Command Palette

Search for a command to run...

กลับไปผลการค้นหา
รายงานฉบับสมบูรณ์พ.ศ. 2564

แก้วเชื่อมประสานเสถียรภาพสูงในเซลล์เชื้อเพลิงออกไซด์ของแข็งแบบแผ่น

เพชรลดา กันทาดี มหาวิทยาลัยแม่โจ้ พ.ศ. 2564

ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)

บทคัดย่อ

งานวิจัยนี้ศึกษาแก้วระบบส่ตรอนเทียมบอโรซิลิเกต โดยศึกษาผลของปริมาณสตรอนเทียม ออกไซด์ต่อสมบัติและพฤติกรรมของแก้วเชื่อมประสานสำหรับเซลล์เชื้อเพลิงออกไซด์ของแข็ง แบบแผ่น และยังพัฒนาการเตรียมแก้วเชื่อมประสานในรูปแบบที่เหมาะสมต่อการใช้งานจริงโดย การเติมสารอินทรีย์และขึ้นรูปด้วยวิธีการเทให้เป็นแผ่นบาง โดยศึกษาแก้วที่มีปริมาณสตรอนเทียม ออกไซดีระหว่าง 47 - 62 % โดยโมล การวิจัยพบว่าค่าสัมประสิทธิภาพ การขยายตัวเพราะความรู้อน ของแก้วมีแนวโน้มสูงขึ้นเมือปริมาณ SrO ในแก้วเพิ่มขึ้น และอุณหภูมิการเปลี่ยนเป็นแก้ว (Tg) และ ค่าอุณหภูมิอ่อนตัวของแก้ว (Td) ลดลงในแก้วที่มีปริมาณ SrO สูงขึ้น จากการเชื่อมต่อกับวัสดุ อินเตอร์คอนเน็ค Crofer22APU และอิเล็กโทรไลต์ YSZ ที่อุณหภูมิ800 C เป็นเวลา 1 ชั่วโมง พบว่าแก้วสามารถเชื่อมประสานได้ดี อย่างไรก็ตามพบรอยแยกบริเวณรอยต่อระหว่างแก้วกับโลหะ อินเตอร์คอนเน็ค แต่ไม่พบบริเวณรอยต่อระหว่างแก้วกับอิเล็กโทรไลต์ และเมื่อทดสอบการใช้งาน ที่อุณหภูมิ 800 C เป็นเวลา 50 ชั่วโมง พบว่าเกิดผลึกในแก้วอยู่ 3 ลักษณะ และเมื่อวิเคราะห์ด้วย เทคนิคการเลี้ยวเบนของรังสีเอ็กซ์พบผลึก สตรอนเทียมซิลิเกต (Sr2SiO) และ สตรอนเทียมบอเรต (SrB2O) และเมื่อพิจารณาแล้วแก้วที่มีปริมาณ SrO เท่ากับ 62 % โดยโมล เป็นแก้วที่เหมาะสมที่สุด สำหรับใช้เป็นแก้วเชื่อมประสานในเซลล์เชื้อเพลิงออกไซด์ของแข็งแบบแผ่นเนื่องจากมีค่า สัมประสิทธิ การขยายตัวเพราะความรู้อนเหมาะสม และรอยเชื่อมต่อไม่เกิดรอยร้าวในแก้วและ รอยต่อและเมื่อพัฒนาขึ้นรูปผงแก้วเพื่อให้เหมาะสมต่อการใช้งานั้นนพบว่าสลิปีที่เหมาะสมกับการ ขึ้นรูปนั้นต้องใช้น้ำมันละหุ่งเป็นสารช่วยกระจายตัวโดยใช้ในปริมาณ 2.5% โดยน้ำหนัก ใช้ พอลิ ไวนิลบิวทีรัลเป็นสารเชื่อมประสานในปริมาณ 7.5% โดยน้ำหนักและใช้ไดบิวทิลพธาเลทเป็นสาร เพิ่มความเหนียว โดยใส่เป็นสัดส่วนระหว่างสารเพิ่มความเหนียวและสารเชื่อมประสาน เท่ากับ 0.6 คำสำคัญ: แก้วเชื่อมประสาน เซลล์เชื้อเพลิงออกไซด์ของแข็งแบบแผ่น การตกผลึก รอยต่อ การหล่อเทป

