Command Palette

Search for a command to run...

กลับไปผลการค้นหา
รายงานฉบับสมบูรณ์พ.ศ. 2555

การนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาประยุกต์ใช้เพื่อลดภาวะปัญหาหนี้สินในจังหวัดเชียงใหม่

ศศิเพ็ญ พวงสายใจ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พ.ศ. 2555

ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)

บทคัดย่อ

การศึกษา การนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาประยุกต์ใช้เพื่อลดภาวะปัญหาหนี้สินในจังหวัดเชียงใหม่ โดยได้รับการสนับสนุนทุนวิจัยจากคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เป็นการศึกษาถึงปัจจัยที่ทำให้ก่อหนี้ พฤติกรรมของการเป็นหนี้ ปัญหาที่ตามมาจากการเป็นหนี้ และการนำแนวทางปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาประยุกต์ใช้เพื่อแก้ปัญหาหนี้สิน ดำเนินการศึกษากลุ่มตัวอย่างประชาชนที่มีภาระหนี้สิน และไม่มีภาระหนี้สิน กลุ่มตัวอย่างละ 500 ราย รวม 1,000 ราย ในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ ผลการศึกษาพบว่า กลุ่มตัวอย่างผู้ที่ไม่มีหนี้สินมีรายได้รวมของครัวเรือนสูงกว่ารายจ่ายรวมของครัวเรือน และมีรายจ่ายฟุ่มเฟือยเช่น ค่าสุรา บุหรี่ หวย การพนัน ต่ำกว่าผู้ที่มีภาระหนี้สิน นอกจากนี้ผู้ไม่มีภาระหนี้สินมีการออมเงินมากกว่าผู้มีภาระหนี้สิน ซึ่งส่วนใหญ่ออมเงินกับธนาคารพาณิชย์ ธนาคารออมสิน และการทำกรมธรรม์ประกันชีวิตต่างๆ โดยการเปลี่ยนแปลงของสถานะการเงิน ในปี พ.ศ. 2555 เมื่อเทียบปี พ.ศ.2551-2554 พบว่า ส่วนใหญ่มีสถานะทางการเงินที่ดีขึ้นกว่าผู้มีภาระหนี้สิน ปัจจัยที่ทำให้ก่อหนี้ของกลุ่มผู้มีภาระหนี้สิน พบว่า กรณีการกู้เงินจากธนาคาร ส่วนใหญ่มาจากความต้องการนำเงินไปลงทุนทำธุรกิจ ทำการเกษตร ซื้อที่ดิน บ้าน และยานพาหนะ แตกต่างจากกรณีที่กู้ยืมเงินจากบริษัทบริการด้านสินเชื่อที่ส่วนใหญ่ต้องการกู้ยืมเงินเพื่อนำไปใช้จ่ายและซื้อสินค้ามากที่สุด ในขณะที่การกู้ยืมจากกองทุนต่างๆ มีความต้องการเพื่อนำไปใช้ในด้านการศึกษาเป็นหลัก รวมถึงเพื่อนำไปใช้จ่ายและซื้อสินค้า และเพื่อใช้อุปโภคบริโภคในครัวเรือน ส่วนในกรณีการกู้เงินนอกระบบ พบว่า มักกู้เงินเพื่อนำไปใช้ในการลงทุนทำธุรกิจ ทำการเกษตร และนำไปใช้จ่ายและซื้อสินค้า โดยมักจะกู้ยืมเงินจากเพื่อนเพื่อนำไปใช้จ่ายและซื้อสินค้า และกู้เงินจากนายทุนนอกระบบเพื่อการลงทุนทำธุรกิจมากที่สุด รวมถึงเพื่อนำไปใช้จ่ายและซื้อสินค้า และเพื่อชำระหนี้เดิมของครอบครัว ส่วนการกู้ยืมเงินจากนายจ้างหรือหัวหน้างานนั้นมักนำเงินไปใช้ในการอุปโภคบริโภคในครัวเรือน และซ่อมแซมที่อยู่อาศัย ด้านพฤติกรรมการก่อหนี้ พบว่า ส่วนใหญ่มีการกู้ยืมเงินจากแหล่งเงินกู้ในระบบมากกว่าการกู้ยืมเงินจากแหล่งเงินกู้นอกระบบ โดยกลุ่มตัวอย่างมีภาระหนี้จากการกู้ยืมเงินจากธนาคารปริมาณสูงกว่าการกู้จากบริษัทบริการด้านสินเชื่อ กองทุนอื่นๆ รวมถึงปริมาณสูงกว่าเงินกู้นอกระบบ มีภาระหนี้ครัวเรือนจากการกู้ยืมจากธนาคารเฉลี่ยประมาณ 304,315 บาท ภาระหนี้ครัวเรือนจากการกู้ยืมบริษัทบริการด้านสินเชื่อเฉลี่ยประมาณ 67,500 บาท ภาระหนี้ครัวเรือนจากการกู้ยืมกองทุนอื่นๆ เฉลี่ยประมาณ 114,510 บาท