การสำรวจหลักฐานการสูญพันธุ์ระดับโลกจากซากดึกดำบรรพ์ช่วงปลายยุคเพอร์เมียนบริเวณแนวเทือกเขาเลย-เพชรบูรณ์ และพื้นที่ข้างเคียง
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
แนวคดโค้งเลยนั้นตั้งอยู่ด้านตะวันตกของแผ่นธรณีอินโดจีน โดยชั้นหินของมหายุคพาลีโอโซอิก นั้นประกอบด้วยชั้นหินตะกอนที่มีอายุกรสะสมตัวตั้งแต่ยุคไซลูเรียนถึงเพอร์เมียน ชั้นหินเหล่านี้ส่วนใหญ่มีการคดโค้งสูงโดยเดิมนั้นมีการสะสมตะกอนในทะเล หินมหายุคพาลีโอโวอิกเหล่านี้ประกอบด้วยชั้นหินตะกอนที่สะสมตัวในทะเลลึก ทะเลตื้นและตะกอนที่สะสมตัวบนบก โดยในช่วงยุคเพอร์เมียนนนั้นเป็นช่วงเวลาที่สำคัญและมีการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมแบบทะเลลึกในช่วงยุคเพอร์เมียนตอนต้นเป็นสภาพแวดล้อมแบบทะเลตื้นในช่วงยุคเพอร์เมียนตอนกลางและเป็นสภาพแวดล้อมแบบบกในช่วงยุคเพอร์เมียนตอนปลาย หินตะกอนที่ได้สำรวจพบตามแนวเทือกเขาเลย-เพชรบูรณ์ โดยเฉพาะตามแนวเส้นทางหล่มสัก-ชุมแพ ในเขตจังหวัดเพชรบูรณ์นั้นพบหน้าตัดชั้นหินห้วยตองที่มีการดผล่ปรากฏของหินปูน หินดินดานกึ่งแปร และหินเชิร์ต โดยหินตะกอนเหล่านี้เดิมนั้นสะสมตัวในสภาพแวดล้อมแบบลาดความชันถึงเขตแอ่งทะเลลึก ผลการศึกษาซากดึกดำบรรพ์ในชั้นหินเหล่านี้พบซากดึกดำบรรพ์โคโนดอนต์อย่างน้อย 3 วงศ์ 3 สกุล และ 7 ชนิด ได้แก่ Mesogondolella siciliensis (Kozur, 1975) Mesogondolella idahoensis lamberti Mei & Henderson, 2002 Mesogondolella saraciniensis (Kozur, 1989) Mesogondolella sp. Sweetognathus whitei (Rhodes, 1963) Sweetognathus subsymmetricus Wang et al., 1987 และ Hindeodus gulloides (Kozur & Mostler, 1995) โดยซากดึกดำบรรพ์โคโนดอนต์ทั้งหมดนี้มีอายุการสะสมตะกอนอยู่ในช่วงปลายของยุคเพอร์เมียนตอนต้น (Kungurian) การศึกษาทางด้านธรณีวิทยาทั่วไปของพื้นที่ศึกษาและบรรพชีวินวิทยาของซากดึกดำบรรพ์โคโนดอนต์ จากหน้าตัดชั้นหินยุคเพอร์เมียนในพื้นที่ศึกษาบริเวณพื้นที่ตามแนวเทือกเขาเลย-เพชรบูรณ์ครั้งนี้ แสดงถึงหลักฐานการเปลี่ยนแปลงทางด้านสิ่งแวดล้อมของโลกในช่วงต้นและช่วงปลายยุคเพอร์เมียนซึ่งมีความสอดคล้องกับช่วงเวลาของการสูญพันธุ์ของสิ่งมีชีวิตครั้งใหญ่ของโลก โดยในช่วงเวลาดังกล่าวจนกระทั่งช่วงสิ้นสุดยุคเพอร์มียนนั้นเกิดการยกตัวของแผ่นเปลือกโลกบริเวณนี้