การพัฒนากลาสเซรามิกชนิดไมกาที่ง่ายต่อการกรอแต่งในด้านความแข็งแรงของกำลัง ยึดติดกับเนื้อฟันมนุษย์ด้วยเรซินซีเมนต์เพื่อใช้เป็นวัสดุบูรณะฟัน
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
วัตถุประสงค์ของการวิจัยเพื่อประเมินความแข็งแรงของกำลังยึดเฉือนของเรซินซีเมนต์ ชนิด Ryly X? Utimate, Panavia F2.0 และ Relyx? U200 ที่ใช้ในการยึดติดระหว่างกลาสเซรามิกชนิดไมกา และเนื้อฟันมนุษย์ ซึ่งกลาสเซรามิกชนิดไมกาเป็นวัสดุบูรณะทางทันตกรรมที่ประกอบด้วย ระบบแก้ว ตังนี้ Si02-AI203-MgO-MgF2-SrC03-CaC03-CaF2 และ P205 โดยนำมาหลอมที่อุณหภูมิ 14202C เป็นเวลา 1 ชั่วโมง แล้วเทลงในแม่พิมพ์คาร์บอน ที่อุณหภูมิ 580?C แล้วให้ความร้อนต่อเป็น เวลา 1 ชั่วโมง 30 นาที และปล่อยให้เย็นตัวในเตาจะได้เป็นแห่งแก้ว หลังจากนั้นนำแท่งแก้วไป ผ่านกระบวนการทางความร้อนที่เหมาะสม คือ อุณหภูมิในการเกิดนิวเคลียสที่ 6432C เป็นเวลา 3 ชั่วโมง และ อุณหภูมิในเติบโตของผลึกที่ 8922C เป็นเวลา 3 ชั่วโมง ตามลำตับ จะทำให้แก้วเปลี่ยน เป็นกลาสเซรามิก ในส่วนของฟันมนุษย์นำมาตัด แล้วหล่อลงอิพอกซี่เรซิน แล้วทำการเตรียมผิวหน้า ฟันด้วยกระดาษทราย และเตรียมขึ้นงานกลาสเซรามิกจากการผ่านกระบวนการจำนวน 72 ขึ้น ขนาด รูปทรงกระบอก ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 5 มม. สูง 5 มม. แล้วทำการเตรียมผิวขึ้นงานด้วยการขัด ด้วยกระดาษทราย และทำความสะอาดด้วยเครื่องอัลตราโชนิค จากนั้นเตรียมผิวหน้าด้วยกรดไฮโดร ฟลูออริกเจล ความเข้มข้น 9.6% เป็นเวลา 15 วินาที แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด จากนั้นใช้เรซิ นซีเมนต์แต่ละชนิดยึดติดกลาสเซรามิกเข้ากับเนื้ฟันมนุษย์ ให้น้ำหนักกด 5 กิโลกรัม เป็นเวลา 5 วินาที ในขณะเดียวกันให้แสงอัลตราไวโอเลทุกทิศทาง ตัวอย่างทั้งหมดถูกเก็บไว้ในน้ำกลั่นที่ 37C สำหรับ 24 ชั่วโมง และ จากนั้นครึ่งหนึ่งได้เพิ่มอายุโดยนำไปผ่านกระบวนการ themocycling (แซ่ อ่างน้ำของ 52C/552C) 500 รอบแล้วนำไปทดสอบความแข็งแรงของกำลังยึดเฉือน ที่อัตราเร็วของหัว กต 1 มิลลิเมตร / นาทีจนเกิดความเสียหาย จากผลการทตลองพบว่า ได้ค่าความแข็งแรงของกำลัง ยึดเฉือน ตังนี้ Rely X? UIimate (11.5173.04 MPa), Panavia F2.0 (14.5724.87 MPa) และ Rely X? U200 (4.57?1.40 MPa) กลุ่มที่ 2 Rely X? Utimate (5.52?2.18 MPa), Panavia F2.0 (5.9822.97 MPa) และ Rely X? U200 (1.7321.28 MPa) นอกจากนี้เมื่อนำไปตรวจสอบความเสีย หายของพื้นผิวด้วยกล้องจุลทรรศน์แบบแสง และ กล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอนแบบส่องกราด