ประเด็นเรื่องชีวิตความเป็นอยู่ ให้มีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องคอยกำกับดูแลช่วยเหลือนักดนตรีไม่ให้ถูกเอาเปรียบ หรือกลั่นแกล้ง ประเด็นเรื่องการทำงาน ประเด็นเรื่องสวัสดิการควรจัดตั้งองค์กรสวัสดิการนักดนตรีอาชีพอย่างเป็นรูปธรรม ประเด็นเรื่องนโยบายรัฐบาลให้เอื้ออำนวยกับนักดนตรีอาชีพ การจำกัดเวลาเปิดปิด และจำกัดเวลาแสดงดนตรี ทำให้นักดนตรีมีเวลาในการประกอบอาชีพวันละไม่กี่ชั่วโมง โดยเฉลี่ยแล้วประมาณ 3 – 4 ชั่วโมงเท่านั้น และมาตรการของรัฐหลายอย่าง ที่ดูเหมือนจำกัดสิทธิของนักดนตรีทั้งในทางตรงและทางอ้อม รัฐบาลควรขึ้นทะเบียนนักดนตรีเพื่อเอื้อให้เกิดการจัดระเบียบ และให้นักดนตรีที่ขึ้นทะเบียนทุกคนเข้าระบบประกันสังคมโดยตรง และหากมีสถานการณ์ที่ไม่ปกติ เช่น สถานการณ์โรคระบาด รัฐบาลจะได้ทำดูแลช่วยเหลือได้อย่างรวดเร็ว หลังจากเหตุการณ์โควิด 19 รัฐบาลควรมีนโยบายที่สนับสนุนและมีหลักประกันให้กับอาชีพนักดนตรี ประเด็นอื่น ๆ ควรมีการจัดหางานดนตรีให้เป็นกิจจะลักษณะทั้งในและต่างประเทศ ให้เหมือนกับอาชีพอื่น ส่วนผู้บริหาร พยายามจัดสิ่งอำนวยความสะดวกและสวัสดิการแก่นักดนตรี ยินดีสนับสนุนส่งเสริมนักดนตรีทุกด้าน ทั้งด้านร่างกาย ด้านจิตใจ ด้านสัมพันธภาพทางสังคม ด้านสิ่งแวดล้อม อันจะทำให้อยู่ร่วมกันอย่างมีความสุขทุกฝ่าย แต่ทั้งนี้ต้องคำนึงถึงบริบทของร้านด้วย ร้านอยู่ได้ ทุกคนก็อยู่ได้ การวิจัยเรื่อง คุณภาพชีวิตและแนวทางการดำรงชีพของนักดนตรีวัยสูงอายุในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีวัตถุประสงค์การศึกษา 1) เพื่อศึกษาคุณภาพชีวิตของนักดนตรีวัยสูงอายุในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 2) เพื่อศึกษาแนวทางการดำรงชีพของนักดนตรีวัยสูงอายุในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ กลุ่มตัวอย่างหมายถึง นักดนตรีวัยสูงอายุในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ใน 8 จังหวัด จำนวน 100 คน โดยใช้เครื่องมือจากการศึกษาจากเอกสารแนวคิด ทฤษฎีและงานวิจัยที่เกี่ยวข้องมาเป็นกรอบโครงสร้างแบบสอบถาม (questionnaire) โดยการเก็บรวบรวมข้อมูลจากคำถามที่กำหนดคำตอบให้เลือกตอบและให้เขียนข้อความ นำมาวิเคราะห์หาค่าเฉลี่ย (x ? ) ส่วนเบี่ยงแบบมาตรฐาน (S.D.) โดยแปลผลความหมายของค่าเฉลี่ย และคิดเป็นร้อยละ ผลการวิจัย พบว่า 1. ศึกษาคุณภาพชีวิตของนักดนตรีวัยสูงอายุในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ พบว่า (1.1) ด้านร่างกาย อยู่ในระดับน้อย โดยมีค่า x ? = 2.73 และมีค่า SD. = 0.31 (1.2) ด้านจิตใจ อยู่ในระดับปานกลาง โดยมีค่า x ? = 3.88 และมีค่า SD. = 0.40 (1.3) ด้านความสัมพันธ์ทางสังคม อยู่ในระดับ ปานกลาง โดยมีค่า x ? = 3.66 และมีค่า SD. = 0.38 (1.4) ด้านสิ่งแวดล้อม อยู่ในระดับน้อย โดยมีค่า x ? = 2.10 และมีค่า SD. = 0.24 ผลจากการวิเคราะห์ข้อมูล ต้องมีแนวทางการพัฒนาคุณภาพนักดนตรีผู้สูงอายุ ความรับผิดชอบต่อสุขภาพในการเรียนรู้เกี่ยวกับโรคภัยไข้เจ็บ การเข้าร่วมกิจกรรมการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอตามความเหมาะสม และการจัดการกับความเครียดโดยการหากิจกรรมที่ช่วยในการผ่อนคลาย 2. ศึกษาแนวทางการดำรงชีพของนักดนตรีวัยสูงอายุในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ พบว่า (2.1) ด้านวัตถุวิสัย ปัจจัยด้านเศรษฐกิจ อยู่ในระดับปานกลาง และมีค่า