การพัฒนานวัตกรรมการเรียนบนเครือข่ายคอมพิวเตอร์ตามทฤษฏีการสร้างสรรค์ความรู้ด้วยปัญญา ว่าด้วยการเลี้ยงไหม และการทอผ้าไหมพื้นบ้านด้วยมือในชุมชนบ้านเสี้ยวน้อย ต.บ้านเล่า อ.เมือง จ.ชัยภูมิ
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาบริบทชุมชนภูมิปัญญาท้องถิ่นว่าด้วยการเลี้ยงไหม นำไปสู่นวัตกรรมการทอผ้าไหมพื้นบ้านด้วยมือแบบดั้งเดิมที่โดดเด่น และการแปรรูปผลิตภัณฑ์ไหมในหมู่บ้านเสี้ยวน้อย ตำบลบ้านเล่า อำเภอเมือง จังหวัดชัยภูมิ 2) เพื่อพัฒนาและสร้างบทเรียนวิทยาศาสตร์โดยใช้ฐานความรู้ภูมิปัญญาท้องถิ่นตามทฤษฏีสร้างสรรค์ความรู้ด้วยปัญญา สู่นวัตกรรมการพัฒนาบทเรียนบนเครือข่ายคอมพิวเตอร์ 2 ระดับ ได้แก่ ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 และระดับอุดมศึกษา 3) เพื่อศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนและหลังเรียนของผู้เรียนทั้งระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 และระดับอุดมศึกษาที่เรียนด้วยบทเรียนบนเครือข่ายคอมพิวเตอร์ที่สร้างขึ้น และ 4) เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 และนักศึกษาระดับอุดม ศึกษาที่มีต่อการใช้บทเรียนบนเครือข่ายคอมพิวเตอร์ การวิจัยแบ่งออกเป็น 3 ระยะ คือ ระยะที่ 1 การศึกษาบริบทชุมชนภูมิปัญญาท้องถิ่นว่าด้วยการเลี้ยงไหมนำไปสู่นวัตกรรมการทอผ้าไหมพื้นบ้าน ด้วยมือแบบดั้งเดิมที่โดดเด่น และการแปรรูปผลิตภัณฑ์ไหมในหมู่บ้านเสี้ยวน้อย ตำบลบ้านเล่า อำเภอเมือง จังหวัดชัยภูมิ ระยะที่ 2 การพัฒนาเพื่อสร้างบทเรียนวิทยาศาสตร์ท้องถิ่นบนเครือข่าย 2 ระดับ ได้แก่ ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน มัธยมศึกษา ปีที่ 1 และระดับอุดมศึกษา ที่สร้างขึ้นโดยใช้ทฤษฏีการสร้างสรรค์ความรู้ด้วยปัญญา ระยะที่ 3 การศึกษาผลการใช้บทเรียนบนเครือข่าย ที่สร้างขึ้นโดยใช้ทฤษฏีการสร้างสรรค์ความรู้ด้วยปัญญา เรื่อง การเลี้ยงไหม และการทอผ้าไหม สำหรับผู้เรียนระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 และระดับอุดมศึกษา โดยวัดประสิทธิภาพและประสิทธิผลของบทเรียนบนเครือข่ายคอมพิวเตอร์ กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการทดลอง ได้แก่ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ที่ลงทะเบียนเรียนรายวิชาวิทยาศาสตร์ จำนวน 30 คน และนักศึกษาชั้นปีที่ 1 ที่ลงทะเบียนเรียนรายวิชาวิทยาศาสตร์เพื่อคุณภาพชีวิต จำนวน 30 คน โดยใช้วิธีการเลือกแบบเจาะจงทั้งสองระดับ เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยได้แก่ 1) บทเรียนบนเครือข่ายคอมพิวเตอร์ 2 ระดับ ได้แก่ ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน มัธยมศึกษา ปีที่ 1 และระดับอุดมศึกษา 2) แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน 3) แบบสอบถามวัดความพึงพอใจ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และค่าที (Paired t-test) ผลการวิจัย 1. บริบทชุมชนและภูมิปัญญาท้องถิ่นว่าด้วยการเลี้ยงไหมนำไปสู่นวัตกรรม การทอผ้าไหมพื้นบ้านด้วยมือแบบดั้งเดิมที่โดดเด่น และการแปรรูปผลิตภัณฑ์ไหม พบว่า มีการปลูกหม่อน เลี้ยงไหมตั้งแต่สมัยปู่ ย่า ตา ยาย ถือเป็นอาชีพเสริมจากการเกษตรกรรมซึ่งเป็นอาชีพหลัก และเป็นการปลูกหม่อนเลี้ยงไหมระดับครัวเรือน จนมีการรวมกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรปลูกหม่อนเลี้ยงไหมและกลุ่มทอผ้าไหมจนได้รับรางวัลตรานกยูงพระราชทานที่ใช้เส้นไหมและวัตถุดิบตลอดจนกระบวนการผลิตที่อนุรักษ์ภูมิปัญญาพื้นบ้านดั้งเดิมของไทย มีการแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ทอผ้าไหม สบู่จากไหม โลชั่นจากโปรตีนไหม และชาจากใบหม่อน เพื่อพัฒนาสู่นวัตกรรมการเรียนบนเครือข่ายคอมพิวเตอร์ตามทฤษฏีการสร้างสรรค์ความรู้ด้วยปัญญาจากภูมิปัญญาท้องถิ่นบ้านเสี้ยวน้อย หมู่ที่ 1 ต.บ้านเล่า อ.เมือง จังหวัดชัยภูมิ ประกอบด้วย 1) ชนิดของพันธุ์หม่อนและการปลูกหม่อน 2) ชนิดของพันธุ์ไหมและการเลี้ยงไหม 3) การฟอกย้อมและการสาวไหม 4) การทอผ้าไหมพื้นบ้านด้วยมือแบบดั้งเดิม และการแปรรูปผลิตภัณฑ์ไหม 2. บทเรียนบนเครือข่ายคอมพิวเตอร์ใช้โปรแกรมกูเกิลคลาสรูม ที่สร้างขึ้นมีประสิทธิภาพ 2 ระดับ คือ วิชาวิทยาศาสตร์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2560 มีค่า E1/E2 เท่ากับ 80.83/93.75 และมีค่าดัชนีประสิทธิผลของ ผลการเรียนเท่ากับ 0.6739 แสดงให้เห็นว่า ผู้เรียนมีความรู้เพิ่มขึ้นจากก่อนเรียนร้อยละ 67.39 และประสิทธิภาพของบทเรียนบนเครือข่ายฯใช้โปรแกรมกูเกิลคลาสรูม ระดับอุดมศึกษา ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2560 มีค่า E1/E2 เท่ากับ 85.82/88.74 แสดงว่าบทเรียนที่สร้างขึ้นมีประสิทธิภาพสูงกว่าเกณฑ์ 80/80 ตามที่ได้กำหนดไว้ และมีค่าดัชนีประสิทธิผลของผลการเรียนเท่ากับ 0.6404 แสดงให้เห็นว่า ผู้เรียนมีความรู้เพิ่มขึ้นจากก่อนเรียนร้อยละ 64.04 3. ผลการใช้บทเรียนบนเครือข่ายคอมพิวเตอร์โดยใช้โปรแกรมกูเกิลคลาสรูม มีผลคือ 1. ผู้เรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนและ 2. ผู้เรียนระดับอุดมศึกษา ชั้นปริญญาตรีปีที่ 1 มี ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 4. ผลการศึกษาความพึงพอใจ คือ 1) นักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ที่เรียนด้วยบทเรียนบนเครือข่ายฯ มีความพึงพอใจของผู้เรียน มีค่าเฉลี่ยโดยรวมอยู่ที่ระดับมากที่สุด ( ) =4.55) ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน เท่ากับ 0.24 2) นักศึกษาระดับอุดมศึกษา ชั้นปริญญาตรีปีที่ 1 ที่เรียนด้วยบทเรียนบนเครือข่ายฯ มีความพึงพอใจของผู้เรียน มีค่าเฉลี่ยโดยรวมอยู่ที่ระดับมากที่สุด ( = 4.60) ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน เท่ากับ 0.26 ตามลำดับ