การปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิตในโรงงานผลิตกาแฟแบบคั่วบดโดยการจำลองสถานการณ์ด้วยคอมพิวเตอร์
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
อุตสาหกรรมผลิตกาแฟแบบคั่วบดเป็นอุตสาหกรรมที่มีการเจริญเติบอย่างสูงในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา ผู้ผลิตจึงมีความจำเป็นที่จะต้องลดต้นทุนในการดำเนินงานและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตให้สูงขึ้นเพื่อสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขัน งานวิจัยนี้มุ่งหาแนวทางในการปรับปรุงประสิทธิภาพสายการผลิตของโรงงานกาแฟกรณีศึกษา เพื่อให้เหมาะสมกับปริมาณอุปสงค์ในปัจจุบัน และสามารถรองรับการขยายตัวในอนาคต โดยประยุกต์ใช้ (1) ผังงานสายธารแห่งคุณค่า เพื่อวิเคราะห์หาแนวทางการปรับปรุงประสิทธิภาพสายการผลิตและ (2) เทคนิคการสร้างแบบจำลองสถานการณ์ด้วยคอมพิวเตอร์ เพื่อเลียนแบบการทำงานของสายการผลิตจริง และใช้แบบจำลองที่สร้างขึ้นนั้น เป็นเครื่องมือในการเปรียบเทียบสายการผลิตปัจจุบันกับสายการผลิตที่ได้มีการพิจารณาปรับปรุงประสิทธิภาพ ผลการศึกษาพบว่า การนำเครื่องคัดแยกสีเข้ามาใช้งานแทนแรงงานคนสามารถลดเวลาในการทำงานเฉลี่ยลงเหลือเพียง 3.36 ชั่วโมงต่อครั้ง อีกทั้งไม่เกิดการทำงานล่วงเวลาขึ้น ซึ่งเมื่อวิเคราะห์ผลตอบแทนจากการลงทุนซื้อเครื่องคัดแยกสีมาใช้ โดยการคำนวณระยะเวลาคืนทุนแบบคิดลดที่อัตราคิดลด 8% ต่อปี พบว่า หากอุปสงค์ของผลิตภัณฑ์เพิ่มขึ้น 20% ต่อปีอย่างต่อเนื่อง การนำเครื่องคัดแยกสีเข้ามาใช้งานแทนแรงงานคนจะมีระยะเวลาคืนทุนเท่ากับ 23 เดือน เมื่อเปรียบเทียบกับการปรับปรุงโดยการเพิ่มจำนวนพนักงานในสายการผลิต และมีระยะเวลาคืนทุนเท่ากับ 29 เดือน เมื่อเปรียบเทียบกับการเพิ่มจำนวนพนักงานร่วมกับการปรับเปลี่ยนเวลาการทำงานของพนักงาน นอกจากนี้ การจัดลำดับงานบนเครื่องคั่วเมล็ดกาแฟ โดยให้เครื่องคั่วแต่ละเครื่องแยกคั่วผลิตภัณฑ์แต่ละชนิดตามกำหนด และเมื่อเครื่องคั่วเครื่องใดทำการคั่วผลิตภัณฑ์ครบตามแผนการผลิตก่อนจะถูกนำมาใช้คั่วผลิตภณฑ์อีกชนิดต่อทันที จะส่งผลให้เกิดการกระจายปริมาณงานมายังทรัพยากรแต่ละชนิดที่เกี่ยวข้องกับขั้นตอนการคั่วได้ใกล้เคียงกันมากขึ้น และยังช่วยลดการว่างงานหรือการรอคอยงานจากเครื่องคั่วเครื่องใดเครื่องหนึ่งให้สั้นลงได้อุตสาหกรรมผลิตกาแฟแบบคั่วบดเป็นอุตสาหกรรมที่มีการเจริญเติบอย่างสูงในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา ผู้ผลิตจึงมีความจำเป็นที่จะต้องลดต้นทุนในการดำเนินงานและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตให้สูงขึ้นเพื่อสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขัน งานวิจัยนี้มุ่งหาแนวทางในการปรับปรุงประสิทธิภาพสายการผลิตของโรงงานกาแฟกรณีศึกษา เพื่อให้เหมาะสมกับปริมาณอุปสงค์ในปัจจุบัน และสามารถรองรับการขยายตัวในอนาคต โดยประยุกต์ใช้ (1) ผังงานสายธารแห่งคุณค่า เพื่อวิเคราะห์หาแนวทางการปรับปรุงประสิทธิภาพสายการผลิตและ (2) เทคนิคการสร้างแบบจำลองสถานการณ์ด้วยคอมพิวเตอร์ เพื่อเลียนแบบการทำงานของสายการผลิตจริง และใช้แบบจำลองที่สร้างขึ้นนั้น เป็นเครื่องมือในการเปรียบเทียบสายการผลิตปัจจุบันกับสายการผลิตที่ได้มีการพิจารณาปรับปรุงประสิทธิภาพ ผลการศึกษาพบว่า การนำเครื่องคัดแยกสีเข้ามาใช้งานแทนแรงงานคนสามารถลดเวลาในการทำงานเฉลี่ยลงเหลือเพียง 3.36 ชั่วโมงต่อครั้ง อีกทั้งไม่เกิดการทำงานล่วงเวลาขึ้น ซึ่งเมื่อวิเคราะห์ผลตอบแทนจากการลงทุนซื้อเครื่องคัดแยกสีมาใช้ โดยการคำนวณระยะเวลาคืนทุนแบบคิดลดที่อัตราคิดลด 8% ต่อปี พบว่า หากอุปสงค์ของผลิตภัณฑ์เพิ่มขึ้น 20% ต่อปีอย่างต่อเนื่อง การนำเครื่องคัดแยกสีเข้ามาใช้งานแทนแรงงานคนจะมีระยะเวลาคืนทุนเท่ากับ 23 เดือน เมื่อเปรียบเทียบกับการปรับปรุงโดยการเพิ่มจำนวนพนักงานในสายการผลิต และมีระยะเวลาคืนทุนเท่ากับ 29 เดือน เมื่อเปรียบเทียบกับการเพิ่มจำนวนพนักงานร่วมกับการปรับเปลี่ยนเวลาการทำงานของพนักงาน นอกจากนี้ การจัดลำดับงานบนเครื่องคั่วเมล็ดกาแฟ โดยให้เครื่องคั่วแต่ละเครื่องแยกคั่วผลิตภัณฑ์แต่ละชนิดตามกำหนด และเมื่อเครื่องคั่วเครื่องใดทำการคั่วผลิตภัณฑ์ครบตามแผนการผลิตก่อนจะถูกนำมาใช้คั่วผลิตภณฑ์อีกชนิดต่อทันที จะส่งผลให้เกิดการกระจายปริมาณงานมายังทรัพยากรแต่ละชนิดที่เกี่ยวข้องกับขั้นตอนการคั่วได้ใกล้เคียงกันมากขึ้น และยังช่วยลดการว่างงานหรือการรอคอยงานจากเครื่องคั่วเครื่องใดเครื่องหนึ่งให้สั้นลงได้