การพัฒนาออกแบบผลิตภัณฑ์และกระบวนการผลิตแม่พิมพ์ต้นแบบ จากหัตถกรรมเครื่องทองลงหินอย่างยั่งยืนโดยวิธีปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การพัฒนาออกแบบผลิตภัณฑ์และกระบวนการผลิตแม่พิมพ์ต้นแบบจากหัตถกรรมเครื่อง ทองลงหินอย่างยั่งยืนโดยวิธีปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม ในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์ 1.เพื่อออกแบบและ พัฒนาผลิตภัณฑ์ต้นแบบจากหัตถกรรมเครื่องทองลงหินให้มีความสวยงามและเหมาะสมกับความ ต้องการของตลาด 2.เพื่อพัฒนาและสร้างแม่พิมพ์ต้นแบบสำหรับงานหัตถกรรมเครื่องทองลงหิน 3. เพื่อประเมินความพึงพอใจที่มีต่อการออกแบบผลิตภัณฑ์ต้นแบบและหาประสิทธิภาพของแม่พิมพ์ ต้นแบบสำหรับงานหัตถกรรมเครื่องทองลงหิน วิธีการหาข้อมูลได้ทำการลงพื้นที่จัด เวทีการประชุม ศึกษาข้อมูล สำรวจบึญหาและความต้องการ วิเคราะห์บึญหาและแนวทางแกไขของชุมซน ตลอดจน การสัมภาษณ์ประธานกลุ่มและผู้ผลิตงานหัตถกรรมเครื่องทองลงหิน จำนวน 20 คน ซึ่งผลสรุปจาก ชุมซนได้มีมติให้พัฒนาผลิตภัณฑ์ต้นแบบ จำนวน 7 ชิ้นงาน ได้แก่ 1.ซ้อนคาว 2.สัอมคาว ร-ทัพพี 4-ที่ เปีด,ขวด 5.สัอมจิ้มผลไม้ 6.มีดหั่นสเต็ก 7. ซ้อนกาแฟ และที่ประชุมได้เสนอให้น่าลวดลายไทยและดึง ตัวละครจากวรรณคดีเรื่องรามเกียรตมาใส่บนผลิตภัณฑ์ หลังจากนั้นคณะผู้วิจัยได้ทำการออกแบบ และผลิตร่วมกับชุมซนจนได้ผลิตภัณฑ์ต้นแบบและทำการพัฒนาแม่พิมพ์ดินและแม่พิมพ์เหล็กแล้วน่า ผลิตภัณฑ์ต้นแบบไปประเมินความพึงพอใจ กลุ่มประซากรคือกลุ่มลูกค้าที่มาติดต่อซื้อผลิตภัณฑ์ของ ชุมซน จำนวน 15 คนและผู้ผลิตในชุมซน จำนวน 15 คน โดยใช้แบบสอบถามและน่าข้อมูลที่ได้มาทำ การวิเคราะห์ข้อมูลและหาประสิทธิภาพของพิมพ์ดินและหาประสิทธิภาพของพิมพ์เหล็กที่ได้จากการ ผลิต การวิเคราะห์ข้อมูลการประเมินความพึงพอใจที่มีต่อผลิตภัณฑ์ต้นแบบ 7 ชิ้นงาน 3 ด้าน คือ 1. ด้านกายภาพ 2. ด้านการใช้งาน 3. ด้านการออกแบบลวดลาย สรุปผลประเมินความพึงพอใจที่มีต่อ ผลิตภัณฑ์ต้นแบบซ้อนคาว ทั้ง 3 ด้านพบว่า ค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.21 ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน 0.52 ระดับ ความพึงพอใจ อยู่ในระดับ ดี ผลประเมินความพึงพอใจที่มีต่อผลิตภัณฑ์ต้นแบบล้อมคาว ทั้ง 3 ด้าน พบว่า ค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.13 ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน 0.60 ระดับความพึงพอใจ อยู่ในระดับ ดี ผล ประเมินความพึงพอใจที่มีต่อผลิตภัณฑ์ต้นแบบซ้อนกาแฟ ทั้ง 3 ด้านพบว่าค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.18 ค่า เบี่ยงเบนมาตรฐาน 0.59 ระดับความพึงพอใจ อยู่ในระดับ ดี ผลประเมินความพึงพอใจที่มีต่อ ผลิตภัณฑ์ต้นแบบทัพพี ทั้ง 3 ด้านพบว่าค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.21 ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน 0.59 ระดับ ความพึงพอใจ อยู่ในระดับ ดี ผลประเมินความพึงพอใจที่มีต่อผลิตภัณฑ์ต้นแบบมีดหั่น?แต็ก ทั้ง 3 ด้านพบว่าค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.23 ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน 0.60 ระดับความพึงพอใจ อยู่ในระดับ ดี ผล ประเมินความพึงพอใจที่มีต่อผลิตภัณฑ์ต้นแบบส้อมจิ้มผลไม้ ทั้ง 3 ด้านพบว่า ค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.33 ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน 0.62 ระดับความพึงพอใจ อยู่ในระดับ ดี ผลประเมินความพึงพอใจที่มีต่อ ผลิตภัณฑ์ต้นแบบที่เปีดขวด ทั้ง 3 ด้านพบว่าค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.33 ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน 0.73 ระดับความพึงพอใจ อยู่ในระดับ ดี ผลการวิจัยพบว่า การประเมินความพึงพอใจที่มีต่อผลิตภัณฑ์ต้นแบบ 7 ชิ้นงาน 3 ด้าน คือ 1.ต้านกายภาพ 2. ด้านการใช้งาน 3. ด้านการออกแบบลวดลาย สรุปผลรวมค่าเฉลี่ยการวิเคราะห์ ความพึงพอใจทั้ง 3 ด้านของผลิตภัณฑ์ต้นแบบมีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับดีและผลการหาประสิทธิภาพของ แม่พิมพ์ดินและแม่พิมพ์เหล็กที่ได้จากการวัดขนาดของชิ้นงานทั้ง 3 ตำแหน่ง พบว่าผลการประเมิน ค่าเฉลี่ยผ่านเกณฑ์ประเมินมาตรฐานของขุมซนและลูกค้าที่ยอมรับได้และจากการเปรียบเทียบ กระบวนการผลิตแม่พิมพ์ดินแบบเดิมกับกระบวนการผลิตแม่พิมพ์ดินที่พัฒนาพบว่ากระบวนการผลิต แม่พิมพ์ดินแบบเดิมใช้เวลาต่างจากแม่พิมพ์ดินที่พัฒนา 53 นาทีหรือลดระยะเวลาในการผลิตแม่พิมพ์ ดินร้อยละ 53 ส่วนการเปรียบเทียบกระบวนการผลิตแม่พิมพ์เหล็กแบบเดิมใช้เวลาต่างจาก กระบวนการผลิตแม่พิมพ์เหล็กที่พัฒนาชิ้นมาใหม่ 1561 นาทีหรือ 26 ชั่วโมง ลดระยะเวลาในการ ผลิตแม่พิมพ์เหล็กร้อยละ 88.4