การพัฒนานวัตกรรมต้นแบบเตาปฏิกรณ์แบบถังแนวนอน ในการผลิตเม็ดพลังงานทอร์ริไฟร์จากเศษไม้ยางพาราในเชิงพาณิชย์อย่างยั่งยืน
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
จุดประสงค์ของงานวิจัยนี้คือ การผลิตเม็ดพลังงานทอร์รีไฟด์จากเศษไม้ยางพารา โดยการพัฒนาใช้นวัตกรรมต้นแบบเตาปฏิกรณ์แบบถังแนวนอน มาประยุกต์ใช้ในการผลิตเชิงอุตสาหกรรม เพื่อให้เกิดความยั่งยืน และสามารถใช้เป็นพลังงานทดแทนต่อไปในอนาคต เตาปฏิกรณ์แบบแนวนอนมีการทำงานในลักษณะของถังหมุน โดยใช้ความร้อนทางอ้อมจากห้องเผาที่ใช้เศษไม้ และปีกไม้เป็นเชื้อเพลิง วัตถุดิบเศษไม้ยางพารา จะผ่านกระบวนการทำให้มีขนาดเล็กโดยผ่านเครื่องทำชิ้นไม้สับ และเครื่องตีชิ้นไม้ ตามลำดับ จากนั้นชิ้นไม้ขนาดเล็กจะถูกนำเข้าสู่เตาปฏิกรณ์แบบแนวนอนแบบต่อเนื่อง ซึ่งมีเตาปฏิกรณ์แบบแนวนอนกำลังการผลิตในการทำชิ้นไม้ทอร์รีไฟด์สูงสุดที่ 500 กิโลกรัมต่อชั่วโมง โดยสามารถทำความร้อนได้ในช่วง 50 ถึง 350 องศาเซลเซียส จากการทดลองใช้อุณหภูมิในกระบวนการทอร์รีแฟคชั่นขี้เลื่อยไม้ยางพาราที่อุณหภูมิต่างกัน ที่ 250, 270, และ 290 องศาเซลเซียส โดยได้ทำการทดสอบสมบัติเบื้องต้นของเม็ดพลังงานทอร์รีไฟด์ เช่น ค่าความชื้น ค่าความหนาแน่น ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางและความยาวเม็ดเชื้อเพลิงชีวมวล ความชื้น ปริมาณเถ้า คาร์บอนเสถียร ไอระเหย และวิเคราะห์องค์ประกอบทางเคมี พบว่าค่าความร้อนของเม็ดพลังงานมีแนวโน้มสูงขึ้น มีค่าคาร์บอนเสถียรเพิ่มขึ้น ขณะที่มีปริมาณไอระเหยลดลง สมบติต่างๆอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานเม็ดพลังงานไทย มอก. 2772–2560 และมาตรฐานเม็ดพลังงานยุโรป EN 14961-1:2010 ดังนั้นการนำเศษไม้ยางพารามาผลิตเม็ดพลังงานทอร์รีไฟด์โดยการพัฒนาใช้นวัตกรรมต้นแบบเตาปฏิกรณ์แบบถังแนวนอนจึงเป็นการเพิ่มมูลค่า และการเพิ่มศักยภาพของเม็ดพลังงานชีวมวลให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น