แนวทางการพัฒนาการบริหารแบบมีส่วนร่วมของภาคีเครือข่ายดูแลผู้สูงอายุในชุมชนเพื่อการยกระดับการรับมือสถานการณ์ภัยพิบัติ เขตจังหวัดภาคเหนือตอนบน
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
โครงการศึกษาวิจัย เรื่อง แนวทางการพัฒนาการบริหารแบบมีส่วนร่วมของภาคีเครือข่ายดูแลผู้สูงอายุในชุมชนเพื่อการยกระดับการรับมือสถานการณ์ภัยพิบัติ เขตจังหวัดภาคเหนือตอนบน สำนักงานส่งเสริมและสนับสนุนวิชาการ 9 กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ได้รับงบประมาณสนับสนุนการทำวิจัยจาก กองทุนส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (กองทุนส่งเสริม ววน.) สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) กระทรวงการ อุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) จำนวน 600,000.- บาท โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาสภาพการณ์การบริหารแบบมีส่วนร่วมของภาคีเครือข่ายดูแลผู้สูงอายุในชุมชนในการรับมือสถานการณ์ภัยพิบัติ เพื่อศึกษาปัจจัยที่มีผลต่อการบริหารแบบมีส่วนร่วมของภาคีเครือข่ายดูแลผู้สูงอายุในชุมชนในการรับมือสถานการณ์ภัยพิบัติ และเพื่อเสนอแนวทางการพัฒนาการบริหารแบบมีส่วนร่วมของภาคีเครือข่ายดูแลผู้สูงอายุในชุมชนเพื่อการยกระดับการรับมือสถานการณ์ภัยพิบัติ ในพื้นที่ 8 จังหวัดภาคเหนือตอนบน ได้แก่ จังหวัดเชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง แม่ฮ่องสอน เชียงราย พะเยา แพร่ และจังหวัดน่าน คณะผู้วิจัย ได้ดำเนินการคัดเลือกพื้นที่ศึกษาวิจัยแบบเฉพาะเจาะจง ซึ่งพิจารณาจากพื้นที่ๆประสบภัยพิบัติบ่อยครั้ง ได้แก่ เทศบาลตำบลปิงโค้ง อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ องค์การบริหารส่วนตำบลเวียงแก้ว ตำบลแม่ตืน อำเภอลี้ จังหวัดลำพูน เทศบาลตำบลวังเหนือ อำเภอวังเหนือ จังหวัดลำปาง องค์การบริหารส่วนตำบลแม่ฮี้ อำเภอปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน องค์การบริหารส่วนตำบลสันกลาง อำเภอพาน จังหวัดเชียงราย เทศบาลตำบลบ้านถ้ำ อำเภอดอกคำใต้ จังหวัดพะเยา องค์การบริหารส่วนตำบลน้ำเลา อำเภอร้องกวาง จังหวัดแพร่ และองค์การบริหารส่วนตำบลน้ำมวบ อำเภอเวียงสา จังหวัดน่าน โดยใช้ระเบียบวิธีวิจัยเชิงคุณภาพในลักษณะของการวิจัยเชิงปฏิบัติการอย่างมีส่วนร่วม จากผลการศึกษาพบว่า ปัญหาภัยพิบัติที่ประสบมากที่สุดจำแนกออกเป็น 2 กลุ่ม ได้แก่ ปัญหาไฟป่าหมอกควัน และปัญหาน้ำป่าไหลหลาก โดยมีองค์ประกอบเป็นปัจจัย มีผลต่อการบริหารแบบมีส่วนร่วมของภาคีเครือข่ายดูแลผู้สูงอายุในชุมชนเพื่อการรับมือสถานการณ์ภัยพิบัติทั้ง 2 กลุ่มภัยพิบัติ ได้แก่ ปัจจัยส่งเสริมการบริหารของภาคีเครือข่ายการดูแลผู้สูงอายุในชุมชนเพื่อการรับมือสถานการณ์ภัยพิบัติ จำนวน 35 ปัจจัย โดยสามารถจำแนกออกเป็นปัจจัยส่งเสริมก่อนเกิดภัยพิบัติ 21 ปัจจัย ปัจจัยส่งเสริมขณะเกิดภัยพิบัติ 11 ปัจจัย ปัจจัยส่งเสริมหลังเกิดภัยพิบัติ 3 ปัจจัย และปัจจัยอุปสรรคการบริหารของภาคีเครือข่ายการดูแลผู้สูงอายุในชุมชนเพื่อการรับมือสถานการณ์ภัยพิบัติ จำนวน 3 ปัจจัย และจากการศึกษาวิจัยยังพบว่า การยกระดับการรับมือสถานการณ์ภัยพิบัติจำเป็นต้องนำหลักการบริหาร 4M’s 7S’s การบริหารจัดการภายใต้ทักษะกระบวนการทั้ง 7 ประการ (POSDCoRB) การบริหารความเสี่ยง (Risk management) และการจัดการแบบมีส่วนร่วมของภาคีเครือข่าย ภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม อาสาสมัคร มูลนิธิ ฯลฯ ตามหลักการ 4 ขั้นตอน ได้แก่ 1) การมีส่วนร่วมในการกำหนดเป้าหมาย 2) การมีส่วนร่วมในการวางแผนปฏิบัติ 3) การมีส่วนร่วมในการนำแผนไปปฏิบัติ และ 4) การมีส่วนร่วมในการทบทวนประเมินผล