และหนี้เงินกู้นอกระบบของครัวเรือนเฉลี่ยประมาณ 43,586 บาท เมื่อพิจารณาการกู้เงินนอกระบบ พบว่า จำนวนการกู้จากนายทุนนอกระบบจะมีปริมาณเงินที่สูงกว่าการกู้ยืมจากญาติพี่น้อง เพื่อน และนายจ้างหรือหัวหน้า ด้านอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ยืม พบว่า ในการกู้เงินในระบบการกู้ยืมเงินจากธนาคารมีอัตราดอกเบี้ยสูงกว่าการกู้ยืมเงินจากบริษัทบริการด้านสินเชื่อ และการกู้ยืมเงินจากกองทุนอื่นๆ ในขณะที่การกู้ยืมเงินนอกระบบอัตราดอกเบี้ยจากการกู้จากนายทุนนอกระบบจะมีอัตราที่สูงกว่าการกู้ยืมจากญาติพี่น้อง เพื่อน และนายจ้างหรือหัวหน้างาน และพบว่า การกู้ยืมเงินจากญาติพี่น้องและนายจ้างหรือหัวหน้างานจะมีอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ที่ใกล้เคียงกับการกู้ยืมเงินในระบบ สำหรับระยะเวลาในการกู้ พบว่า ส่วนใหญ่การกู้เงินในระบบเป็นการกู้เงินระยะ 1-5 ปี และมากกว่า 5 ปี ในขณะที่การกู้เงินนอกระบบส่วนใหญ่กู้เงินในช่วง 1 – 5 ปี และต่ำกว่า 1 ปี โดยการกู้เงินจากธนาคารมีระยะเวลานานกว่าการกู้ยืมเงินจากบริษัทบริการด้านสินเชื่อ และการกู้ยืมเงินจากกองทุนอื่นๆ และการกู้เงินจากนายทุนนอกระบบมีระยะเวลาในการกู้สั้นที่สุด มักใช้เวลาไม่เกิน 1 ปี โดยแหล่งเงินกู้ในระบบที่ผู้มีภาระหนี้สินส่วนใหญ่กู้ยืมเงิน คือ ธนาคาร และกองทุนต่างๆ และบริษัทบริการด้านสินเชื่อ บัตรเครดิต หรือ ไฟแนนซ์ เช่น อิออน เฟิร์สซ้อยส์ เป็นต้น ส่วนแหล่งเงินกู้นอกระบบ ได้แก่ การกู้จากญาติพี่น้อง เพื่อน นายทุนนอกระบบ และนายจ้างหรือหัวหน้า โดยกลุ่มตัวอย่างบางรายมีการกู้ยืมเงินจากแหล่งเงินทุนมากกว่าหนึ่งแห่ง ปัญหาที่ตามมาจากการเป็นหนี้ พบว่า ผู้ที่มีภาระหนี้สินทั้งในระบบ และนอกระบบส่วนใหญ่ได้รับผลกระทบหรือปัญหาทางด้านเศรษฐกิจ ผลกระทบทางด้านสุขภาพ/จิตใจ และผลกระทบต่อครอบครัว ที่คลายคลึงกัน กล่าวคือ ได้รับผลกระทบจากอาการนอนไม่หลับ ปวดศีรษะ ไมเกรน ซึมเศร้า วิตกกังวล ด้านหน้าที่การงานส่งผลให้ไม่มีสมาธิในการทำงานและงานขาดประสิทธิภาพ เกิดปัญหาการทะเลาะกันในครอบครัว คนในครอบครัวต้องออกไปทำงานเพื่อหารายได้ ต้องประหยัดค่าใช้จ่าย และทำให้ดื่มสุราสูบบุหรี่เพิ่มขึ้น การนำแนวทางปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาประยุกต์ใช้เพื่อแก้ปัญหาหนี้สินของกลุ่มตัวอย่างผู้ที่มีภาระหนี้สินเปรียบเทียบก่อนและหลังมีหนี้สิน ตามหลักความพอประมาณ พบว่า ส่วนใหญ่มีการจัดสรรรายจ่ายให้เหมาะสมกับรายได้มากขึ้น มีการลดรายจ่ายที่ไม่จำเป็นหรือฟุ่มเฟือย มีการใช้พลังงานเชื้อเพลิงที่เป็นพลังงานทางเลือก และการนำของใช้ที่เก่ามาปรับปรุงซ่อมแซมเพื่อใช้ประโยชน์ ตามหลักความมีเหตุมีผล พบว่า ส่วนใหญ่มีการปฏิบัติตนในการจัดลำดับความสำคัญของการใช้จ่ายซื้อสินค้ามากขึ้น การมีภูมิคุ้มกันที่ดีในตนเอง พบว่า ส่วนใหญ่มีการจัดทำบัญชีรายรับรายจ่าย หาอาชีพเสริมเพื่อสร้างรายได้ และการจัดสรรรายได้เพื่อออมเงิน การดำเนินชีวิตตามหลักความรู้ พบว่า ส่วนใหญ่มีการเข้าร่วมอบรม หรือสัมมนา เพื่อการพัฒนาความรู้ความสามารถในการประกอบอาชีพมากขึ้น การดำเนินชีวิตตามหลักคุณธรรม พบว่า ส่วนใหญ่มีการร่วมกิจกรรมและประพฤติตนตามหลักศาสนา ประเพณี และวัฒนธรรมท้องถิ่นมากขึ้น

