Command Palette

Search for a command to run...

กลับไปผลการค้นหา
รายงานฉบับสมบูรณ์พ.ศ. 2559

การพัฒนากลาสเซรามิกชนิดไมกาที่ง่ายต่อการกรอแต่งในด้านความแข็งแรงของกำลัง ยึดติดกับเนื้อฟันมนุษย์ด้วยเรซินซีเมนต์เพื่อใช้เป็นวัสดุบูรณะฟัน

ดวงฤดี ฉายสุวรรณ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ พ.ศ. 2559

ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)

บทคัดย่อ

วัตถุประสงค์ของการวิจัยเพื่อประเมินความแข็งแรงของกำลังยึดเฉือนของเรซินซีเมนต์ ชนิด Ryly X? Utimate, Panavia F2.0 และ Relyx? U200 ที่ใช้ในการยึดติดระหว่างกลาสเซรามิกชนิดไมกา และเนื้อฟันมนุษย์ ซึ่งกลาสเซรามิกชนิดไมกาเป็นวัสดุบูรณะทางทันตกรรมที่ประกอบด้วย ระบบแก้ว ตังนี้ Si02-AI203-MgO-MgF2-SrC03-CaC03-CaF2 และ P205 โดยนำมาหลอมที่อุณหภูมิ 14202C เป็นเวลา 1 ชั่วโมง แล้วเทลงในแม่พิมพ์คาร์บอน ที่อุณหภูมิ 580?C แล้วให้ความร้อนต่อเป็น เวลา 1 ชั่วโมง 30 นาที และปล่อยให้เย็นตัวในเตาจะได้เป็นแห่งแก้ว หลังจากนั้นนำแท่งแก้วไป ผ่านกระบวนการทางความร้อนที่เหมาะสม คือ อุณหภูมิในการเกิดนิวเคลียสที่ 6432C เป็นเวลา 3 ชั่วโมง และ อุณหภูมิในเติบโตของผลึกที่ 8922C เป็นเวลา 3 ชั่วโมง ตามลำตับ จะทำให้แก้วเปลี่ยน เป็นกลาสเซรามิก ในส่วนของฟันมนุษย์นำมาตัด แล้วหล่อลงอิพอกซี่เรซิน แล้วทำการเตรียมผิวหน้า ฟันด้วยกระดาษทราย และเตรียมขึ้นงานกลาสเซรามิกจากการผ่านกระบวนการจำนวน 72 ขึ้น ขนาด รูปทรงกระบอก ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 5 มม. สูง 5 มม. แล้วทำการเตรียมผิวขึ้นงานด้วยการขัด ด้วยกระดาษทราย และทำความสะอาดด้วยเครื่องอัลตราโชนิค จากนั้นเตรียมผิวหน้าด้วยกรดไฮโดร ฟลูออริกเจล ความเข้มข้น 9.6% เป็นเวลา 15 วินาที แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด จากนั้นใช้เรซิ นซีเมนต์แต่ละชนิดยึดติดกลาสเซรามิกเข้ากับเนื้ฟันมนุษย์ ให้น้ำหนักกด 5 กิโลกรัม เป็นเวลา 5 วินาที ในขณะเดียวกันให้แสงอัลตราไวโอเลทุกทิศทาง ตัวอย่างทั้งหมดถูกเก็บไว้ในน้ำกลั่นที่ 37C สำหรับ 24 ชั่วโมง และ จากนั้นครึ่งหนึ่งได้เพิ่มอายุโดยนำไปผ่านกระบวนการ themocycling (แซ่ อ่างน้ำของ 52C/552C) 500 รอบแล้วนำไปทดสอบความแข็งแรงของกำลังยึดเฉือน ที่อัตราเร็วของหัว กต 1 มิลลิเมตร / นาทีจนเกิดความเสียหาย จากผลการทตลองพบว่า ได้ค่าความแข็งแรงของกำลัง ยึดเฉือน ตังนี้ Rely X? UIimate (11.5173.04 MPa), Panavia F2.0 (14.5724.87 MPa) และ Rely X? U200 (4.57?1.40 MPa) กลุ่มที่ 2 Rely X? Utimate (5.52?2.18 MPa), Panavia F2.0 (5.9822.97 MPa) และ Rely X? U200 (1.7321.28 MPa) นอกจากนี้เมื่อนำไปตรวจสอบความเสีย หายของพื้นผิวด้วยกล้องจุลทรรศน์แบบแสง และ กล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอนแบบส่องกราด

คำสำคัญ

SHEMica-based glass-ceramicsกลาสเซรามิกชนิดไมกา

งานวิจัยในหัวข้อใกล้เคียง

การพัฒนากลาสเซรามิกชนิดไมกาที่ง่ายต่อการกรอแต่งในด้านความแข็งแรงของกำลังยึดติดกับเนื้อฟันมนุษย์ด้วยเรซินซีเมนต์เพื่อใช้เป็นวัสดุบูรณะฟัน

ดวงฤดี ฉายสุวรรณ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ พ.ศ. 2559

ความสามารถในการปิดผนึกและความแนบสนิทของกลาสไอโอโนเมอร์ซีเมนต์ที่ผสมโมโนแคลเซียมซิลิเกตเมื่อใช้เป็นวัสดุซ่อมรอยทะลุในบริเวณง่ามรากฟัน

จารุมา ศักดิ์ดี มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ พ.ศ. 2559

ผลของความหนาของเรซินซีเมนต์และฌวรามิกต่อความต้านทานการแตกของฌวรามิกที่ยึดกับเคลือบฟัน

เฉลิมพล ลี้ไวโรจน์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พ.ศ. 2557

การศึกษาความแข็งระดับจุลภาคชนิดตัดขวางบริเวณขอบแถบรัดฟันซึ่งยึดด้วยซีเมนต์

ชวลิต เพียรมี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พ.ศ. 2563

ผลของซีเมนต์ชั่วคราวชนิดไดแคลต่อค่ากำลังแรงยึดเฉือนของเรซินซีเมนต์ 4 ชนิดกับเนื้อฟัน

ตุลย์ ศรีอัมพร มหาวิทยาลัยรังสิต พ.ศ. 2558

ความแข็งแรงยึดติดและสีของครอบฟันเซรามิกหลังยึดด้วยซีเมนต์บนหลักยึดเซอร์โคเนีย

พีรยา หล่อลีฬหา มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ พ.ศ. 2561

การศึกษาเปรียบเทียบค่าความแข็งแรงยึดเฉือนระหว่างวัสดุบูรณะลิเธียมไดซิลิเกตกลาสเซรามิก และเรซินซีเมนต์สามชนิด

วีรนุช ทองงาม มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พ.ศ. 2558

การศึกษาเปรียบเทียบค่ากำลังแรงยึดเฉือนระหว่างวัสดุบูรณะลิเธียมไดซิลิเกตกลาสเซรามิกและเรซินซีเมนต์สามชนิด

วีรนุช ทองงาม คณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พ.ศ. 2558

ความต้านทานการสึกเหตุวัตถุ 2 ชนิด ของวัสดุบูรณะฟันที่ขึ้นรูปด้วยแคดแคมเมื่อสบกับเคลือบฟัน

วีร์ศิริ สกุลรัตนะ พ.ศ. 2562

การหล่อลื่นแบบอิลาสโตไฮโรไดนามิกของวัสดุอ่อนที่สัมผัสแบบวงกลมด้วยสารหล่อลื่นนอนนิวโตเนียน

ขนิษฐา วงษ์สีดาแก้ว มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ พ.ศ. 2557