การมีส่วนร่วมของผู้ประกอบการสินค้า OTOP ในการกำหนดวิธีการจัดทำบัญชี อำเภอแม่ลาว จังหวัดเชียงราย
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาต้นแบบวิธีการจัดทำบัญชีของผู้ประกอบการสินค้า OTOP อำเภอแม่ลาว จังหวัดเชียงราย ที่เข้าใจได้ง่ายและเป็นไปตามความต้องการของกลุ่ม การมีส่วน ร่วมของผู้ประกอบสินค้าOTOP ในการจัดทำต้นแบบวิธีการจัดทำบัญชีผู้ประกอบการสินค้าOTOP อำเภอแม่ลาว จังหวัดเชียงราย พบว่า ต้นนแบบวิธีการจัดทำบัญชีของผู้ประกอบการสินค้าOTOP อำเภอแม่ลาว จังหวัดเชียงราย ประกอบด้วย หลักการเหตุผล แนวคิดพื้นฐาน จุดมุ่งหมายของต้นแบบ โครงสร้างของต้นแบบฝึกอบรมประกอบด้วยหน่วยเรียนรู้ 3 หน่วย คือ การวิเคราะห์รายการค้า การ บันทึกรายการในแบบฟอร์ม 5 แบบฟอร์มและการจัดทำรายงาน 2 รายงาน คือ แบบฟอร์มการวิเคราะห์ รายการค้า แบบฟอร์มการบันทึกรายรับ-รายจ่าย แบบฟอร์มการบันทึกค่าใช้จ่ายที่เกิดจากสินทรัพย์ไม่ หมุนเวียน แบบฟอร์มกำไร (ขาดทุน) แบบฟอร์มกระดาษทำการ รายงานกำไร (ขาดทุน) และรายงาน ฐานะการเงิน รวม 3 กิจกรรม แต่ละกิจกรรมประกอบด้วยแนวคิด จุดประสงค์การเรียนรู้ สาระการ เรียนรู้ กิจกรรมการเรียนรู้ สื่อการฝึกอบรม และการวัดและประเมินผล และการติดตามประเมินผลหลัง การอบรมให้ความรู้ต้นแบบวิธีการจัดทำบัญชี2 สัปดาห์ นอกจากนี้ยังมีคู่มือของต้นแบบวิธีการจัดทำ บัญชีการลงรายการในแบบฟอร์มที่ง่าย รวดเร็ว ตรงกับความต้องการใช้ข้อมูลของผู้ประกอบการสินค้า OTOP สามารถนำไปปรับใช้กับผู้ประกอบการสินค้าOTOP ทั้งกิจการผลิต กิจการบริการและกิจการซื้อ ขาย (กระทรวงพาณิชย์ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า รายการย่อที่ต้องมีในงบการเงิน คำชี้แจงกรมพัฒนา ธุรกิจการค้าเรื่องกำหนดรายการย่อที่ต้องมีในงบการเงิน พ.ศ.2554) ผลการฝึกอบรมให้ความรู้วัดความ เข้าใจในต้นแบบวิธีการบัญชีก่อนและหลังการอบรมให้ความรู้มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทาง สถิติที่ระดับ.05 ซึ่งแสดงว่าต้นแบบที่ใช้ฝึกอบรมมีประสิทธิภาพเห็นอย่างชัดเจนว่าผู้เข้าอบรมมี พัฒนาการเกี่ยวกับความรู้ความเข้าใจในการจัดทำบัญชีของผู้ประกอบการสินค้าOTOP สูงขึ้นเฉลี่ยร้อย ละ 4.34 ทั้งนี้เนื่องจากมีการลดขั้นตอนการจัดทำบัญชี ประหยัดเวลาในการลงรายการ สามารถทำความ เข้าใจได้ง่ายเมื่อนำมาใช้จัดทำบัญชีของกลุ่ม ใช้เวลาน้อย และสามารถปรับเปลี่ยนช่องรายการใน แบบฟอร์มบันทึกรายการได้อย่างเหมาะสมกับลักษณะการประกอบการของกลุ่มOTOP จึงตรงกับความ ต้องการใช้ข้อมูลของผู้ประกอบสินค้าOTOP กิจกรรมการเรียนรู้ตรงกับความต้องกาผู้ประกอบสินค้า OTOP และผู้เรียนได้มีส่วนร่วมในกิจกรรมการเรียนรู้ ผู้เข้าอบรมมีผลการพัฒนาสูงกว่าก่อนฝึกอบรม มี ความพึงพอใจมากที่สุด คือ ผู้อบรมสามารถนำประโยชน์ที่ได้รับจากกิจกรรมการเรียนรู้ไปใช้ในการจัดทำ บัญชีได้ แสดงให้เห็นว่า ผู้เข้าอบรมสามารถนำประโยชน์ที่ได้รับจากกิจกรรมการเรียนรู้ไใช้ใน ชีวิตประจำวันและธุรกิจได้ ทั้งนี้เนื่องจากผู้เข้าอบรมได้เรียนรู้จากการปฏิบัติด้วยตนเองทำให้พึงพอใจที่ สามารถนำความรู้จากการอบรมให้ความรู้ไปใช้ได้จริง และการเรียนรู้นี้ใช้รูปแบบการเรียนรู้แบบมีส่วน ร่วม มีกิจกรรมเรียนรู้ที่ตรงกับผู้ประกอบสินค้าOTOP ที่หลากหลาย ช่วยทำให้ผู้เข้าร่วมอบรมได้ แลกเปลี่ยนประสบการณ์การเรียนรู้ในรูปแบบต่างๆ กัน ซึ่งสอดคล้องกับผลการวิจัยของ ฐิติพร พิชญกุล (2547, น 103-106) และชูศรีสุวรรณ (2544, น. 157-165) ที่ศึกษา พบว่า ผู้เข้าอบรมมีความพึงพอใจ ในการฝึกอบรมในระดับมากและมากที่สุด เพราะมีส่วนร่วมในกิจกรรมการเรียนรู้และทำให้พัฒนาตนเอง ได้ตามเป้าหมายที่เข้ารับการฝึกอบรมให้ความรู้จากการติดตามผลการนำต้นแบบไปปฏิบัติพบว่า แบบฟอร์มและรายงานที่จัดทำสามารถออกแบบและรายงานได้อย่างถูกต้องครบถ้วน ทำความเข้าใจง่าย ประหยัดเวลาในการลงรายการ สะดวกในการปฏิบัติงานสอดคล้องตามความต้องการของผู้ใช้ข้อมูลในทุก ระดับ ไม่ว่าจะเป็นระดับผู้ใช้ข้อมูล (ผู้ปฏิบัติงาน) ระดับกลาง และระดับสูง ความทันเวลา ความยืดหยุ่น ของรายงาน จากการสัมภาษณ์ พบว่า กิจการสามารถจัดทำรายงาน 2 รายงานคือรายงานกำไร (ขาดทุน) และรายงานฐานะการเงิน ได้อย่างรวดเร็วและทันเวลาต่อการใช้ข้อมูล และสามารถปรับเปลี่ยนได้ตาม ความต้องการของผู้ใช้ข้อมูลได้อย่างยืดหยุ่นไม่ว่าจะเป็นกลุ่มที่เป็นการผลิต กลุ่มการให้บริการ หรือกลุ่ม ซื้อมาขายไป