ความชุกชุมและการแพร่กระจายของลูกปลาทู-ลังวัยอ่อนเพื่อการประเมินแหล่งปล่อยลูกพันธุ์ปลาทูที่เหมาะสมฝั่งทะเลอันดามัน
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การศึกษาความชุกชุมและการแพร่กระจายของลูกปลาทู-ลังวัยอ่อนในบริเวณทะเลอันดามันตอนล่าง โดยรวบรวมตัวอย่างในเวลากลางวันด้วยถุงลากลูกปลา ขนาดช่องตา 330 ไมโครเมตร จำนวน 15 สถานี ในเดือนมีนาคม เมษายน พฤษภาคม และมิถุนายน ปี 2564 ครอบคลุมพื้นที่จังหวัดภูเก็ต พังงา กระบี่ ตรัง และสตูล การศึกษา พบลูกปลาทู-ลังวัยอ่อนมีความชุกชุมเฉลี่ย 23.98 ตัวต่อพื้นที่ 10 ตารางเมตร ในเดือนมีนาคม ถึงมิถุนายน มีความชุกชุมรายเดือนเฉลี่ย 18.79 17.13 55.28 และ 4.73 ตัวต่อพื้นที่ 10 ตารางเมตร ตามลำดับ ลูกปลาทู-ลังวัยอ่อนในเดือนพฤษภาคมซึ่งพบชุกชุมมากที่สุด แพร่กระจายหนาแน่นด้านทิศตะวันตกเฉียงใต้ของเกาะพีพี บริเวณสถานีที่ 3 จำนวน 30.36 ตัวต่อพื้นที่ 10 ตารางเมตร ด้านทิศตะวันตกของเกาะรอก บริเวณสถานีที่ 8 จำนวน 27.60 ตัวต่อพื้นที่ 10 ตารางเมตร ด้านทิศตะวันตกของเกาะบุโหลนเล บริเวณสถานีที่ 11 และ 12 จำนวน 37.28 และ 209.65 ตัวต่อพื้นที่ 10 ตารางเมตร ด้านทิศตะวันตกเฉียงเหนือของเกาะระวี บริเวณสถานีที่ 13 จำนวน 68.26 ตัวต่อพื้นที่ 10 ตารางเมตร ด้านทิศเหนือของเกาะอาดัง จำนวน 343.42 ตัวต่อพื้นที่ 10 ตารางเมตร และด้านทิศตะวันตกของเกาะตะรุเตา บริเวณสถานีที่ 15 จำนวน 88.45 ตัวต่อพื้นที่ 10 ตารางเมตร ตามลำดับ องค์ประกอบวงศ์ของปลาทู-ลังวัยอ่อนในเดือนพฤษภาคมคิดเป็นร้อยละ 0.34 ของจำนวนปลาวัยอ่อนทั้งหมด ผลการศึกษาพบว่า ปลาทู-ลังมีแหล่งวางไข่และเลี้ยงตัววัยอ่อนหนาแน่นบริเวณเกาะพีพี จังหวัดกระบี่ เกาะบุโหลนเล เกาะรอก จังหวัดตรัง เกาะระวี เกาะอาดัง และเกาะตะรุเตา จังหวัดสตูล ข้อมูลการศึกษาความ ชุกชุมและการแพร่กระจายของลูกปลาทู-ลังวัยอ่อนในพื้นที่ดังกล่าว จึงเป็นข้อมูลพื้นฐานของการวิเคราะห์หาแหล่งวางไข่ ฤดูวางไข่ และแหล่งเลี้ยงตัวของปลาวัยอ่อน รวมถึงประเมินแหล่งปล่อยลูกพันธุ์ปลาทูที่เหมาะสมเพื่อทดแทนธรรมชาติ ข้อมูลที่ได้สามารถนำไปใช้ประโยชน์ในการศึกษาการเปลี่ยนแปลงเพื่อการอนุรักษ์ทรัพยากรปลาทูต่อไปในอนาคต