ความสัมพันธ์ของการเปลี่ยนแปลงลำดับเบสของยีนตัวรับกลูตาเมทต่อภาวะผิดปกติทางจิตที่ถูกเหนี่ยวนำจากการติดสารเสพติดเมทแอมเฟตามีนในประชากรไทย
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
เมทแอมเฟดามึน (METH) เป็นสารเสขติดออกฤทธิ์ทธิ์กระตุ้นจิตประสาท การเสพ เป็นเวลานานสามารถก่อให้เกิดอาการเสพติดและความผิดปกติทางจิตที่มีความคล้ายคลึงกับอาการใน ผู้ปัวยจิตเภทได้ (schizophrenia-like psychosis) จากงานวิจัยที่ผ่านมา เห็นได้ว่า กลไกความ ผิดปกติที่เกิดขึ้น มีเกี่ยวข้องกับความผิดปกติของการส่งสัญญาณประสาทในระบบสารสื่อประสาทก ลูตาเมท ดังนี้ ตัวรับสารสื่อประสาทกลูตาเมทชนิด AMPA (OL-amino-3 hydroxy-5 methyl-4 isoxazole propionic acid glutamate receptor (AMPA)), ชนิด mGlu รวมไปถึง โปรตีนในกลุ่ม neurotrophins ที่ส่งเสริมกระบวนการส่งสัญญาณประสาทอย่าง BDNF ก็จัดเป็นองค์ประกอบที่ สำคัญเกี่ยวเนื่องในกระบวนการส่งสัญณาณในระบบสารสื่อประสาทกลูตาแมท การเปลี่ยนแปลงการ แสดงออกของโปรตีนดังกล่าวได้ถูกพบภายหลังการได้รับ METH อีกทั้ง ในการศึกษาทางพันธุกรรม พบว่า การเปลี่ยนแปลงลำดับเบสของยืนตัวรับกลูตาเมทชนิด AMPA และ mGlu รวมถึง BDNF (gene polymorphism) มีความสัมพันธ์ต่อการเกิด psychosis ดังนี้ จึงเป็นที่มาของการศึกษา ความสัมพันธ์ของการเปลี่ยนแปลงลำดับเบสของยืนที่เกี่ยวข้องกับการส่งสัญญาณประสาทในระบบ สารสื่อประสาทกลูตาเมท ต่อความไว้ในการติดสารเสพติดและการเกิดอาการทางจิตจากการติดสาร เสพติด METH ในกลุ่มประชากรไทย วิธีการทดลอง การเปลี่ยนแปลงลำดับเบสของยืนตัวรับสารสื่อ ประสาทกลูตาเมท GRIAI รหัส rs1428920, GRIA2 rs3813296, GRIA3 (rs502434, rs989638 และ rs3761554), GRM2 rs4687771, และ BDNF rs6265 ได้ถูกศึกษาในอาสาสมัครชายไทย ประกอบด้วย อาสาสมัครกลุ่มผู้ติดสารเสพติด 100 คน (มีภาวะอาการทางจิตร่วมด้วย 53 คน) อาสาสมัครกลุ่มควบคุมจำนวน 102 คน โดยเทคนิค SNP genotyping ผลการทดลองพบว่า ความถี่ ของจีโนไทป์ G/0 ของยืน GRIA3 รหัส 15502434 สูงกว่าอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติถิติในกลุ่มผู้ติดสารเสพ ติด METH โดยเฉพาะกลุ่มผู้ติดสารเสพติดที่มีภาวะ psychosis เมื่อเปรียบเทียบกับกลุ่มควบคุม เช่นเดียวกับผลการทดลองในส่วนของ BDNF ที่พบว่า ความถี่จีโนไทป์ GG ของยีน BDNF นั้น สูงกว่า อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติในกลุ่มผู้ติดสารเสพติด METH เปรียบเทียบกับกลุ่มควบคุม อย่างไรก็ตาม เมื่อเปรียบเทียบระหว่างผู้ป่วยที่มีและไม่มีภาวะ psychosis พบว่า ความถี่ของ BDNF-GG genotype นี้ ต่ำกว่าอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติในกลุ่มผู้ติดดสารเสพติดที่มีภาวะ psychosis ผลการทดลองไม่พบ ความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติของความถี่ของจีโนไทป์และอัลลีลของยืน GRIA1, GRIA2, GRIA3 rs989638, rs3761554 และ GRM2 เมื่อเปรียบเทียบระหว่างกลุ่มผู้ป่วยและกลุ่มควบคุม จาก ผลการทพของ ชี้ให้เห็นว่า การปลี่ยนเปลงลังกับบบบบบอมตัวทันทัวทับกรูทานm GRAL GRAB (ในรหัส rs 989638 และ rs3761554) ไม่สัมพันธ์ต่อการติดสารเสพติด METH และการเกิด METH- induced psychosis แต่ ยืน GRIA3 รหัส rs502434 และยืนBDNF รหัส rs6265 มีความสัมสัมพันธ์กับ ความไว้ในการติดสารเสพติด METH และการเกิดภาวะ psychosis จากการติดสารเสพติด METH ใน ประชากรไทย