ระบบต้นแบบสำหรับติดตามตัวและแจ้งเหตุด้วยเสียงสำหรับผู้ดูแลผู้สูงอายุที่ป่วยเป็นโรคอัลไซเมอร์ระบบต้นแบบสำหรับติดตามตัวและแจ้งเหตุด้วยเสียงสำหรับผู้ดูแลผู้สูงอายุที่ป่วยเป็นโรคอัลไซเมอร์
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
ผู้สูงอายุที่ป่วยเป็นโรคอัลไซเมอร์ เป็นภาวะพึ่งพาที่ต้องได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิด มีค่าใช้จ่าย การรักษาสูง อาจกระทบต่อสภาพเศรษฐกิจ และจิตใจของคนในครอบครัวตามมา และงานวิจัยนี้อาจตอบโจทย์การพัฒนาคนในทุกช่วงวัยให้มีคุณภาพชีวิตที่ดี สามารถดำรงชีวิตด้วยตนเองได้อย่างมีคุณค่า และสร้าง กลไกที่เอื้อต่อการอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข พร้อมรับสังคมสูงวัย โดยเน้นการใช้เทคโนโลยีหรือนวัตกรรมที่ช่วยเหลือการดำรงชีวิต (Assisted living) สำหรับผู้สูงอายุและคนพิการให้สามารถดำรงชีวิตอย่างมีคุณภาพได้ตามมาตรฐานสากล ครอบคลุม ผู้สูงอายุและคนพิการที่เข้าถึงและใช้ประโยชน์ได้ ดังนั้นวัตถุประสงค์ของงานวิจัยคือ การพัฒนาระบบต้นแบบสำหรับติดตามตัวและแจ้งเหตุด้วยเสียงสำหรับผู้ดูแลผู้สูงอายุที่ป่วยเป็นโรคอัลไซเมอร์ หรือ A Prototype of Tracking and Alarming System for Caretakers of Elderly Persons with Alzheimer via Voice หรือ ระบบซีพาว โดยมีวิธีการวิจัยหลัก คือ ใช้การพัฒนาแอปพลิเคชันเพื่อใช้งานกับสมาร์ตวอตช์และสมาร์ตโฟน โดยยึดตำแหน่งพิกัดของผู้ป่วยที่สวมสมาร์ตวอตช์ซึ่งมีระบบจีพีเอส และยึดตำแหน่งพิกัดของสมาร์ตโฟนของผู้ดูแล เพื่อคำนวณระยะหว่างสองพิกัดดังกล่าว แล้วระบบซีพาวจะพิจารณาระยะห่างว่าต้องแจ้งเตือนแก่ผู้ดูแลเมื่อระยะห่างระหว่างสองพิกัดนั้นห่างเกินไป ซึ่งผลการวิจัย คือ ระบบอาจช่วยเหลือผู้ป่วยในเหตุการณ์ฉุกเฉินต่าง ๆ เช่น เมื่อผู้ป่วยเกิดเหตุการณ์ที่รู้สึกว่าต้องการ ความช่วยเหลือจากผู้ดูแล ตัวอย่างเช่น เมื่อผู้ป่วยติดอยู่ในห้องน้ำ แล้วผู้ป่วยก็สามารถกดปุ่มเอสโอเอส ในหน้าจอหลักของสมาร์ตวอตช์ของระบบซีพาวเพื่อขอความช่วยเหลือไปยังผู้ดูแลได้ และเหตุการณ์ฉุกเฉิน อื่น ๆ เช่น ผู้ดูแลสามารถดูตำแหน่งของผู้ป่วยได้ ผ่านกูเกิลแมพในโมบายแอปพลิเคชันของผู้ดูแลได้ทันที และผู้ดูแลสามารถโทรเข้าสมาร์ตวอตช์ของระบบซีพาวที่อยู่บนข้อมือของผู้ป่วยได้ทันที เพื่อให้ผู้ดูแลติดต่อกับผู้ป่วยได้แบบด่วน เพื่อให้การช่วยเหลือฉุกเฉินกรณีผู้ป่วยเดินออกนอกเขตปลอดภัย เป็นต้น และผลลัพธ์ของการทดสอบและประเมินประสิทธิภาพของระบบซีพาวภาคสนามได้รับความพึงพอใจ อยู่ที่ 92.56 บทสรุปของงานวิจัยและข้อเสนอแนะ คือ งานวิจัยนี้อาจมีประโยชน์กับผู้สูงอายุที่ป่วยเป็นอัลไซเมอร์ ถ้าผู้ดูแลได้พิจารณาแล้วเห็นว่า ‘ผู้สูงอายุที่ป่วยเป็นอัลไซเมอร์’ ที่อยู่ภายใต้ความดูแลของตน ยังมีลักษณะตาม คือ 1) อยู่ในระยะการดำเนินโรคที่ 1 หรือ ระยะที่ 2 และ 2) ต้องไม่เป็นคนหูตึง สุดท้าย 3) เข้าเกณฑ์ตามการทดสอบภาคสนามกับผู้สูงอายุ เช่น มีอายุระหว่าง 60-80 ปี และ สามารถเดินได้ เป็นต้น คำสำคัญ : ภาวะสมองเสื่อม, โรคอัลไซเมอร์, อุปกรณ์ติดตามตัว, นาฬิกาอัจฉริยะ, แวร์โอเอส, จีพีเอส