ความรู้ ทักษะ และภาระการดูแลของผู้ดูแลผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองในเขตเทศบาลนครรังสิต จ.ปทุมธานี
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
โรคหลอดเลือดสมองเป็นกลุ่มโรคไม่ติดต่อเรื้อรังที่มีภาวะพิการ แต่ละปีมีจำนวนผู้ป่วยสะสมจำนวนมาก ภาวะของโรคมีทั้งภาวะกำเริบเฉียบพลัน เรื้อรังและมีภาวะแทรกซ้อน ผู้ดูแลมีบทบาทสำคัญของครอบครัวในระบบสุขภาพปฐมภูมิที่ทำหน้าที่ดูแลผู้ป่วยที่ใกล้ชิดที่สุด การวิจัยนี้เป็นการวิจัยแบบผสมวิธีโดยใช้วิธีวิจัยเชิงปริมาณเป็นหลักและวิธีวิจัยเชิงคุณภาพขยายผลการวิจัย การวิจัยเชิงปริมาณ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาอิทธิพลทำนายของปัจจัยส่วนบุคคลและภูมิหลัง ภาวะสุขภาพองค์รวม ศักยภาพการดูแล ภาระการดูแล และปัญหาอุปสรรคการดูแลของผู้ดูแลต่อคุณภาพชีวิตและความมั่นคงทางสุขภาพของผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง กลุ่มตัวอย่างเป็นผู้ดูแลหลักของผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองจำนวน 256 คน ในเขตเทศบาลนครรังสิต อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี คัดเลือกกลุ่มตัวอย่างแบบเฉพาะเจาะจง เครื่องมือวิจัยมี 6 ชุดคือแบบสอบถาม 1) ปัจจัยส่วนบุคคลและภูมิหลังของผู้ดูแล 2) ภาวะสุขภาพองค์รวม 3) คุณภาพชีวิต 4) ศักยภาพการดูแล 5) ภาระการดูแลผู้ป่วย และ 6) ปัญหาอุปสรรคในการดูแลผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองของผู้ดูแล ตรวจสอบความตรงของเครื่องมือชุด ที่ 2-6 ได้ CVI = 0.92-1.0 วิเคราะห์ค่าความเชื่อมั่นด้วยวิธีสัมประสิทธิ์แอลฟาครอนบาคได้ 0.86-0.93 วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณา Pearson’s correlation coefficient, Chi-Square test, Stepwise multiple regression analysis และข้อมูลเชิงคุณภาพด้วย Content analysis ผลการวิจัยพบว่า กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่เป็นเพศหญิงอายุเฉลี่ย 54.36 ปี การศึกษาระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษา ผู้ดูแลส่วนใหญ่ไม่ได้ประกอบอาชีพ มีรายได้เฉลี่ยครอบครัวต่ำกว่า 10,000 บาทต่อเดือนมากที่สุด ผู้ดูแลมีความเกี่ยวข้องกับผู้ป่วยเป็นสามี ภรรยามากที่สุด รองลงมาคือเป็นบุตร ส่วนใหญ่สถานะที่อยู่อาศัยเป็นบ้านของตนเอง ในด้านภาวะสุขภาพ พบว่ากลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่มีโรคประจำตัวเป็นโรคเรื้อรังตั้งแต่ 2 โรคขึ้นไป โรคที่พบมากคือ ความดันโลหิตสูงและไขมันในเลือดสูง ปัจจัยเสี่ยงมากที่สุดคือ มีความเสี่ยงอ้วนจนถึงอ้วนระดับ 2 รับประทานอาหารเค็ม หวานจัดและการไม่ออกกำลัง ปัญหาของผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองที่ผู้ดูแลรู้สึกหนักใจคือ ปัญหาการเคลื่อนไหวร่างกายบกพร่องมากที่สุด รองลงมาคือปัญหาด้านจิตใจของผู้ป่วย และปัญหาด้านการพูด สื่อสารไม่เข้าใจ ผลการวิเคราะห์ภาวะสุขภาพองค์รวมโดยรวมของผู้ดูแลพบว่าพบว่าอยู่ในระดับดี โดยมีภาวะสุขภาพองค์รวมรายด้านต่ำที่สุดคือ ด้านศรัทธาและความเชื่อ ส่วนคุณภาพชีวิตของผู้ดูแลพบว่าอยู่ในระดับดี ศักยภาพการดูแลผู้ป่วยโดยรวมและภาระการดูแลอยู่ระดับปานกลาง ส่วนปัญหาอุปสรรคในการดูแลโดยรวมอยู่ในระดับต่ำ ผลการวิเคราะห์ความสัมพันธ์ของปัจจัยส่วนบุคคลและภูมิหลัง คุณภาพชีวิตศักยภาพการดูแล ภาระการดูแล ปัญหาอุปสรรคของผู้ดูแล ไม่มีความสัมพันธ์กับคุณภาพชีวิตและความมั่นคงทางสุขภาพของผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง ผลการวิเคราะห์ขนาดอิทธิพลทำนายคุณภาพชีวิตของผู้ดูแลได้คือ ภาวะสุขภาพองค์รวม (? = .492, p< .001) ปัญหาอุปสรรคในการดูแล (? = -.233, p< .001) และศักยภาพในการดูแล (? = .166, p< .01) โดยร่วมกันทำนายได้ร้อยละ 53.4 (R2= .534, F = 96.32, p< .001) ขนาดอิทธิพลทำนายศักยภาพในการดูแลผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองของผู้ดูแลพบว่าปัจจัยทำนายได้คือ คุณภาพชีวิต (? = .199, p< .01) ภาวะสุขภาพองค์รวม (? = .192, p< .01) และภาระการดูแล (? = .105, p< .01) และร่วมกันทำนายได้ ร้อยละ 17.5 (R2= .175, F = 17.803, p< .001) ผลการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพพบ 5 ประเด็นคือ 1) ผู้ดูแลยอมรับการผู้ดูแลไม่ทอดทิ้ง 2) ผู้ดูแลไม่มีความรู้ ไม่เคยฝึกทักษะและการดูแลผู้ป่วย 3) การดูแลทำไปตามสถานการณ์แบบลองผิดลองถูกแต่เป็นการดูแลด้วยความรักแบบญาติ 4) ผู้ดูแลไม่มีระบบในการดูแลและเป้าหมายการดูแล 5) สิ่งแวดล้อมเชิงนิเวศน์ไม่เหมาะสม ผลการวิจัยทำให้ได้ข้อมูลที่จะนำไปใช้ในการวางแผนพัฒนาระบบสุขภาพในมิติ ผู้ดูแลผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง ซึ่งเป็นเสมือนตัวแทนกลุ่มผู้ป่วยโรคเรื้อรังที่มีความพิการในชุมชนให้มีประสิทธิภาพต่อไป คำสำคัญ: ความรู้ ทักษะ ภาระการดูแล ผู้ดูแล ผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง เทศบาลนครรังสิต อำเภอธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี