Command Palette

Search for a command to run...

กลับไปผลการค้นหา
รายงานฉบับสมบูรณ์พ.ศ. 2562

.โส้ทั้งบั้ง : การดำรงอยู่และสืบทอดตามแนวทางนาฏศิลป์สร้างสรรค์

สรินทร คุ้มเขต มหาวิทยาลัยราชภัฏเลย พ.ศ. 2562

ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาประวัติความเป็นมา เกี่ยวกับการละเล่นโส้ทั้งบั้ง ในประเพณีบุญหลวง อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย 2) เพื่อศึกษาการดำรงอยู่ของการละเล่นโส้ทั้งบั้ง ในประเพณีบุญหลวง อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย 3) เพื่อสืบทอดการละเล่นโส้ทั้งบั้ง ในประเพณีบุญหลวง ตามแนวทางนาฏศิลป์สร้างสรรค์ กลุ่มเป้าหมายเชิงคุณภาพ ได้แก่ ปราชญ์ท้องถิ่น และชาวบ้านอำเภอเชียงคาน จำนวน 15 คน เจ้าพ่อกวน ผู้นำภาครัฐ และผู้นำชุมชนจำนวน 3 คนและครูผู้สอนนาฏศิลป์ในเขตจังหวัดเลย จำนวน 5 คน ส่วนกลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ นักศึกษาสาขานาฏศิลป์ แบ่งเป็นนักศึกษาหญิง จำนวน 8 คน นักศึกษาชาย จำนวน 8 คน รวม 16 คน ใช้ระเบียบวิธีวิจัยเชิงคุณภาพโดยผู้วิจัยรวบรวมข้อมูลจากเอกสาร การสำรวจ สัมภาษณ์และสนทนากลุ่ม ผลการวิจัยพบว่า 1. งานประเพณีบุญหลวง เป็นการนำเอาประเพณี 2 อย่างมารวมกัน คือ งานบุญพระเวส (บุญเผวส หรือบุญมหาชาติ) และบุญบั้งไฟ จัดขึ้นระหว่างปลายเดือน 7 หรือต้นเดือน 8 ทั้งนี้ เจ้าพ่อกวนจะเป็นผู้กำหนดวันโดยการเข้าทรง กิจกรรมจะทำต่อเนื่องกัน 3 วัน คือ วันแรก เรียกว่า “ วันโฮม ” (วันรวม) มีการประกอบพิธีเบิกพระอุปคุตจากลำน้ำหมัน ไปประดิษฐานไว้ที่หอพระอุปคุตที่วัดโพนชัย ต่อมาประชาชนและบรรดา ผีตาโขนจะไปร่วมในพิธีบายศรีสู่ขวัญเจ้าพ่อกวน และแห่ขบวนเข้ามายังวัดโพนชัยอีกครั้ง นอกจากการเล่นผีตาโขนแล้ว จะมีการละเล่นที่สนุกสนานอีกหลายอย่าง เช่น การเซิ้ง และการแสดงดนตรี มีการเคาะไม้ โลหะ ตามด้วย ทั่งบั้ง หรือคนป่ากระทุ้งพลอง ผู้เล่นจะเป็นชายล้วน แต่งกายคล้ายคนป่า โดยใช้เศษผ้าหรือใบตองมาปกปิดร่างกายเฉพาะอวัยวะที่สำคัญ ใช้ดินหม้อ โคลน หรือสีดำทาตามตัวและใบหน้า ถือบั้งไม้ไผ่เพื่อกระทุ้งพื้นให้เกิดเสียงดัง และเป็นจังหวะ วันที่สองและสาม จะมีกิจกรรมการละเล่นสนุกสนานต่าง ๆ และการอาราธนาพระสงฆ์เทศน์พระเวสสันดรชาดก (เทศมหาชาติ) 2. ชาวบ้านอำเภอด่านซ้ายให้ความสำคัญกับประเพณีบุญหลวงเป็นอย่างมาก ซึ่งประเพณีบุญหลวง มีพิธีหลายขั้นตอน การละเล่นโส้ทั้งบั้งก็เป็นหนึ่งในขั้นตอนของพิธีกรรมในประเพณีบุญหลวง การดำรงอยู่ของการละเล่นโส้ทั้งบั้ง ในประเพณีบุญหลวง อ.ด่านซ้าย จ.เลย จึงเป็นส่วนสำคัญส่วนหนึ่งในประเพณีบุญหลวง เนื่องจากหากขาดการละเล่นโส้ทั้งบั้งไปแล้ว ก็จะทำให้ประเพณีบุญหลวงไม่เกิดความสมบูรณ์ตามขั้นตอนพิธีกรรม 3. การสืบทอดการละเล่นโส้ทั้งบั้ง ในประเพณีบุญหลวง ตามแนวทางนาฏศิลป์สร้างสรรค์ ผู้วิจัยได้สร้างสรรค์การแสดงโส้ทั้งบั้ง เพื่อเป็นการสืบทอดในรูปแบบหนึ่งผ่านการแสดงนาฏศิลป์พื้นบ้านอีสาน โดยผู้วิจัยได้ศึกษาค้นคว้า และคิดประดิษฐ์ท่าทางจากการศึกษาการละเล่นทั้งบั้ง ในประเพณีบุญหลวง โดยยึดหลักองค์ประกอบเกี่ยวกับการแสดง หลักการออกแบบท่ารำ เครื่องแต่งกาย และหลักในการจัดการแสดง มาเป็นแนวทางในการพัฒนารูปแบบการแสดงนาฏศิลป์พื้นเมือง ผู้วิจัยได้กำหนดให้ท่าทางในการแสดงสื่อความหมายแตกต่างกันออกไป กำหนดรูปแบบการแปรแถวเปลี่ยนแปลงเป็นรูปลักษณะต่างๆ โดยให้สัมพันธ์กับกระบวนท่าฟ้อน โดยมีท่ารำและท่าเชื่อมทั้งหมด 99 ท่า