คำสำคัญ

ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงหนี้นอกระบบหนี้สินNormal 0 false false false MicrosoftInternetExplorer4

งานวิจัยในหัวข้อใกล้เคียง

การวิจัยและพัฒนาระบบการคัดกรองและนวัตกรรมการปรับความคิดและเปลี่ยนพฤติกรรมการเป็นหนี้ของข้าราชการครู

นริสรา พึ่งโพธิ์สภ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ พ.ศ. 2564

การสังเคราะห์และแลกเปลี่ยนเรียนรู้เพื่อแก้ไขปัญหาหนี้สิน:กรณีศึกษาครูภูมิปัญญาไทยในภาคกลาง

สาวิตรี รังสิภัทร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ พ.ศ. 2554

การศึกษาภูมิปัญญาของครูไทยในการแก้ไขปัญหาหนี้สิน กรณีศึกษามหาสารคาม โมเดล

นัยนา ประทุมรัตน์ มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม พ.ศ. 2557

การศึกษาปัจจัยที่มีผลต่อสัดส่วนภาระหนี้ต่อรายได้ของบุคลากร ทางการศึกษาในโรงเรียนประถมศึกษาและมัธยมศึกษา จังหวัดเชียงใหม่ ด้วยวิธีการถดถอยแบบเซ็นเซอร์ควอนไทล์

ชัยวัฒน์ นิ่มอนุสสรณ์กุล มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พ.ศ. 2561

หนี้นอกระบบ : ปัญหาและแนวทางแก้ไขภายใต้แนวทางปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

ปิยะลักษณ์ พุทธวงศ์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พ.ศ. 2559

การศึกษาพฤติกรรมและสภาพปัญหาการจัดทำบัญชีครัวเรือน ตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อลดปัญหาหนี้สินของเกษตรกรจังหวัดปราจีนบุรี

ธรรญชนก นิลมณี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์ พ.ศ. 2558

การศึกษารูปแบบ แนวทาง และระบบในการจัดการหนี้สินของชุมชน ตำบลท่าม่วง อำเภอเสลภูมิ จังหวัดร้อยเอ็ด

อุณนดาทร มูลเพ็ญ มหาวิทยาลัยราชภัฏร้อยเอ็ด พ.ศ. 2554

รูปแบบการจัดการเรียนการสอนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงในสถานศึกษา ขั้นพื้นฐานในจังหวัดเชียงใหม่

จักรปรุฬห์ วิชาอัครวิทย์ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ พ.ศ. 2560

การแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบ กรณีศึกษาจังหวัดชัยนาท

ธานี ธัญญโภชน์ สถาบันวิชาการป้องกันประเทศ วิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร พ.ศ. 2554

รูปแบบการจัดการเรียนการสอนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงในสถานศึกษาขั้นพื้นฐานในจังหวัดเชียงใหม่

จักรปรุฬห์ วิชาอัครวิทย์ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ พ.ศ. 2558