การศึกษาแนวทางการจัดการการท่องเที่ยวทางพุทธศิลป์ของจังหวัดนครราชสีมา
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
งานวิจัยนี้ มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาและรวบรวมข้อมูลทรัพยากรด้านการท่องเที่ยวทางพุทธศิลป์ของจังหวัดนครราชสีมา 2) เพื่อเสนอแนวทางการจัดการการท่องเที่ยวทางพุทธศิลป์ของจังหวัดนครราชสีมา และ3) เพื่อพัฒนาระบบสารสนเทศเพื่อสนับสนุนการท่องเที่ยวทางพุทธศิลป์จังหวัดนครราชสีมา โดยใช้การวิจัยแบบผสมผสาน และเก็บข้อมูลโดยใช้แบบสอบถามและการสัมภาษณ์ โดยวิธีการสุ่มเลือกกลุ่มตัวอย่างแบบตามสะดวก ประกอบด้วยนักท่องเที่ยวจำนวน 400 คน ประชาชนในชุมชน จำนวน 100 คน เจ้าหน้าที่ราชการท้องถิ่น 30 แห่ง และการสัมภาษณ์เชิงลึกเจ้าอาวาส จำนวน 50 วัด ผลการศึกษาข้อมูลทรัพยากรด้านการท่องเที่ยวท่องเที่ยวทางพุทธศิลป์ของจังหวัดนครราชสีมา พบว่า จังหวัดนครราชสีมา มีวัดที่มีศักยภาพในการส่งเสริมให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางพุทธศิลป์จำนวนมาก เนื่องจากมีลักษณะโดดเด่นทั้งในด้านจิตรกรรม ประติมากรรม สถาปัตยกรรม ตลอดจนมีเรื่องราวประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจ ในแง่ของคติ ความเชื่อ ความศรัทธา ในพระเกจิอาจารย์ และกิจกรรมของวัด โดยเฉพาะการคมนาคมที่สะดวกและมีที่ตั้งใกล้กับแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียง ทั้งในด้านธรรมชาติ โบราณสถาน วัฒนธรรม ประเพณีและเป็นประตูสู่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งเป็นจุดเด่นในการส่งเสริมแหล่งท่องเที่ยวทางพุทธศิลป์ในจังหวัดนครราชสีมาให้เป็นทางเลือกแก่นักท่องเที่ยวได้เป็นอย่างดี จากการศึกษาแนวทางการจัดการการท่องเที่ยวทางพุทธศิลป์ของจังหวัดนครราชสีมา พบว่า 1) วัด ชุมชน และหน่วยงานภาครัฐ ควรเข้ามามีส่วนร่วมในการวางแผนและกำหนดนโยบายร่วมกัน ในการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงพุทธศิลป์ในจังหวัดนครราชสีมาอย่างเป็นรูปธรรม 2) ชุมชนควรมีส่วนร่วม และปลูกจิตสำนึกในการดูแลทรัพยากรและสภาพแวดล้อมรอบๆ ชุมชนให้สวยงาม สะอาด น่าอยู่ 3) การพัฒนาสินค้าพื้นบ้านและอาหารประจำถิ่นที่เป็นเอกลักษณ์ เป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวรอบชุมชนและสร้างรายได้ให้กับชุมชน 4) หน่วยงานที่รับผิดชอบโดยตรง ควรจัดสรรงบประมาณ เพื่อบูรณะฟื้นฟูโบราณสถานหรือโบราณวัตถุ ตลอดจนการพัฒนาเส้นทางคมนาคม สาธารณูปโภคต่างๆ เพื่ออำนวยความสะดวกและปลอดภัย 5) จัดทำเส้นทางการท่องเที่ยวที่เชื่อมโยงแหล่งท่องเที่ยวทางพุทธศิลป์ของจังหวัดนครราชสีมา เช่น เส้นทางทำบุญเก้าวัดใน 1 วัน เป็นต้น หรือ เส้นทางท่องเที่ยวทางพุทธศิลป์ที่เชื่อมโยงกับแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงของจังหวัด และ 6) พัฒนาระบบสารสนเทศเพื่อเป็นศูนย์กลางรวบรวมข้อมูลแหล่งท่องเที่ยวทางพุทธศิลป์ ได้แก่ ประวัติ ที่ตั้ง แผนที่ การประชาสัมพันธ์ข่าวสาร กิจกรรมของวัดแต่ละแห่ง เพื่อให้นักท่องเที่ยวและบุคคลที่สนใจ สามารถสืบค้นข้อมูลและวางแผนการท่องเที่ยวทางพุทธศิลป์ได้ ซึ่งสอดคล้องกับผลการประเมินความต้องการของนักท่องเที่ยวที่มีต่อแหล่งท่องเที่ยวทางพุทธศิลป์ ที่มีความต้องการด้านข้อมูล ข่าวสารเกี่ยวกับสถานที่ท่องเที่ยวทางด้านพุทธศิลป์ในจังหวัดนครราชสีมา อยู่ในระดับมากที่สุด ( = 4.63, S.D.= 0.51) ผลการประเมินความพึงพอใจที่มีต่อระบบสารสนเทศเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงพุทธศิลป์ในจังหวัดนครราชสีมา พบว่า ภาพรวมผลการประเมินอยู่ในระดับมากที่สุด ( = 4.53, S.D. = 0.63) ประกอบด้วย (1) ด้านเนื้อหาข้อมูล ผลการประเมินอยู่ในระดับมากที่สุด ( = 4.59, S.D.= 0.53) (2) ด้านการเข้าใช้งานระบบ ผลการประเมินอยู่ในระดับมากที่สุด ( = 4.54, S.D.= 0.63) และ (3) ด้านประสิทธิภาพการทำงานของระบบ ผลการประเมินอยู่ในระดับมาก ( = 4.47, S.D.= 0.53)