การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ด้วยการอบรมทางแพทย์แผนไทยเพื่อรองรับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี)
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
จากสถานการณ์การระบาดของโรคโควิด 19 ทำให้ประชากรทั่วโลกใส่ใจกับสุขภาพมากยิ่งขึ้นอย่างมาก มีการคาดการณ์จาก Global Wellness Institute (GWI) ว่ากระแสการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพหรือ Wellness Tourism จะมีมูลค่าสูงถึง 7 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ ในปี พ.ศ. 2567 นอกจากนี้ประเทศไทยยังเป็นเป้าหมายอันดับต้นๆ ของโลก ของชาวต่างชาติผู้ชื่อนชอบการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ จากการศึกษาก่อนหน้า พบว่า เขตเศรษฐกิจภาคตะวันออกและภาคอื่นๆ ของประเทศไทย มีความขาดแคลนทรัพยากรมนุษย์หรือแรงงานในภาคการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นด้านวิชาชีพหรือด้านทักษะที่มีมาตรฐาน เช่น การนวดไทยเพื่อสุขภาพ การให้บริการสปา และอื่นๆดังนั้นผู้วิจัยจึงทำการศึกษาวิจัยในรูปแบบผสมผสาน (Mixed Method) ซึ่งประกอบไปด้วยการวิจัยเชิงคุณภาพ โดยการสำรวจความต้องการกลุ่มผู้เกี่ยวข้องในการออกแบบหลักสูตร จากกลุ่มผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์เพื่อรองรับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก โดยกระบวนการสนทนากลุ่ม (Focus Group) และงานวิจัยเชิงปริมาณ โดยจัดอบรมหลักสูตรผู้ดําเนินการสปาเพื่อสุขภาพ 100 ชั่วโมง จำนวน 4 รุ่น รุ่นละ 40 คน หลักสูตรนวดไทยเพื่อสุขภาพ 150 ชั่วโมงจำนวน 1 รุ่น ซึ่งทั้งสองหลักสูตรได้รับการรับรองจากกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) กระทรวงสาธารณสุข และหลักสูตรพัฒนาวิทยากรผู้ฝึกอบรมนวดไทยและสปา 20 ชั่วโมง จำนวน 2 รุ่น รุ่นละไม่ต่ำกว่า 100 คน หลักสูตรนี้รับรองด้วยตัวคณะสหเวชศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา ดังนั้นการจัดอบรมทั้งหมดใช้เวลาทั้งสิ้น 590 ชั่วโมง และได้มีการพัฒนาแรงงานไม่ต่ำกว่า 400 คน และมีการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณที่บ่งชี้ถึงประสิทธิภาพหลักสูตรหลังการอบรม โดยมีทั้งหมด 3 ด้านได้แก่ ระดับคะแนนผลการทดสอบหลังเรียน ระดับความพึงพอใจต่อหลักสูตร และประโยชน์ที่ได้รับจากการอบรม จากการวิเคราะห์ พบว่า ระดับคะแนนผลการทดสอบหลังเรียนเฉลี่ยของ หลักสูตรนวดไทยเพื่อสุขภาพ 150ชั่วโมง หลักสูตรผู้ดำเนินการสปาเพื่อสุขภาพ 100 ชั่วโมง และหลักสูตรพัฒนาวิทยากรผู้ฝึกอบรมนวดไทยและสปา 20 ชั่วโมง เท่ากับ 37.63?3.38, 73.00?8.10 และ 37.36 ?4.36 ตามลำดับ คะแนนเฉลี่ยของระดับความพึงพอใจต่อหลักสูตรนวดไทยเพื่อสุขภาพ 150 ชั่วโมง หลักสูตรผู้ดำเนินการสปาเพื่อสุขภาพ 100 ชั่วโมง และหลักสูตรพัฒนาวิทยากรผู้ฝึกอบรมนวดไทยและสปา 20 ชั่วโมง เท่ากับ4.52?0.19, 4.28?0.19 และ 4.20 ?0.12 ตามลำดับ ส่วนประโยชน์ที่ได้รับจากการอบรม 3 ด้านที่สูงที่สุด ได้แก่ การได้นำความรู้ที่จากหลักสูตรไปพัฒนาต่อยอดธุรกิจ พัฒนารูปแบบการให้บริการในธุรกิจพัฒนาทักษะและการบริการในงานของตนเอง พัฒนาผลิตภัณฑ์ นำไปประยุกต์ใช้กับงานหรือชีวิตประจำวัน (ร้อยละ 41.94) รองลงมาคือ ได้รับความรู้ ทักษะ และประสบการณ์ใหม่ๆ มีความเข้าใจกฎหมายและการทำธุรกิจมากขึ้น (ร้อยละ 33.87) และได้มิตรภาพ เครือข่ายทางธุรกิจ (ร้อยละ 16.13)ซึ่งแรงงานที่ผลิตได้ทั้งหมดนี้จะช่วยสนับสนุนและขับเคลื่อนการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ หรือ WellnessTourism ทั้งในระดับปฏิบัติการและระดับบริหาร และการเพิ่มจำนวนวิทยากรที่มีคุณภาพ ส่งผลให้สามารถเพิ่มขีดความสามารถในการผลิตบุคลากรในรุ่นต่อๆ ไป (Training for the trainer) ให้เพียงพอต่อความต้องการของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพและเวลเนสในอนาคต