การพัฒนาระบบเตือนภัยความร้อนและหมอกควันล่วงหน้าสำหรับพื้นที่ภาคเหนือ ตอนบนของประเทศไทย
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
ระบบเตือนภัยความร้อนและหมอกควันล่วงหน้าที่พัฒนาขึ้น มีองค์ประกอบหลัก 2 ส่วน คือ ค่าพยากรณ์ดัชนีความร้อน (HI) ที่คำนวณจากข้อมูลพยากรณ์อุณหภูมิและความชื้นสัมพัทธ์ล่วงหน้า และค่าความเข้มข้นของฝุ่นละอองขนาด 10 ไมครอน (PM10) จากแบบจำลอง The Weather Research Forecast (WRF-Chem) โดยระบบดังกล่าวจะนำเข้าข้อมูลพยากรณ์ดัชนีความร้อน และความเข้มข้นของ PM10 ล่วงหน้า 1 วัน 3 วัน และ 5 วัน จำนวน 112 สถานี ในพื้นที่ 9 จังหวัด ภาคเหนือตอนบน และแสดงผลในแผนที่ google map หน้าเว็บไซด์ http://www.tccnprogram.webgraphicdesignerthailand.com/ โดยแบ่งเกณฑ์การเตือนภัยด้วยค่า HI และ PM10 ออกเป็น 4 ระดับ ดังนี้ (1) ระดับเฝ้าระวัง (HI 27-32 ?C และ PM10 0-50 ?g/m3) (2) ระดับเตือนภัย (HI 32-41 ?C และ PM10 50-120 ?g/m3) (3) ระดับอันตราย (HI 41-54 ?C และ PM10 121-350 ?g/m3) และ (4) ระดับอันตรายมาก (HI>54 ?C และ PM10>350 ?g/m3) ผลการทดสอบความแม่นยำของค่าพยากรณ์ HI และ PM10 ด้วยการเปรียบเทียบกับค่าตรวจวัดจริงจากสถานีอุตุนิยมวิทยา 9 สถานี และสถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศ 6 สถานี พบว่า ค่าพยากรณ์ HI ล่วงหน้า 1 วัน มีค่าเฉลี่ยความคลาดเคลื่อน (Root Mean Square Error; RMSE) ความคลาดเคลื่อนสมบูรณ์ (Mean Absolute Error; MAE) และความเอนเอียง (Bias) เท่ากับ 2.8 2.4 และ -1.9 ตามลำดับ ซึ่งเป็นค่าที่อยู่ในช่วงที่ยอมรับได้และสามารถนำไปใช้สื่อสารในพื้นที่ได้ ในขณะที่ค่าพยากรณ์ PM10 ล่วงหน้า 1 วัน มีค่าความคลาดเคลื่อนสูงมากจนกระทั่งไม่สามารถนำไปเตือนภัยในพื้นที่ได้ (RMSE เท่ากับ 799 MAE เท่ากับ 519 และ Bias เท่ากับ -515 ตามลำดับ) ทั้งนี้ อาจมีสาเหตุเนื่องจากข้อมูลเบื้องต้นที่นำเข้าเป็นฐานข้อมูลระดับประเทศและภูมิภาค ซึ่งมีความละเอียดและความแม่นยำไม่เพียงพอกับพื้นที่ศึกษาที่ลักษณะภูมิประเทศและภูมิอากาศ มีความสลับซับซ้อน จากการทดลองพยากรณ์ PM10 ด้วยโมเดลทางสถิติเบื้องต้นที่ใช้ข้อมูล จากสถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศกับค่าเบี่ยงเบนมาตรฐานของอนุกรมข้อมูลรายวันในช่วง 3 เดือนก่อนหน้านี้ พบว่า ให้ค่าพยากรณ์ล่วงหน้า 1 วัน ที่ใกล้เคียงกับค่าการตรวจวัดของวันนั้นๆ มากกว่าแบบจำลอง WRF-Chem และสามารถนำมาใช้งานในระดับพื้นที่ได้อย่างเหมาะสม (RMSE เท่ากับ 40.4 MAE เท่ากับ 26.6 และ Bias เท่ากับ 2.6 ตามลำดับ) ค่าพยากรณ์ HI และค่าพยากรณ์ PM10 จากโมเดลทางสถิติซึ่งเป็นผลผลิตที่ได้จากระบบเตือนภัยความร้อนและหมอกควัน ที่แปลงเป็นชุดข้อมูลข่าวสารเตือนภัยในรูปของสื่อต่างๆ ดังนี้ (1) Info Graphic รายงานค่าพยากรณ์ HI และ PM10 ล่วงหน้า (2) แผ่นป้ายพยากรณ์ HI และ PM10 ล่วงหน้า และ (3) บทความเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารเตือนภัยผ่านหอกระจายเสียงและวิทยุชุมชน ได้ถูกทดลองใช้งานในพื้นที่อำเภอแม่ใจ จังหวัดพะเยา ผลการศึกษา พบว่า สื่อทั้ง 3 ชนิด มีความเหมาะสมสำหรับนำมาใช้สื่อสารข้อมูลเตือนภัยในระดับชุมชน เนื่องจากใช้ภาษาที่ง่าย ต่อการทำความเข้าใจของผู้ใช้งานแต่ละระดับ เนื้อหาและรูปภาพประกอบมีสัดส่วนเหมาะสม เลือกใช้สีกระตุ้นความสนใจ ออกแบบสัญลักษณ์แสดงความรู้สึกได้ชัดเจนทำให้สื่อสารกับประชาชนได้สะดวก มีการอัปเดตข้อมูลอย่างต่อเนื่องและสามารถนำเสนอข้อมูลได้รวดเร็วทันต่อสถานการณ์ สำหรับกลไกการดำเนินงานผ่านหน่วยงานของกระทรวงสาธารณสุขในพื้นที่และผู้นำชุมชนผ่าน line application นับเป็นช่องทางการสื่อสารที่สะดวก รวดเร็ว ชัดเจน และเข้าใจง่าย ดังนั้น สื่อ กลไกการดำเนินงาน และช่องทางการสื่อสารข้อมูลที่นำมาทดลองใช้ในพื้นที่นำร่องสามารถนำไปประยุกต์ใช้กับพื้นที่อื่นได้ อย่างไรก็ตาม จากการพัฒนาระบบเตือนภัยฯ และทดลองสื่อสารข้อมูลจากระบบดังกล่าวในพื้นที่มีข้อเสนอแนะว่า ควรมีการพัฒนาเพิ่มเติมเกี่ยวกับเครื่องมือติดตามและแจ้งเตือนสถานการณ์ ความร้อนระดับชุมชน การพยากรณ์หมอกควันด้วยเทคนิคทางสถิติ และแอพพลิเคชั่นที่สามารถใช้งานผ่านโทรศัพท์มือถือ เพื่อช่วยให้หน่วยงานในพื้นที่และชุมชนมีเครื่องมือที่ใช้ในการตั้งรับและปรับตัวต่อผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและหมอกควันได้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น