กำลังโหลดข้อมูล…
Search for a command to run...
จากรายงานสถานการณ์มลพิษของประเทศไทยของกรมควบคุมมลพิษ พบว่า ปริมาณมูลฝอยติดเชื้อในประเทศไทยมีแนวโน้มสูงขึ้นเรื่อย ๆ ส่งผลให้ปัจจุบันสถานการณ์มูลฝอยติดเชื้อเป็นปัญหาด้านสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อมที่สำคัญของประเทศไทย นอกจากนี้สถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ส่งผลให้การกระจายตัวและปริมาณมูลฝอยติดเชื้อสูงมากขึ้นไปอีก การกำจัดมูลฝอยติดเชื้อในประเทศไทยส่วนใหญ่จะพึ่งพาการเผาในเตาเผาตามภูมิภาคซึ่งมีอยู่เพียง 12 แห่งทั่วประเทศและไม่ใช่การบำบัดเชื้อที่แหล่งกำเนิดในสถานพยาบาล ทำให้ต้องรวบรวมมูลฝอยติดเชื้อไว้ในพื้นที่สถานพยาบาลเพื่อรอให้หน่วยงานที่รับผิดชอบมานำไปกำจัด ซึ่งหากขั้นตอนการจัดการมูลฝอยติดเชื้อมีข้อผิดพลาดจะทำให้บุคคลที่เกี่ยวข้องมีความเสี่ยงที่จะได้รับเชื้อก่อโรคซึ่งเป็นอันตรายต่อชีวิต ดังนั้นจึงมีความจำเป็นเร่งด่วนในการพัฒนาเทคโนโลยีทางเลือกใหม่ที่สามารถบำบัดมูลฝอยติดเชื้อให้เป็นมูลฝอยทั่วไปได้ตั้งแต่ต้นทางในสถานพยาบาล โครงการงานวิจัยนี้จึงทำการออกแบบและสร้างเครื่องต้นแบบเพื่อบำบัดมูลฝอยติดเชื้อโดยใช้ความร้อนจากพลังงานไมโครเวฟซึ่งถือเป็นแหล่งพลังงานที่มีประสิทธิภาพสูงและถือเป็นพลังงานสะดวกเพื่อใช้ในสถานพยาบาล และทำการออกแบบเทคโนโลยีด้านดิจิทัลมาใช้ประโยชน์ในกระบวนการทำงานของเครื่อง ได้แก่ การควบคุมการทำงานด้วยระบบอัตโนมัติและเก็บข้อมูลด้วยระบบดิจิทัล โดยเครื่องต้นแบบที่ทำการออกแบบจะสามารถทำงานได้ทั้งระบบแมนนวลและระบบอัตโนมัติซึ่งสามารถตั้งค่ากำลังไมโครเวฟ ระยะเวลาในการบำบัด และปริมาณน้ำที่ใช้เพื่อทำความชื้นในการบำบัดแต่ละครั้ง และออกแบบระบบดิจิทัลในการตรวจวัด บันทึก และส่งผ่านข้อมูลการทำงานของเครื่องในระหว่างกระบวนการ ได้แก่ ค่าอุณหภูมิภายในห้องบำบัด ข้อมูลการใช้พลังงาน และข้อมูลไฟฟ้า ซึ่งสามารถนำไปวิเคราะห์การทำงานให้มีประสิทธิภาพสูงสุดและสามารถนำไปวิเคราะห์ความคุ้มค่าเชิงเศรษฐศาสตร์ของเครื่องต้นแบบได้ผลจากการศึกษาการบำบัดมูลฝอยติดเชื้อโดยการจำลองด้วยโปรแกรมเชิงคอมพิวเตอร์ จะแบ่งออกเป็น การศึกษาอันตรกิริยาในกระบวนการบำบัดมูลฝอยติดเชื้อโดยใช้พลังงานไมโครเวฟ และกำหนดตำแหน่งการจัดวางแหล่งพลังงานความร้อนโดยใช้โปรแกรมทางคอมพิวเตอร์ โดยจากผลการศึกษาพบว่าการวางแหล่งพลังงานความร้อนในตำแหน่งสลับบน-ล่างของถัง จะส่งผลให้การกระจายตัวอุณหภูมิดีกว่าด้วยอุณหภูมิที่สูงกว่ารูปแบบการวางแหล่งพลังงานความร้อนในตำแหน่งกึ่งกลางของถังตรงกัน