การพัฒนาวัสดุเปล่งเเสงในช่วงตามองเห็นเเละอินฟาเรดจากแก้วแบเรียมบอโรฟอสเฟตที่เติมไอออนของธาตุหายาก (ระยะที่ 2)
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
โครงการวิจัยการพัฒนาวัสดุเปล่งแสงในช่วงตามองเห็นและอินฟราเรดจากแก้วแบเรียมบอโรฟอสเฟตที่เติมไอออนของธาตุหายาก (ระยะที่ 2) ได้ทำการแปรค่าความเข้มข้นของธาตุหายากในปริมาณที่แตกต่างกันจากสูตร 25BaO : 5B2O3 : (70-x)P2O5 : xLn2O3 เมื่อ Ln2O3 คือ Eu2O3, Sm2O3, Dy2O3, Nd2O3 และ Er2O3 โดยที่ x เท่ากับ 0.2, 0.4, 0.6, 0.8 และ 1.0 mol% ถูกหลอมด้วยเทคนิคการหลอมแล้วทำให้เย็นตัวลงอย่างรวดเร็วและอบที่อุณหภูมิ 1200 ?C และ 500 ?C ตามลำดับ เป็นเวลา 3 ชั่วโมง ตัวอย่างที่เติม Eu2O3 และ Dy2O3 จะใสไม่มีสี ส่วนตัวอย่างแก้วที่เติม Sm2O3, Nd2O3 และ Er2O3 จะมีสีเหลือง ม่วง และชมพู ตามลำดับ และจะมีความเข้มของสีมากขึ้นเมื่อปริมาณความเข้มข้นของธาตุหายากเพิ่มมากขึ้น ความหนาแน่นของตัวอย่างแก้วที่เติม Eu2O3 และ Sm2O3 มีแนวโน้มลดลง เมื่อเติม Dy2O3, Nd2O3 และ Er2O3 ความหนาแน่นมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นตามความเข้มข้น วัดสมบัติทางแสงจากสเปกตรัมการดูดกลืนในช่วง UV-Vis-NIR สังเกตได้ว่าสเปกตรัมการดูดกลืนของแก้วที่เติม Eu2O3, Sm2O3, Dy2O3, Nd2O3 และ Er2O3 มีความสอดคล้องกับการดูดกลืนของไอออน Eu3+, Sm3+, Dy3+, Nd3+ และ Er3+ สเปกตรัมการดูดกลืนแสงมีค่ามากขึ้นตามความเข้มข้นที่มากขึ้นด้วย ศึกษาสมบัติการเปล่งแสงด้วยสเปกตรัมการเปล่งแสงและการกระตุ้น เมื่อให้ความยาวคลื่นสำหรับการกระตุ้นแสงที่ 394, 401, 350, 581 และ 521 นาโนเมตร จะพบพีคการเปล่งแสงสูงสุดที่ความยาวคลื่น 613, 597, 574, 1061 และ 1539 นาโนเมตร สำหรับตัวอย่างแก้วที่เติม Eu2O3, Sm2O3, Dy2O3, Nd2O3 และ Er2O3 ที่ความเข้มข้นเท่ากับ 0.6, 0.4, 0.6, 1.0 และ 1.0 mol% ตามลำดับ ซึ่งสามารถประยุกต์เป็นวัสดุเปล่งแสงในช่วงตามองเห็น (Eu2O3, Sm2O3 และ Dy2O3) และอินฟาเรด (Nd2O3 และ Er2O3) ได้