คำสำคัญ

Crystallizationการตกผลึกรอยต่อGlass SealantPlanar Solid Oxide Fuel CellSealing InterfaceTape Castingการหล่อเทปแก้วเชื่อมประสานเซลล์เชื้อเพลิงออกไซด์ของแข็งแบบแผ่น

งานวิจัยในหัวข้อใกล้เคียง

การปรับปรุงความแข็งแรงรอยต่อระหว่างแก้วเชื่อมประสาน-โลหะอินเตอร์คอนเนค-อิเล็กโทรไลต์ของแข็ง ในเซลล์เชื้อเพลิงออกไซด์ของแข็งแบบแผ่น

ณัฐพล เลาห์รอดพันธุ์ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ พ.ศ. 2561

การศึกษาสมบัติทางกายภาพและทางแสงของแก้วโซดาไลม์ซิลิเกตที่เติมไอออนของโฮลเมียม

พ.ศ. 2559

การพัฒนาแก้วระบบออกซีฟลูออไรด์ที่เติมไอออนของ Eu3+, Dy3+ เเละ Sm3+ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการเปล่งเเสงของแก้วในช่วงตามองเห็นสำหรับประยุกต์ใช้เป็นตัวเปล่งเเสงของแข็ง

สมิต อินทร์ศิริพงษ์ มหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง พ.ศ. 2559

การศึกษาผลของตะกั่วออกไซด์ต่อสมบัติโครงสร้างและสมบัติยืดหยุ่นของแก้วที่รีไซเคิลจากซิลิกาเจลโดยใช้เทคนิคอัลตราโซนิกและเอฟทีไออาร์

มหาวิทยาลัยราชธานี พ.ศ. 2560

การศึกษาจลนศาสตร์และองค์ประกอบของน้ำมันไบโอดีเซลที่เร่งปฏิกิริยาด้วยไซเลนที่ถูกตรึงบนแก้วด้วยเทคนิคนิวเคลียร์แมกเนติกเรโซแนนท์

พรสวรรค์ อมรศักดิ์ชัย คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร พ.ศ. 2553

การศึกษาปัจจัยที่เหมาะสมสำหรับการผลิตโฟมกลาสจากเศษแก้วสีอำพัน

ปฏิพัทธ์ หงษ์สุวรรณ มหาวิทยาลัยศิลปากร พ.ศ. 2561

การปรับปรุงสมบัติทางชีวภาพและสมบัติการละลายของแก้วและแก้วเซรามิกชีวภาพในระบบโซเดียมแคลเซียมฟอสเฟตเพื่อนำไปประยุกต์เป็นกระดูกเทียม

วิไลวรรณ ลีนะกุล มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร พ.ศ. 2560

โครงการการพัฒนาแก้วเซรามิกเฟร์โรอิเล็กทริก สำหรับการประยุกต์เชิงวัสดุหลายหน้าที่

กมลพรรณ เพ็งพัด มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พ.ศ. 2560

การศึกษาอันตรกิริยาของโฟตอนต่อแก้วสำหรับประยุกต์เป็นวัสดุทางกำบังรังสี นิวเคลียร์

รองศาสตราจารย์ ดร. จักรพงษ์ แก้วขาว มหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม พ.ศ. 2554

ผลของหมู่ฟังก์ชันและความขรุขระบนพื้นผิวของแก้วพรุนต่อการดูดซับแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ด้วยวิธีการสร้างแบบจำลองมอนติคาร์โล

นิพัทธ์ เกตุประเสริฐ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี พ.ศ. 2561