ซึ่งผลจากการศึกษาจะนำไปใช้ในติดตั้งตำแหน่งแหล่งพลังงานในขั้นตอนการสร้างเครื่องต้นแบบ และผลจากศึกษาความแข็งแรงของโครงสร้างที่ทำการออกแบบและวัสดุที่นำมาสร้างเครื่องทดสอบโดยใช้โปรแกรมทางคอมพิวเตอร์พบว่าโครงสร้างที่ทำการออกแบบสามารถรองรับน้ำหนักของตัวเครื่องที่ทำการออกแบบได้ เมื่อได้ผลจากการจำลองด้วยโปรแกรมเชิงคอมพิวเตอร์ที่มีเงื่อนไขที่เหมาะสมที่สุดแล้วจะนำไปทำการออกแบบและสร้างเครื่องต้นแบบเพื่อบำบัดมูลฝอยติดเชื้อโดยใช้ความร้อนจากพลังงานไมโครเวฟ โดยเครื่องต้นแบบเพื่อบำบัดมูลฝอยติดเชื้อโดยใช้ความร้อนจากพลังงานไมโครเวฟที่ทำการพัฒนาขึ้นจะประกอบด้วยถังบำบัดซึ่งมีลักษณะรูปทรงเป็นทรงกระบอกโดยมีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 0.6 เมตร และมีความสูง 0.7 เมตร ขนาดความจุของถังบำบัดเมื่อคำนวณเต็มความจุจะได้ 198 ลิตร หากพิจารณาถุงขยะที่มีความจุ 35 ลิตร จะสามารถใส่ได้สูงสุดประมาณ 5 ถุง เครื่องต้นแบบที่ทำการออกแบบจะประกอบด้วยแหล่งพลังงานจากคลื่นไมโครเวฟจำนวน 2 ตัว ติดด้านตรงข้ามกัน ด้านละ 1 ตัว โดยแต่ละตัวมีค่าพลังงาน 1,000 วัตต์ รวมให้พลังงานรวมทั้งสิ้น 2,000 วัตต์ ที่ค่าความถี่คลื่นไมโครเวฟ 2.45 กิกะเฮิร์ตซ์ ภายหลังจากการดำเนินการสร้างเครื่องแล้วเสร็จ จะทำการทดสอบประสิทธิภาพการทำงานของเครื่องต้นแบบในการทำงานและการควบคุมผ่านระบบอัตโนมัติและการควบคุมผ่านระยะทางไกล ผลจากการศึกษาพบว่าเครื่องต้นแบบสามารถทำงานได้ตามเงื่อนไขการทำงานที่ได้ตั้งไว้ และการควบคุมผ่านระยะทางไกลสามารถควบคุมเครื่องต้นแบบที่ทำการออกแบบได้ในระยะทางภายใน 10 เมตร และยังได้ทำการทดสอบประสิทธิภาพการทำลายเชื้อของเครื่องต้นแบบในการบำบัดขยะติดเชื้อในห้องปฏิบัติการทางชีววิทยาในแต่ละกรณี โดยผลจากการทดสอบสามารถสรุปได้ว่าเครื่องที่ทำการออกแบบที่นำมาทดสอบนี้มีประสิทธิภาพในการฆ่าเชื้อได้สมบูรณ์ที่เวลา 30 นาทีบนวัสดุทดสอบอย่างน้อย 3 ชนิด ได้แก่ หน้ากากอนามัย ถุงมือยาง และชุดตรวจ ATK เทคโนโลยีที่ได้จากการพัฒนาขึ้นในโครงการวิจัยนี้จะช่วยลดปริมาณมูลฝอยติดเชื้อในสถานพยาบาล และช่วยลดความเสี่ยงในการติดเชื้อก่อโรคของผู้ที่เกี่ยวข้องหากมีการผิดพลาดในกระบวนการจัดการมูลฝอย และช่วยสร้างองค์ความรู้ใหม่ที่เป็นประโยชน์พื้นฐานและยกระดับองค์ความรู้ในการทำลายเชื้อก่อโรคที่ปนเปื้อนอยู่กับมูลฝอยติดเชื้อเพื่อลดปัญหาการจัดการขยะมูลฝอยด้านโรคโควิด-19 ได้
เป้าหมายเมื่อจบโครงการ: 6 — 6. Representative of the deliverable demonstrated in relevant environments