คำสำคัญ

วัฒนธรรมCulture Traditional play So thang bang .ประเพณีการละเล่นโส้ทั้งบั้ง

งานวิจัยในหัวข้อใกล้เคียง

การสร้างนวัตกรรมทางด้านนาฏศิลป์พื้นบ้านอีสานสร้างสรรค์ ชุด ลายซิ่นถิ่นอีสาน เพื่อบูรณาการองค์ความรู้และส่งเสริมศิลปวัฒนธรรมทางภูมิปัญญาท้องถิ่น ด้านหัตถกรรมการทอผ้าไหม บ้านหนองบัว ตำบลกุดรัง อำเภอกุดรัง จังหวัดมหาสารคาม

สุนิศา โพธิแสนสุข มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม พ.ศ. 2566

การพัฒนาสร้างชุมชนต้นแบบตามหลักฮิตคองวัฒนธรรมอีสานสร้างสุขในจังหวัดมหาสารคาม

บัญชา พุฒิวนากุล มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม พ.ศ. 2563

ไอ้บุญทอง การศึกษาภาพสะท้อนวัฒนธรรมหนองขาวเพื่อการอนุรักษ์และส่งเสริมวัฒนธรรมชุมชนหนองขาวผ่านละครพื้นบ้าน

คมสัน ศรีบุญเรือง กรมส่งเสริมวัฒนธรรม พ.ศ. 2560

ฟ้อนลำเพลินเบิกฟ้าตักสิลานคร นาฏศิลป์พื้นบ้านสร้างสรรค์เพื่อใช้ในการประชาสัมพันธ์จังหวัดมหาสารคาม

นางสาวดไนยา สังเกตการณ์ มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม พ.ศ. 2560

การศึกษาองค์ความรู้วงปี่พาทย์พื้นบ้าน บ้านหนองไทร ตำบลหนองไทร อำเภอนางรอง จังหวัดบุรีรัมย์ เพื่ออนุรักษ์เเละสืบสานวัฒนธรรมชุมชนท้องถิ่น

พิชชาณัฐ ตู้จินดา กรมส่งเสริมวัฒนธรรม พ.ศ. 2558

การอนุรักษ์และสืบทอดประวัติศาสตร์ ภูมิปัญญาและวัฒนธรรมท้องถิ่นแบบมีส่วนร่วมของคนในตำบลดงมูลเหล็ก อำเภอเมือง จังหวัดเพชรบูรณ์

แขก บุญมาทัน มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบูรณ์ พ.ศ. 2558

การสร้างอัตลักษณ์พุทธวิถี เพื่อสุขภาวะทางจิตของผู้สูงอายุ จังหวัดร้อยเอ็ด

นัฐวุฒิ ศรีจันทร์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย พ.ศ. 2564

อารยธรรมลุ่มน้ำชี : ประวัติศาสตร์ วัฒนธรรมและภูมิปัญญาในชุมชนอีสาน

ปัญญา คล้ายเดช มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย พ.ศ. 2566

การอนุรักษ์และการเพิ่มมูลค่าภูมิปัญญาท้องถิ่นการทำว่าวควายอย่างมีส่วนร่วมกับชุมชนท้องถิ่น: กรณีศึกษาการทำว่าวควายจังหวัดสตูล

เจตน์สฤษฎิ์ สังขพันธ์ กรมส่งเสริมวัฒนธรรม พ.ศ. 2563

การฟื้นฟูและพัฒนาเอกลักษณ์เครื่องปั้นดินเผาพื้นบ้าน วิสาหกิจชุมชนบ้านกวน ตำบลหารแก้ว อำเภอหางดง จังหวัดเชียงใหม่

รองรัตน์ ระมิงค์วงศ์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา พ.ศ. 2559