การจัดการความรู้การทอผ้าย้อมครามในจังหวัดสกลนคร
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษากระบวนการจัดการความรู้การทอผ้าย้อมคราม และแนวทางส่งเสริมการจัดการความรู้ของกลุ่มทอผ้าย้อมครามในจังหวัดสกลนคร โดยใช้วิธีวิจัยเชิงคุณภาพ กลุ่มผู้ให้ข้อมูลหลัก คือ กลุ่มทอผ้าย้อมคราม จำนวน 6 กลุ่ม และนักวิชาการ จำนวน 5 คน เก็บรวบรวมข้อมูลโดยการสนทนากลุ่ม การสัมภาษณ์ และการสังเกต และวิเคราะห์ข้อมูลโดยการวิเคราะห์เนื้อหา ผลการวิจัย พบว่า สายพันธุ์ครามที่นิยมปลูกคือครามใหญ่ (Indigofera suffruticosa Mill.) กลุ่มทอผ้าย้อมครามบางกลุ่มจะปลูกครามเอง บางกลุ่มสร้างและรับซื้อจากเครือข่ายเกษตรกร การปลูกครามมี 2 ครั้งต่อปี คือ ครั้งที่ 1 เพื่อผลิตเนื้อคราม ครั้งที่ 2 เพื่อจัดเก็บเมล็ดพันธุ์ ครามเก็บเกี่ยวได้เมื่ออายุ 3 เดือน แมลงศัตรูพืชของครามที่พบคือ เพลี้ย ด้านการผลิตผ้า ส่วนใหญ่ผลิตตามความต้องการของลูกค้าหลัก การออกแบบลวดลายผ้า มี 2 ลาย คือ ลายโบราณ และลายประยุกต์ ปัญหาการผลิต คือบางกลุ่มไม่สามารถผลิตผ้าได้เพียงพอกับความต้องการของลูกค้า แหล่งจำหน่ายผ้า เช่น จำหน่ายที่ทำการกลุ่ม ตั้งร้านจำหน่าย งานแสดงสินค้า และสื่อสังคมออนไลน์ เป็นต้น การขนส่งสินค้า ได้แก่ การขนส่งด้วยรถยนต์ส่วนตัว การขนส่งทางไปรษณีย์ การใช้บริการโลจิสติกส์ และลูกค้ามารับสินค้าเอง การประชาสัมพันธ์ผ้าย้อมคราม โดยใช้สื่อสิ่งพิมพ์ สื่อสังคมออนไลน์ และสื่อบุคคล กลุ่มทอผ้าย้อมครามดำเนินการจัดการความรู้ 6 ขั้นตอน ได้แก่ การวิเคราะห์ความต้องการความรู้ การแสวงหาและสร้างความรู้ การจัดเก็บความรู้ การประเมินความรู้ การใช้ความรู้ การแลกเปลี่ยนความรู้ แนวทางการส่งเสริมการทอผ้าย้อมครามในจังหวัดสกลนคร ได้แก่ การส่งเสริมการปลูกครามแบบอินทรีย์และหลักปฏิบัติทางการเกษตรที่ดี (GAP) ศึกษาวิธีการปลูกฝ้ายสำหรับเป็นวัตถุดิบในการทอผ้าย้อมคราม การพัฒนานวัตกรรมเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของกลุ่มทอผ้าย้อมคราม พัฒนานักออกแบบลายผ้าคราม ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงบูรณาการร่วมกับผ้าคราม ห้ามจดลิขสิทธิ์ลายผ้าโบราณ จำหน่ายผ้าตามระดับคุณภาพของผ้า ออกแบบลายผ้าที่เหมาะสมกับผู้บริโภค สร้างเอกลักษณ์ผ้าจากวัฒนธรรมชนเผ่า สร้างสตอร์รี่ของลายผ้า การควบคุมผ้าครามปลอม การสร้างตราสัญลักษณ์ และการประชาสัมพันธ์ข้อดีของผ้าคราม