คณะผู้วิจัยคาดว่าหลังจากโครงการวิจัยนี้เสร็จสิ้น จะได้รับผลผลิตหลักคือเครื่องต้นแบบเพื่อบำบัดขยะมูลฝอยติดเชื้อโดยใช้ความร้อนจากพลังงานไมโครเวฟเพื่อรองรับการจัดการด้านโรคโควิด-19 ที่จะช่วยบำบัดมูลฝอยติดเชื่อในสถานพยาบาล โดยเฉพาะในสถานการณ์เพื่อรองรับการจัดการด้านโรคโควิด-19 โดยคาดว่าจะมีผลสำเร็จในการสร้างนวัตกรรมต้นแบบเพื่อบำบัดมูลฝอยติดเชื้อได้แล้วเสร็จภายใน 12 เดือน โดยมีการยกระดับด้วยการนำเทคโนโลยีด้านดิจิทัลมาใช้ประโยชน์ในกระบวนการทำงานของเครื่อง ได้แก่ การควบคุมการทำงานด้วยระบบอัตโนมัติและระบบดิจิทัล โดยระบบอัตโนมัติและระบบดิจิทัลนี้จะช่วยให้เครื่องต้นแบบสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ช่วยในการควบคุมการทำงานของเครื่องต้นแบบ ได้แก่ กำลังไมโครเวฟ ระยะเวลาในการบำบัด ปริมาณน้ำที่ใช้เพื่อทำความชื้นในการบำบัดแต่ละครั้ง เพื่อให้ได้เงื่อนไขการใช้งานที่เหมาะสมที่สุดในการบำบัดแต่ละครั้ง รวมทั้งวิเคราะห์ประเภทของขยะมูลฝอยที่เหมาะสมกับเครื่องต้นแบบ โดภายหลังจากการสร้างแล้วเสร็จเครื่องต้นแบบที่ทำการออกแบบจะถูกนำไปใช้ทำการทดสอบประสิทธิภาพในห้องปฏิบัติการโดยทดสอบกับมูลฝอยติดเชื้อ เพื่อทดสอบประสิทธิภาพในการทำลายเชื้อก่อโรคที่ปนเปื้อนอยู่กับมูลฝอยติดเชื้อและการลดลงของปริมาตรมูลฝอยหลังผ่านกระบวนการบำบัด และศึกษาพารามิเตอร์ที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งนำไปวิเคราะห์ความคุ้มค่าเชิงเศรษฐศาสตร์ เมื่อเครื่องต้นแบบผ่านการทดสอบประสิทธิภาพแล้ว จะทำการส่งมอบให้สถานพยาบาล/โรงพยาบาลที่ขนาดกลางหรือขนาดเล็กเพื่อนำไปใช้ประโยชน์ โดยผลผลิตที่ได้จากโครงการวิจัยคือนวัตกรรมเครื่องต้นแบบเพื่อบำบัดมูลฝอยติดเชื้อโดยใช้ความร้อนจากพลังงานไมโครเวฟ เทคโนโลยีและองค์ความรู้ใหม่ ความเข้าใจ ในการออกแบบและพัฒนาระบบการบำบัดขยะมูลฝอยติดเชื้อภายในสถานพยาบาล/โรงพยาบาล โดยความคุ้มค่าของการวิจัยตามแผนการบริหารงานและแผนการดำเนินงานนั้น จะเกิดจากการนำนวัตกรรมที่เกิดจากโครงการวิจัยไปทดสอบใช้งานจริงในสถานพยาบาล/โรงพยาบาล ซึ่งจะช่วยลดบำบัดขยะมูลฝอยติดเชื้อ ลดระยะเวลาในการบำบัด ช่วยลดความเสี่ยงและเพิ่มความปลอดภัยแก่เจ้าหน้าที่และบุคลากรทางการแพทย์ และอาจสามารถช่วยลดการนำเข้าของอุปกรณ์และเทคโนโลยีทางการแพทย์จากต่างประเทศได้
