Command Palette

Search for a command to run...

กลับไปผลการค้นหา
รายงานฉบับสมบูรณ์พ.ศ. 2562

การศึกษาปัจจัยและการพัฒนาการรูปแบบการวิเคราะห์เชิงปริมาณและเชิงคุณภาพเนื้อไม้เพื่อใช้ในการประเมินมูลค่าไม้มีค่าทางเศรษฐกิจ

กิติพงศ์ ตั้งกิจ สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) พ.ศ. 2562

ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)

บทคัดย่อ

<p><strong> บทคัดย่อ</strong></p> <p> การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาและรวบรวมข้อมูลของปัญหาในการกำหนดราคาไม้มีค่าทางเศรษฐกิจที่ทำการซื้อขายในตลาด เพื่อนำไปสู่การพัฒนาคู่มือมาตรฐานการประเมินมูลค่าไม้มีค่าทางเศรษฐกิจ โดยการพัฒนาการวิเคราะห์เชิงปริมาณและเชิงคุณภาพของเนื้อไม้ซึ่งเป็นปัจจัยที่สำคัญในการกำหนดราคาไม้มีค่าทางเศรษฐกิจที่จะทำการซื้อขายในตลาด เพื่อช่วยสร้างความแม่นยำและหลักเกณฑ์สากลที่สามารถนำไปใช้งานในภาคปฏิบัติได้จริง ที่สอดคล้องกับลักษณะตลาด กฎหมาย และ/หรือ กฎระเบียบ กฎเกณฑ์ ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องหลักประกันทางธุรกิจ ซึ่งนโยบายการส่งเสริมการปลูกไม้มีค่าทางเศรษฐกิจจากภาครัฐสร้างแรงจูงใจให้ประชาชนหันมาปลูกไม้ยืนต้นในที่ดินกรรมสิทธิ์ นอกจากนี้ผู้ปลูกต้นไม้ยังสามารถใช้ประโยชน์จากต้นไม้ระหว่างการปลูกโดยใช้เป็นหลักประกันทางธุรกิจได้ หากแต่ปัจจุบันราคาตลาดของไม้มีค่าทางเศรษฐกิจที่เป็นราคาซื้อขายไม้ที่เกิดขึ้นในอดีตของตลาดที่มีการตกลงซื้อขายเกิดขึ้น โดยเป็นมูลค่าของไม้ที่ตกลงซื้อขายกันระหว่างผู้ซื้อกับผู้ขายอาจเท่ากับ มากกว่า หรือน้อยกว่ามูลค่าตลาดซึ่งเป็นมูลค่าทางตัวเงินที่ใช้ในการตกลงซื้อขายกัน ณ วันที่ประเมิน ภายใต้เงื่อนไขการซื้อขายปกติด้วยความรอบรู้ รอบคอบ ปราศจากแรงกดดันของทั้งผู้ซื้อและผู้ขาย ซึ่งประเทศไทยขาดแคลนข้อมูลการซื้อขายไม้ในหลายชนิดที่กำลังเป็นที่นิยมในการปลูกในปัจจุบันซึ่งจะทำให้เกิดคำถามมากมายในการกำหนดมาตรฐานการประเมินมูลค่าของไม้นั้นๆได้ในอนาคต จากการศึกษาวิจัยข้อมูลทุติยภูมิพบว่าสถาบันมาตรฐานการประเมินมูลค่าสากล (International Valuation Standards Council: IVSC) ได้กำหนดหลักเกณฑ์ในการประเมินมูลค่าทางป่าไม้โดยใช้หลักวิธีการประเมินมูลค่าของป่าไม้ไว้ 3 วิธี ดังนี้</p> <p>1)วิธีคิดจากต้นทุน (Cost Approach) คือแนวทางการประเมินมูลค่าตามหลักเศรษฐศาสตร์ที่ผู้ซื้อจะไม่จ่ายเงินให้กับสินทรัพย์มากไปกว่าต้นทุนเพื่อให้ได้มาซึ่งอรรถประโยชน์ที่ได้รับจากสินทรัพย์นั้นว่าจะสามารถนำไปสร้างหรือผลิตให้เกิดประโยชน์ต่อผู้ซื้ออย่างไร เช่นผู้ซื้อต้นไม้เพื่อต้องการผลผลิตคือไม้ซุง ผู้ซื้อไม้ซุงเพื่อนำไปผลิตเป็นแผ่นไม้บาง