กำลังโหลดข้อมูล…
Search for a command to run...
งานวิจัยเรื่อง จริยธรรมในการดำเนินธุรกิจชุมชนที่ได้รับการรับรองคุณภาพผลิตภัณฑ์ชุมชน ในจังหวัดขอนแก่น มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาจริยธรรมในการดำเนินธุรกิจชุมชม 2) วิเคราะห์ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์ต่อจริยธรรมในการดำเนินธุรกิจชุมชน 3) หาปัจจัยอย่างน้อย 1 ปัจจัยที่มีผลต่อจริยธรรมในการดำเนินธุรกิจชุมชน โดยใช้เครื่องมือในการวิจัยเป็นแบบสอบถามและเก็บรวบรวมข้อมูลกับกลุ่มตัวอย่างคือ สมาชิกในกิจการผลิตภัณฑ์ผ้าและเครื่องแต่งกายในเขตจังหวัดขอนแก่น รวมทั้งสิ้น 140 คน สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลได้แก่ ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ค่าสถิติสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์แบบเพียร์สัน และการวิเคราะห์ข้อมูลแบบถดถอยพหุคูณ ผลการวิจัย พบว่า จริยธรรมในการดำเนินธุรกิจชุมชนโดยรวมอยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณาเป็นรายด้านพบว่า ด้านที่มีจริยธรรมสูงสุดคือ ด้านความน่าเชื่อถือ รองลงมาคือ ด้านความซื่อสัตย์ ส่วนด้านที่มีจริยธรรมต่ำที่สุดคือ ด้านการบำรุงรักษาสิ่งแวดล้อม จากการวิเคราะห์ค่าสถิติสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์แบบเพียร์สัน พบว่า ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์เชิงบวกกับจริยธรรมในการดำเนินธุรกิจชุมชน ได้แก่ การจัดการธุรกิจชุมชนด้านการจัดการทรัพยากรมนุษย์ ด้านการจัดการการผลิต ด้านการจัดการเงินและบัญชี ความผูกพันกับองค์กรด้านความเชื่อมั่นต่อเป้าหมายและค่านิยมขององค์กร ด้านการพิทักษ์ชื่อเสียงภาพลักษณ์ขององค์กร ด้านความทุ่มเทเพื่อผลประโยชน์ขององค์กร ด้านความต้องการคงไว้ซึ่งสมาชิกภาพขององค์กร และปรัชญาเศรษฐกิจพอพียงด้านความพอประมาณ ด้านความมีเหตุผล ด้านมีภูมิคุ้มกันในตัวที่ดี และด้านเงื่อนไขคุณธรรม จากการวิเคราะห์ความสัมพันธ์และความถดถอยเชิงพหุคูณ พบว่า ปัจจัยด้านการจัดการธุรกิจชุมชน ปัจจัยด้านความผูกพันกับองค์กร และปัจจัยด้านปรัชญาเศรษฐกิจพอพียง มีความสัมพันธ์และสามารถพยากรณ์จริยธรรมในการดำเนินธุรกิจชุมชนได้ โดยตัวแปรต้นที่มีอำนาจพยากรณ์ดีที่สุด คือ ปัจจัยด้านปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง (x1) รองลงมาคือปัจจัยด้านความผูกพันกับองค์กร (x2) และปัจจัยด้านการจัดการธุรกิจชุมชน (x3) ซึ่งสามารถอธิบายความแปรปรวนของจริยธรรมในการดำเนินธุรกิจชุมชน (y)ได้ร้อยละ 67 และมีค่าความคลาดเคลื่อนของการพยากรณ์ที่ ?0.21 ซึ่งสามารถสร้างสมการถดถอย คือ y = 0.07 + 0.42 x1 + 0.32 x2 + 0.20 x3