ที่ผ่านมาคณะผู้วิจัยเคยได้พัฒนาเครื่องต้นแบบเพื่อการฆ่าเชื้อด้วยรังสียูวีซีสำหรับอุปกรณ์ทางการแพทย์ ซึ่งได้รับผลการศึกษาเป็นที่น่าพึงพอใจ โดยครั้งนั้นคณะผู้วิจัยศึกษาถึงอิทธิพลของพารามิเตอร์ต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องและส่งผลต่อความสามารถในการทำลายเชื้อของกระบวนการ ได้แก่ จำนวนหลอดยูวีซี ตำแหน่งหลอดยูวีซี กำลังวัตต์ของหลอดยูวีซี และระยะเวลาการทำลายเชื้อ นอกจากนี้ยังได้ทดสอบประสิทธิภาพของเครื่องต้นแบบในการฆ่าเชื้อด้วยวิธีการตรวจสอบทางชีวภาพโดย Bacillus subtilis เป็นตัวชี้วัด ซึ่งผลการทดสอบประสิทธิภาพชี้ว่าเครื่องต้นแบบสามารถทำลายเชื้อได้มากกว่าร้อยละ 99 ซึ่งบ่งชี้ว่ามีประสิทธิภาพและเป็นที่น่าพอใจ จากการพัฒนาเครื่องต้นแบบเพื่อฆ่าเชื้อก่อโรคด้วยรังสียูวีซีสำหรับอุปกรณ์ทางการแพทย์ในครั้งนั้นทำให้คณะผู้วิจัยมีต้นแบบเทคโนโลยีที่สามารถนำมาใช้ต่อยอดในโครงการวิจัยนี้ มีพื้นฐานในการออกแบบเชิงแนวคิด และปัจจัยต่าง ๆ ที่ต้องพิจารณาในการพัฒนาเครื่องต้นแบบเพื่อฆ่าเชื้อก่อโรค ซึ่งต้นแบบดังกล่าวยังมีข้อจำกัดเรื่องระบบพลังงานที่นำมาใช้ยังเป็นระบบพลังงานแบบเดียว และยังขาดโปรแกรมคอมพิวเตอร์ในการควบคุมการทำงานและจัดการข้อมูลการทำงาน ดังนั้นต้นแบบเทคโนโลยีดังกล่าวจึงสามารถนำมาพัฒนาเครื่องต้นแบบเพื่อบำบัดขยะมูลฝอยติดเชื้อโดยใช้ความร้อนจากพลังงานไมโครเวฟเพื่อรองรับการจัดการด้านโรคโควิด-19
เป้าหมายเมื่อจบโครงการ: 9 — 9. actual project solution (s) proven in relevant environment
เมื่อเครื่องต้นแบบเพื่อบำบัดขยะมูลฝอยติดเชื้อโดยใช้ความร้อนจากพลังงานไมโครเวฟเพื่อรองรับการจัดการด้านโรคโควิด-19 ถูกสร้างแล้วเสร็จและผ่านการทดสอบประสิทธิภาพการใช้งานเรียบร้อยแล้ว ผู้วิจัยจะส่งมอบเทคโนโลยีเพื่อใช้ประโยชน์สำหรับโรงพยาบาลหรือสถานพยาบาลขนาดกลางและขนาดเล็กผ่านหน่วยงานที่มีความร่วมมือ จากนั้นจะติดตามการใช้งาน วิเคราะห์ข้อดีข้อเสีย และปรับปรุงเทคโนโลยี นอกจากนั้นจะทำการวิเคราะห์ความคุ้มค่าเชิงวิศวกรรม พลังงาน และเศรษฐศาสตร์ วิเคราะห์ตลาด และถ่ายทอดเทคโนโลยีเพื่อใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์ต่อไป เพื่อให้เทคโนโลยีนี้เป็นทางเลือกสำหรับกระบวนการทำให้ปลอดเชื้อในโรงพยาบาลและสถานพยาบาลต่าง ๆ เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้กระบวนการ ส่งเสริมการทำลายเชื้อก่อโรคในโรงพยาบาลและสถานพยาบาลที่อาจแพร่กระจายผ่านอุปกรณ์ทางการแพทย์ต่าง ๆ และต้นแบบเทคโนโลยีของกระบวนการทำให้ปลอดเชื้อสำหรับโรงพยาบาลและสถานพยาบาล เพื่อรองรับวิกฤติโรคโควิด-19 และเหมาะสมต่อสถานการณ์ที่เปลี่ยนไปเพื่อรองรับการระบาดในอนาคต รวมถึงปัญหาจากโรคอุบัติใหม่ในอนาคต