หรือไม้แปรรูปคุณภาพสูงดังนั้นหากต้นไม้นั้นผู้ซื้อเห็นว่าราคาที่จะได้จากไม้ซุง แผ่นไม้บาง หรือไม้แปรรูปที่จะได้รับไม่คุ้มค่า หรือมีความเสี่ยงจากปัจจัยเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพของเนื้อไม้ก็จะไม่ยอมจ่ายให้กับราคาที่ผู้ขายเสนอขายสินทรัพย์นั้น ในทางกลับกันมูลค่าที่ผู้ขายต้องการเสนอขายก็มาจากหลักคิดที่ผู้ขายมีแนวโน้มที่จะให้น้ำหนักกับต้นทุนปัจจุบันของการปลูกในวันที่ประเมินราคาและค่าเสียโอกาสของเวลาที่ต้องใช้เพื่อให้ต้นไม้ใหม่เติบโตจนถึงอายุเก็บเกี่ยวของต้นไม้นั้นซึ่งอยู่ในการพิจารณาของผู้ขายมากกว่ากระแสเงินสดที่คาดว่าจะได้รับจากการเก็บเกี่ยว ซึ่งจะมีความเสี่ยงในเรื่องของภัยธรรมชาติ โรค และศัตรูทำลายไม้ ที่จะทำให้มูลค่าของสินทรัพย์ในการเสนอขายและเสนอซื้อมีความแตกต่างกันในช่วงของการประเมินมูลค่าที่ทำให้ผู้ซื้อประเมินว่าไม่คุ้มค่าที่จะจ่ายเพื่อให้ได้มาซึ่งอรรถประโยชน์ที่ตนพึงได้รับจากสินทรัพย์นั้น</p> <p>2)วิธีพิจารณาจากรายได้ (Income Approach) คือแนวทางการประเมินมูลค่าที่บ่งบอกถึงมูลค่าโดยการแปลงกระแสเงินสดในอนาคตให้เป็นมูลค่าทุนในปัจจุบัน นิยมใช้วิธีการคิดลดกระแสเงินสด (Discounted Cash Flow: DCF) ที่คาดการณ์ไว้โดยมีเป้าหมายเพื่อประเมินมูลค่าของต้นไม้ กำหนดให้มีการคาดการณ์กระแสเงินสดในอนาคตอย่างชัดเจน และประมาณการมูลค่าสุดท้ายโดยมูลค่าที่คำนวนได้จะเป็นค่าสัมบูรณ์ (Absolute value) เพราะไม่มีการเปรียบเทียบกับข้อมูลราคาในอดีตโดยส่วนมากผู้ประเมินมูลค่าด้วยวิธีการคิดลดกระแสเงินสดจะคาดการณ์ไปในช่วงที่ต้นไม้พร้อมเก็บเกี่ยว และคิดลดกลับมาเป็นมูลค่าปัจจุบัน โดยใช้อัตราคิดลดที่เรียกว่า ต้นทุนเงินทุนเฉลี่ยถ่วงน้ำหนัก (Weighted average cost of capital: WACC) คือ ผลตอบแทนที่ผู้ปลูกต้นไม้คาดหวัง ซึ่งต้องจัดการการประมาณในเรื่องของความเสี่ยงที่เกิดขึ้นจากปัจจัยทางกายสภาพแวดล้อม(สิ่งมีชีวิต และสิ่งไม่มีชีวิต) และทางเศรษฐกิจ (อุปสงค์และอุปทาน) ที่อาจเกิดขึ้นได้ระหว่างช่วงการรอการเก็บเกี่ยว</p> <p>3)วิธีเปรียบเทียบราคาตลาด (Market Approach) คือแนวทางการประเมินมูลค่าซึ่งให้การบ่งชี้มูลค่าโดยการเปรียบเทียบสินทรัพย์ที่มีลักษณะเหมือนกันหรือใกล้เคียงกันซึ่งข้อมูลราคามีอยู่ ซึ่งมีความยากลำบากในการค้นหาข้อมูลตลาดที่จะนำมาวิเคราะห์เปรียบเทียบต้องคล้ายคลึงกับสินทรัพย์ที่ประเมิน ระยะเวลาของข้อมูลที่ใช้อ้างอิงต้องมีความเหมาะสมไม่ใช้ข้อมูลที่เก่าจนเกินไป ข้อมูลตลาดที่ใช้ในการวิเคราะห์และประเมินต้องมีความเพียงพอ และน่าเชื่อถือ</p> <p>ผลจากการวิจัยพบว่าการประเมินมูลค่าไม้ยืนต้นในแปลงปลูกในประเทศไทยมีการใช้เครื่องมือการประเมินมูลค่าไม้มีค่าทางเศรษฐกิจที่ยังไม่ครอบคลุมอีกหลายมิติทั้งเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพของเนื้อไม้ ตลอดจนข้อมูลราคาตลาดหรือมูลค่าตลาดที่สร้างปัญหาให้กับโซ่อุปทานของตลาดไม้ในปัจจุบัน ซึ่งกระบวนการในการประเมินยังไม่ถูกพัฒนาจากปัจจัยที่รอบด้านเพียงพอจึงส่งผลต่อรูปแบบการประเมินราคา การวิจัยครั้งนี้จึงมุ่งเน้นการพัฒนาเกณฑ์มาตรฐานการประเมินมูลค่าไม้เพื่อใช้เป็นหลักประกันทางธุรกิจ ภายใต้แนวคิดเชิงระบบ โดยคำนึงถึงมิติที่สำคัญของการประเมินมูลค่าไม้ เช่น มิติเชิงคุณภาพ และมิติเชิงปริมาณของเนื้อไม้ รวมทั้งการปรับปรุงสูตรการคำนวณผลผลิตไม้ให้ครอบคลุมทุกชนิดไม้ที่มีศักยภาพ เพื่อนำมาสร้างสมการในการคำนวณการประเมินมูลค่าไม้ต้น โดยนำข้อมูลเชิงปริมาณของเนื้อไม้ เช่น ขนาดความโต (เส้นรอบวง หรือเส้นผ่านศูนย์กลางไม้ที่ระดับ DBH) ความสูงของไม้ท่อนที่ใช้เป็นสินค้าได้ และการนำข้อมูลเชิงคุณภาพของเนื้อไม้ เช่น ความยาวสะสมของหน้าไม้ไม่มีตำหนิ ตำหนิของไม้ (ตา กิ่ง) รอยผุ ร่องรอยของศัตรูทำลายไม้ รอยไฟไหม้ ลักษณะความเปลาตรงของซุง ชนิดไม้ สมบัติทางฟิสิกส์ของเนื้อไม้ สมบัติทางกลของเนื้อไม้ ความทนทานตามธรรมชาติของเนื้อไม้ และการใช้ข้อมูลย้อนกลับของผลิตภัณฑ์ไม้ที่เกี่ยวข้องกับโซ่อุปทาน โลจิสติกส์ ห่วงโซ่คุณค่ามาใช้ในการหาข้อมูลตลาด มูลค่าตลาด ราคาตลาด เพื่อใช้เป็นอีกหนึ่งข้อมูลองค์ประกอบสำคัญในการประเมินมูลค่าไม้ยืนต้น</p> <p> โดยพบว่าการสร้างข้อกำหนดในเรื่องการจำแนกชั้นคุณภาพของเนื้อไม้ทั้งเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพจะมีความคล้ายคลึงกันกับระบบการจัดชั้นคุณภาพของไม้ต้นในประเทศผู้ค้าไม้รายใหญ่ของโลกที่ได้ลงรายละเอียดวิธีการในการจำแนกชั้นคุณภาพของเนื้อไม้อย่างเป็นระบบและได้รับการยอมรับ โดยเมื่อได้กำหนดในรายละเอียดวิธีการประเมินจะสามารถช่วยลดต้นทุน ลดระยะเวลา และเพิ่มคุณภาพในกระบวนการประเมินมูลค่าไม้ต้นได้ โดยสมการในการคำนวณทางเศรษฐศาสตร์จะต้องสามารถทำงานได้สอดประสานกับกรรมวิธีการจัดทำดัชนีราคาของท่อนซุงของไม้ในประเทศไทย โดยการจัดกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการยอมรับ และทำการคำนวณราคาสูงสุด-ต่ำสุด และราคาถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนัก ให้กับไม้แต่ละชนิดได้ การจะสร้างความมั่นใจให้กับผู้ปลูก ผู้รับหลักประกัน และผู้ใช้ประโยชน์ไม้มีค่าทางเศรษฐกิจ การสร้างมาตรฐานการประเมินมูลค่าไม้มีค่าทางเศรษฐกิจจะเป็นปัจจัยสำคัญในการผลักดันนโยบายป่าเศรษฐกิจของรัฐบาลให้ประสบความสำเร็จได้เป็นอย่างดี</p> <p><strong>คำสำคัญ</strong><strong>: </strong>การประเมินค่า, การประเมินมูลค่า, ไม้มีค่าทางเศรษฐกิจ, ราคาตลาด, มูลค่าตลาด, การคาดการณ์, ค่าไม้ยืนต้น, การขายยืนต้น, ราคาไม้ยืนต้น, การประเมินมูลค่าไม้ยืนต้น</p>

