กำลังโหลดข้อมูล…
Search for a command to run...
หลังจากลงนามเป็นภาคีอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็กตั้งแต่ปีพ.ศ. 2549 ประเทศไทยได้ดำเนินงานด้านคุ้มครองเด็กอย่างต่อเนื่องโดยหน่วยงานด้านเด็กและเยาวชนของภาครัฐ ซึ่งต่อมาได้ยกระดับหน่วยงานเป็นกรมกิจการเด็กและเยาวชน แม้จะมีหน่วยงานที่รับผิดชอบโดยตรงแต่ก็ยังพบการละเมิดเด็กและเยาวชนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งหน่วยงานด้านเด็กของภาครัฐเห็นความสำคัญจึงพยายามบูรณาการงานคุ้มครองเด็กกับหน่วยงานภาครัฐและวิชาชีพอื่นๆในพื้นที่ ส่งผลให้เทศบาลตำบลปลักแรดและภาคส่วนอื่นๆได้เข้ามามีบทบาทในการทำงานคุ้มครองเด็กมากขึ้นในฐานะพื้นที่นำร่องด้านการคุ้มครองเด็ก การบูรณาการนี้เป็นประโยชน์ต่อการคุ้มครองเด็กเนื่องจากข้อได้เปรียบเรื่องการรู้จักกับประชาชนในพื้นที่ ส่งผลให้บ้านพักเด็กและครอบครัวสามารถให้บริการการคุ้มครองกับเด็กในพื้นที่ได้มากขึ้น อย่างไรก็ตามจากการวิจัยพบว่าการทำงานด้านคุ้มครองเด็กของสหวิชาชีพนั้นมีอุปสรรคในประเด็นของความเข้าใจต่อประเด็นสิทธิเด็ก การรักษาความลับของเด็กและครอบครัวขณะปฏิบัติงาน การขาดทรัพยากรภาคเอกชน และเงื่อนไขทางโครงสร้างสังคม-วัฒนธรรมของคนรุ่นปู่ย่าตายายบางครอบครัวที่เป็นอุปสรรคต่อการทำงานของผู้ปฏิบัติงานคุ้มครองเด็กในพื้นที่
เป้าหมายเมื่อจบโครงการ: 1 — 1. Basic principles observed and reported
มีการรายงานข้อมูลให้กับหน่อยงานในพื้นที่เพื่อนำไปใช้
หลักการพื้นฐานได้รับการพิจารณาและมีการรายงาน (Basic principles observed and reported)
เป้าหมายเมื่อจบโครงการ: 3 — 3. initial testing of proposed solution(s) together with relevant stakeholders
เมื่องานวิจัยเสร็จสิ้นมีการนำเสนอแนวทางการพัฒนาหรือแก้ไขปัญหาที่กำหนดกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่เกี่ยวข้อง
ระดับ SRL 3 โครงการวิจัย เพื่อศึกษา วิจัย ทดสอบเสนอแนวทางการพัฒนาหรือแก้ไขปัญหาที่กำหนดกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่เกี่ยวข้อง