ปัจจุบันภัยร้ายแรงด้านสาธารณสุขจากโรคโควิด-19 ได้ส่งผลกระทบจากประชากรทั่วทุกมุมโลก เนื่องจากเป็นโรคระบาดใหญ่ที่สามารถติดต่อจากคนสู่คน เดินทางไปทั่วโลกผ่านตัวกลางซึ่งก็คือคน และสามารถแพร่กระจายและติดเชื้อได้โดยง่าย ภายในโรงพยาบาลซึ่งเป็นพื้นที่รองรับและให้การรักษาผู้ป่วยจำนวนมาก มีการแพร่กระจายของเชื้อก่อโรคต่าง ๆ มากมายทั้งในบรรยากาศและการปนเปื้อนมากับวัตถุต่าง ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ต้องเกี่ยวข้องกับการรักษาผู้ป่วยโดยตรง กระบวนการทำให้ปลอดเชื้อจึงเป็นกระบวนการที่สำคัญอย่างยิ่งในโรงพยาบาลในการป้องกันและควบคุมการแพร่กระจายและติดเชื้อโรคต่าง ๆ อย่างไรก็ตามพบว่าเทคโนโลยีในกระบวนการทำลายเชื้อในปัจจุบันโดยเฉพาะอย่างยิ่งที่นิยมใช้ในโรงพยาบาลขนาดกลางและขนาดเล็ก ยังมีข้อจำกัดในเรื่องของระยะเวลาการทำลายเชื้อ ประสิทธิภาพการทำลายเชื้อ ความทั่วถึงของการทำลายเชื้อ และไม่เหมาะสมกับการใช้งานสำหรับวัสดุบางชนิด รวมถึงราคาค่อนข้างสูงอีกด้วย ผู้วิจัยจึงเสนอแนวคิดที่จะนำแหล่งพลังงานทางเลือกแบบใหม่มาใช้ในเทคโนโลยีทำลายเชื้อก่อโรคในโรงพยาบาล โดยแหล่งพลังงานที่น่าสนใจ ได้แก่ คลื่นอินฟราเรดซึ่งมีความสามารถในการแผ่รังสีความร้อนสูง ส่งผลให้อุณหภูมิของวัสดุที่ได้รับความร้อนสูงขึ้นในระยะเวลาที่รวดเร็ว และคลื่นไมโครเวฟซึ่งสามารถทำความร้อนได้ทั่วทั้งปริมาตรของวัสดุ ประสิทธิภาพสูง และทำความร้อนที่อุณหภูมิสูงได้ในระยะเวลาที่รวดเร็วเช่นกัน โดยจะทำการสร้างและพัฒนาเครื่องต้นแบบเพื่อบำบัดขยะมูลฝอยติดเชื้อโดยใช้ความร้อนจากพลังงานไมโครเวฟเพื่อรองรับการจัดการด้านโรคโควิด-19 อีกทั้งจะมีการทดสอบเพื่อยืนยันประสิทธิภาพในการทำลายเชื้อได้หลากหลายมากขึ้น ได้แก่ เชื้อจุลชีพต่าง ๆ เชื้อที่พบในอุปกรณ์ทางการแพทย์ เชื้อก่อโรคในโรงพยาบาล และเชื้อก่อโรคร้ายแรงหรือโรคอุบัติใหม่อื่น ๆ ในอนาคต ซึ่งจะช่วยยืนยันว่าเครื่องต้นแบบนี้มีศักยภาพในการเป็นเทคโนโลยีต้นแบบเพื่อรองรับวิกฤตโรคโควิด-19 หรือโรคอุบัติใหม่อื่น ๆ ในอนาคต และมีความพร้อมในการรับมือสถานการณ์ที่เปลี่ยนไป เทคโนโลยีนี้จะถูกนำไปใช้งานจริงเพื่อแก้ไขปัญหาข้างต้น โดยมีผู้ได้รับผลกระทบได้แต่ โรงพยาบาลและสถานพยาบาลต่าง ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งขนาดกลางและขนาดเล็ก โดยสามารถนำเทคโนโลยีนี้ไปช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของกระบวนการทำให้ปลอดเชื้อของโรงพยาบาล รวมทั้งผู้ประกอบกิจการด้านเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่สามารถรับการถ่ายทอดต้นแบบเทคโนโลยีนี้เพื่อนำไปผลิตเทคโนโลยีทำลายเชื้อก่อโรคในโรคพยาบาลต่อไป