คำสำคัญ

ForecastingValuationmarket valueการคาดการณ์การประเมินมูลค่าmarket priceไม้มีค่าทางเศรษฐกิจมูลค่าตลาดราคาตลาดeconomic value trees

งานวิจัยในหัวข้อใกล้เคียง

การวิจัยแนวทางการใช้ค่าประมาณน้ำหนักเพื่อสร้างมาตรฐานการตลาดในตลาดนัดโคกระบือ

สมพร ดวนใหญ่ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี พ.ศ. 2552

การศึกษาวิเคราะห์ความสำคัญของอายตนะในสฬายตนวิภังคสูตร

อธิเทพ ผาทา มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย พ.ศ. 2561

การศึกษาทบทวนการวิจัยและพัฒนาเครื่องมือทางเศรษฐศาสตร์ในการประเมินมูลค่าสิ่งแวดล้อมและการใช้ประโยชน์เชิงนโยบาย

สุจิตรา วาสนาดำรงดี ศูนย์การเป็นเลิศแห่งชาติด้านการจัดการสิ่งแวดล้อมและของเสียอันตราย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พ.ศ. 2551

การเลือกการวิเคราะห์องค์ประกอบสำหรับการวิจัย

ยุทธ ไกยวรรณ์ มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี พ.ศ. 2555

การประเมินมูลค่าของป่าไม้ในเขตพื้นที่เขตห้ามล่าสัตว์ป่าเขาสมโภชน ์เพื่อการจัดการทรัพยากรป่าไม้อย่างยั่งยืน

ผศ. เพียงใจ เจียรวิชญกุล มหาวิทยาลัยราชภัฏเทพสตรี พ.ศ. 2551

ประสิทธิภาพการใช้บัญชีต้นทุนสู่การปฏิบัติของเกษตรกรปลูกปาล์มน้ำมันในจังหวัดสระบุรี

ศิริมา แก้วเกิด มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ พ.ศ. 2558

การวิเคราะห์รูปแบบการนำผลการวิจัยไปใช้ประโยชน์: การประยุกต์ใช้การวิเคราะห์โปรไฟล์พหุระดับ

พัชรี จันทร์เพ็ง มหาวิทยาลัยขอนแก่น พ.ศ. 2560

การสำรวจตลาดเพื่อทราบปัจจัยที่มีผลต่อการสร้างมูลค่าเพิ่มผลิตภัณฑ์ “สลัดถาดพร้อมทาน” ของโครงการหลวง

ศุภชาต เอี่ยมรัตนกูล มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ พ.ศ. 2560

การจัดลำดับความสำคัญของเกณฑ์คุณภาพธุรกิจค้าส่งไทยด้วยกระบวนการลำดับชั้นเชิงวิเคราะห์แบบฟัซซี

หนึ่งฤทัย ทิมย้ายงาม มหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต พ.ศ. 2560

แนวทางการพัฒนาผลิตภัณฑ์และห่วงโซ่คุณค่าของขนมลา ในจังหวัดนครศรีธรรมราช

ฐิติมา บูรณวงศ์ หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ (บพท.) พ.ศ. 2563