ความหลากหลายทางพันธุกรรมของปลาดุกลำพันโดยใช้เทคนิคอาร์เอพีดี
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
ปลาดุกลำพันถูกจัดเป็นปลาที่มีแนวโน้มใกล้สูญพันธุ์ การลดลงของจำนวนปลาดุกลำพันอาจ มีผลทำให้เกิดการสูญเสียความหลากหลายทางพันธุกรรม และมีผลต่อความอยู่รอด การศึกษาครั้งนี้ จึงศึกษาความหลากหลายทางพันธุกรรมของปลาดุกลำพันจากธรรมชาติ จำนวน 3 ประชากรคือ สุราษฏร์ธานี (SU) นราธิวาส (NA) และพัทลุง (PT) รวมทั้งหมด 149 ตัวอย่าง โดยใช้เทคนิคอาร์เอพีดี คัดเลือกไพรเมอร์ซึ่งมีขนาด 10 นิวคลีโอไทด์ จำนวน 14 ไพรเมอร์ คือ AA 03, AA 10, AA 17, AA 18, AA 19, AB 07, AB 09, AB 14, AB 18, AC 03, AC 04, OPC 05, OPC 06 และ OPE 11 ผลการศึกษาพบรูปแบบของแถบดีเอ็นเอเหมือนเดิมเมื่อทำซ้ำ จำนวน 105 ตำแหน่ง ซึ่งมีขนาดอยู่ในช่วง 400-3000 คู่เบส เปอร์เซ็นต์โพลิมอร์ฟิค และค่าความหลากหลายทางพันธุกรรม (H) จากทุกประชากรมีค่าเท่ากับ 98.10% และ 0.3171?0.1533 ตามลำดับ ประชากรพัทลุง มีเปอร์เซ็นต์โพลิมอร์ฟิค (96.25%) และความหลากหลายทางพันธุกรรม 0.3371?0.1450) สูงที่สุด ประชากรสุราษฏร์ธานี มีเปอร์เซ็นต์โพลิมอร์ฟิค (75%) และความหลากหลายทางพันธุกรรม (0.2252?0.1925) ต่ำที่สุด ระยะห่างทางพันธุกรรมของปลาดุกลำพันทั้ง 3 ประชากร มีค่าอยู่ระหว่าง 0.1381 – 0.2213 ประชากรสุราษฏร์ธานี กับประชากรนราธิวาส มีระยะห่างทางพันธุกรรมมากที่สุด (0.2213) รองลงมาคือ ประชากรสุราษฏร์ธานี กับประชากรพัทลุง (0.2063) ส่วนประชากรนราธิวาส กับประชากรพัทลุง มีระยะห่างทางพันธุกรรมน้อยที่สุด (0.1381) ข้อมูลดังกล่าวสามารถนำไปเป็นข้อมูลพื้นฐานซึ่งเป็นประโยชน์ต่อการปรับปรุงพันธุ์ปลาดุกลำพัน เพื่อการเพาะเลี้ยงเชิงพาณิชย์ และเพื่อรักษาพันธุกรรมของ ปลาดุกลำพันในแหล่งน้ำธรรมชาติมิให้สูญเสียลักษณะทางพันธุกรรมต่อไปในอนาคต