x ? = 3.24 และมีค่า SD. = 0.34 ปัจจัยด้านสังคม อยู่ในระดับไม่มีเลย โดยมีค่า x ? = 0.89 และมีค่า SD. = 0.12 ปัจจัยด้านการเมือง อยู่ในระดับมากที่สุด โดยมีค่า x ? = 8.60 และมีค่า SD. = 0.18 ปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม พบว่า อยู่ในระดับ ปานกลาง โดยมีค่า x ? = 3.15 และมีค่า SD. = 0.34 (2.2) ด้านจิตวิสัย ได้แก่ ความรู้สึกนึกคิด ค่านิยม ความพึงพอใจในชีวิต พบว่า อยู่ในระดับปานกลาง โดยมีค่า x ? = 3.93 และมีค่า SD. = 0.40 ผลจากการวิเคราะห์ข้อมูล ความต้องการความสำเร็จสมหวังในชีวิตของนักดนตรีวัยสูงอายุในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ คือความต้องการขั้นพื้นฐานเพื่อการอยู่รอด ต้องการความปลอดภัย ให้สังคมยอมรับในความสำคัญของตน ต้องการการยกย่อง และต้องการความสำเร็จสมหวังในชีวิต การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ ศึกษารูปแบบการจัดสวัสดิการของนักดนตรีอาชีพในสถานประกอบการในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง นักดนตรีและนักดนตรีสูงอายุ ในจังหวัดที่อยู่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จำนวน 100 คน โดยใช้วิธีเฉพาะเจาะจง เครื่องมือวิจัยได้แก่ แบบสัมภาษณ์แบบมีโครงสร้าง (Structured Interview) และการสนทนากลุ่ม (Focus Group Discussion) ผลการวิจัยพบว่า รูปแบบการจัดสวัสดิการของนักดนตรีอาชีพในสถานประกอบการในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ สวัสดิการที่นักดนตรีอาชีพได้รับการช่วยเหลือหรือเป็นประโยชน์ เป็นสิ่งจูงใจให้นักดนตรีอาชีพได้ปฏิบัติงานอย่างมีขวัญและกำลังใจที่ดี ซึ่งนักดนตรีอาชีพ สามารถเข้าร่วมเป็นผู้ประกันตนในมาตรา 40 โดยมี 3 ทางเลือก ทางเลือกที่ 1 เลือกจ่าย 70 บาทต่อเดือน, ทางเลือกที่ 2 เลือกจ่าย 100 บาทต่อเดือน และทางเลือกที่ 3 เลือกจ่าย 300 บาทต่อเดือน และในแต่ละจังหวัด จัดตั้งชมรมหรือสมาคมดนตรีของแต่ละจังหวัดขึ้น เพื่อเป็นองค์กรในการต่อรอง เรื่องรัฐสวัสดิการเพื่อผลประโยชน์ของกลุ่มนักดนตรีอาชีพเอง พร้อมทั้งเพื่อเป็นองค์กรในการเรียกร้อง การได้รับความช่วยเหลือเยียวยาเมื่อประสบภัย จากภาครัฐและสถานประกอบการที่ตนทำงานอยู่งานวิจัยชิ้นนี้มีจุดประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาปัญหาและความต้องการในการเพิ่มศักยภาพทักษะด้านภาษาอังกฤษสําหรับการประกอบอาชีพดนตรีในต่างประเทศ 2) เพื่อพัฒนาหลักสูตรระยะสั้นเพื่อเพิ่มศักยภาพทักษะด้านภาษาอังกฤษสําหรับการประกอบอาชีพดนตรีในต่างประเทศ และ 3) เพื่อทดลองหลักสูตรระยะสั้นเพื่อเพิ่มศักยภาพทักษะด้านภาษาอังกฤษสําหรับการประกอบอาชีพดนตรีในต่างประเทศ งานวิจัยแบ่งเป็น 3 ระยะ ระยะที่ 1 คือการศึกษาปัญหาและความต้องการในการเพิ่มศักยภาพทักษะด้านภาษาอังกฤษสําหรับการประกอบอาชีพดนตรีในต่างประเทศ กลุ่มตัวอย่างได้แก่ กลุ่มตัวอย่างได้แก่ ผู้ประกอบอาชีพดนตรีในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จำนวน 150 คนสุ่มโดยวิธีการสุ่มโดยสะดวก (Convenient Random Sampling) เครื่องมือวิจัยได้แก่ แบบสอบถามปัญหาและความต้องการในการทำงานในต่างประเทศของอาชีดนตรี วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ ค่าความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ระยะที่ 2 คือการพัฒนาหลักสูตรระยะสั้นเพื่อเพิ่มศักยภาพทักษะด้านภาษาอังกฤษสําหรับการประกอบอาชีพดนตรีในต่างประเทศ กลุ่มตัวอย่างได้แก่ ผู้เชี่ยวชาญด้านดนตรีและผู้เชี่ยวชาญด้านการสอนภาษาอังกฤษจำนวน 3 ท่าน และ กลุ่มตัวอย่างในการทดลองการใช้หลักสูตร จำนวน 10 ท่าน เลือกโดยวิธีเฉพาะเจาะจง (Purposive sampling method) เครื่องมือวิจัยได้แก่ หลักสูตรระยะสั้นเพื่อเพิ่มศักยภาพทักษะด้านภาษาอังกฤษสําหรับการประกอบอาชีพดนตรีในต่างประเทศฉบับร่าง แบบประเมินหลักสูตรระยะสั้น และ แบบทดสอบก่อนและหลังเรียน สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณได้แก่ ค่าความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และ Pair Sample t-test วิเคราะห์ ระยะที่ 3 คือการเพื่อทดลองหลักสูตรระยะสั้นเพื่อเพิ่มศักยภาพทักษะด้านภาษาอังกฤษสําหรับการประกอบอาชีพดนตรีในต่างประเทศ กลุ่มตัวอย่างได้แก่ ผู้ประกอบอาชีพดนตรีในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จำนวน 30 ท่าน เลือกโดย วิธีเฉพาะเจาะจง (Purposive sampling method) เครื่องมือวิจัยได้แก่ หลักสูตรระยะสั้นเพื่อเพิ่มศักยภาพทักษะด้านภาษาอังกฤษสําหรับการประกอบอาชีพดนตรีในต่างประเทศ แบบทดสอบก่อนเรียนหลังเรียน และ แบบสอบถามความพึงพอใจหลักสูตรระยะสั้น สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณได้แก่ ค่าความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และ Paired Sample t-test ผลการวิจัยพบว่า1. กลุ่มตัวอย่างประสบปัญหาและความต้องการในการเพิ่มศักยภาพทักษะด้านภาษาอังกฤษสำหรับการประกอบอาชีพที่ต่างประเทศโดยรวมอยู่ในระดับมาก (x? = 4.26, S.D =0.7) เมื่อพิจารณารายด้านพบว่ากลุ่มตัวอย่างพบปัญหาและความต้องการเกี่ยวกับการเพิ่มศักยภาพทักษะด้านภาษาอังกฤษสำหรับการประกอบอาชีพที่ต่างประเทศในระดับมากทุกด้าน2. หลักสูตรระยะสั้นเพื่อเพิ่มศักยภาพทักษะด้านภาษาอังกฤษสําหรับการประกอบอาชีพดนตรีในต่างประเทศประกอบด้วย 4 องค์ประกอบได้แก่ วัตถุประสงค์ของหลักสูตร เนื้อหาวิชา การนำหลักสูตรไปใช้ และการประเมินหลักสูตร และประกอบด้วยเนื้อหา 4 ด้านได้ แก่ การเพิ่มศักยภาพทักษะด้านภาษาอังกฤษเพื่อการเดินทางไปต่างประเทศ การอาศัยอยู่ในต่างประเทศ การสมัครงานด้านดนตรีในต่างประเทศ และ ด้านการทำงานในฐานะนักดนตรีในต่างประเทศ รวมระยะเวลา 20 ชั่วโมง สูตรระยะสั้นเพื่อเพิ่มศักยภาพทักษะด้านภาษาอังกฤษสําหรับการประกอบอาชีพดนตรีในต่างประเทศฉบับร่างผ่านการตรวจสอบจากผู้เชี่ยวชาญและมีความเหมาะสมระดับมากที่สุด (x?= 4.57, S.D = 0.85) หลักสูตรฯมีประสิทธิผลในการทดลองใช้ (Trial) โดยพบว่ามีความแตกต่างระหว่างศักยภาพทักษะด้านภาษาอังกฤษสําหรับการประกอบอาชีพดนตรีในต่างประเทศของกลุ่มตัวอย่างก่อนและหลังเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p=0.00) 3. หลักสูตรระยะสั้นเพื่อเพิ่มศักยภาพทักษะด้านภาษาอังกฤษสําหรับการประกอบอาชีพดนตรีในต่างประเทศมีประสิทธิภาพในการพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษของกลุ่มตัวอย่าง โดยพบว่ามีความแตกต่างระหว่างศักยภาพทักษะด้านภาษาอังกฤษสําหรับการประกอบอาชีพดนตรีในต่างประเทศของกลุ่มตัวอย่างก่อนและหลังเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p=0.00) กลุ่มตัวอย่างมีความพึงพอใจต่อหลักสูตรระยะสั้นเพื่อเพิ่มศักยภาพทักษะด้านภาษาอังกฤษสําหรับการประกอบอาชีพดนตรีในต่างประเทศโดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด (x? = 4.54, S.D =0.55)