การศึกษาสภาพแวดล้อมบรรพกาลและความหลากหลายทางชีวภาพ ของหินตะกอนยุคออร์โดวิเชียนในจังหวัดกาญจนบุรี (Palaeoenvironmental reconstruction and palaeobiodiversity of Ordovician sedimentary rocks in Kanchanaburi province)
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
โครงการวิจัย "การศึกษาสภาพแวดล้อมบรรพกาลและความหลากหลายทางชีวภาพของหินตะกอน ยุคออร์โดวิเชียนในจังหวัดกาญจนบุรี" ได้รับการสนับสนุนจากกองทุนจัดการซากดึกดำบรรพ์ กรมทรัพยากรธรณี ปีงบประมาณ พ.ศ. 2561 ให้ดำเนินโครงการตามข้อเสนอโครงการวิจัยในระยะเวลาสองปี (พ.ศ.2561 ถึง พ.ศ.2562) โดยผู้วิจัยได้สำรวจภาคสนามและเก็บตัวอย่างหินจาก 4 หน้าตัดศึกษาและ 2 ตำแหน่งศึกษา ในพื้นที่อำเภอเมือง อำเภอศรีสวัสดิ์และอำเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี ทำการเตรียมตัวอย่างแผ่นหินขัดและหินบางละลายหินปูนด้วยกรดอะซิติกสำหรับแยกซากบรรพชีวินโคโนดอนต์ และเตรียมตัวอย่างหินด้วยเทคนิค Hot Acetolysis สำหรับแยกซากบรรพชีวินออสตราคอด จากการศึกษาพบว่าหินปูนที่ศึกษามีอายุตั้งแต่ยุคออร์โดวิเชียนตอนกลางถึงยุคไซลูเรียน-ดีโวเนียน หลายบริเวณหินถูกเปลี่ยนรูปจากแรงเค้น และจากกระบวนการการก่อตัวใหม่ ซึ่งเห็นได้จากการตกผลึกใหม่ของหินปูน และลักษณะที่เกิดจากสารละลายแรงดัน หินปูนทั้งหมดเกิดจากการพัดพาตะกอนคาร์บอเนตมาทับถม ผลการศึกษาแสดงว่า 1) หน้าตัดศึกษาวัดถ้ำขุนไกร มีอายุออร์โดวิเชียนตอนกลาง (Dapingian-Darriwilian age) หินตอนล่างถูกเปลี่ยนรูปและมีรอยฟันขนานชั้นหิน ตอนบนเป็นหินปูนเนื้อโดโลไมต์ ไม่สามารถแปลความหมายสภาพแวดล้อมของการทับถมได้ 2) หน้าตัดศึกษาวัดหม่องกระแทะมีอายุออร์โดวิเชียนตอนกลาง (Dapingian-Darriwilian age) ประกอบด้วย mudstone packstone wackestone grainstone จำแนกได้ 11 ชุดลักษณ์ระดับจุลภาค ที่เทียบได้กับชุดลักษณ์ระดับจุลภาคบนลานแบบลาดเอียง บ่งชี้การทับถมบนลานลาดเอียงส่วนในถึงลานลาดเอียงส่วนนอกที่มีพลังงานค่อนข้างสูง 3) หน้าตัดศึกษาบ้านท่ากระดาน อาจมีอายุตั้งแต่ยุคออร์โดวิเขียนตอนปลายถึงยุคดีโวเนียนตอนต้น เป็นหินปูนเนื้อตกผลึกใหม่ พบชั้นหินโค้งงอรูปประทุนและมีรอยฟันขนานชั้นหินโดยทั่วไป ไม่สามารถแปลความหมายสภาพแวดล้อมของการทับถมตะกอนได้ 4) หินจากตำแหน่งศึกษาบริเวณห้วยอู่ล่องแบ่งเป็นสองอายุคือ หินยุคออร์โดวิเชียนตอนล่างถึงตอนกลาง และหินยุคไซลูเรียน-ดีโวเนียน ประกอบด้วย grainstone และ calcisiltite จำแนกได้ 3 ชุดลักษณ์ระดับจุลภาค ที่เทียบได้กับชุดลักษณ์ระดับจุลภาคบนลานแบบลาดเอียง บ่งชี้การทับถมบนลานลาดเอียงส่วนนอก และเนินทรายใต้น้ำในเขตลานลาดเอียงส่วนกลาง 5) หินโผล่บริเวณป่าชุมชนเขากระทะใหญ่ ประกอบด้วย wackestone, packstone และ grainstone จำแนกเป็น 2 ชุดลักษณ์ระดับจุลภาค เทียบได้กับชุดลักษณ์ระดับจุลภาคบนลานแบบลาดเอียง มีการทับถมในเขตลานลาดเอียงส่วนกลางและส่วนนอก ผลการศึกษาจุลบรรพชีวินพบโคโนดอนต์ชนิด Protopanderodus nogami บ่งชี้อายุออร์โดวิเชียนตอนกลาง (หน้าตัดศึกษาวัดหม่องกระแทะ) ชนิด P. nogamii, Belodella sp. และ Panderodus liripips บ่งชี้อายุออร์โดวิเชียนตอนปลาย (ตำแหน่งศึกษาป่าชุมชนเขากระทะใหญ่) และ Panderodus unicostatus บ่งชี้อายุไซลูเรียน-ดีโวเนียน (UL3 ตำแหน่งศึกษาบริเวณห้วยอู่ล่อง) และพบออสตราคอดยุคออร์โดวิเชียนตอนกลางจากหน้าตัดศึกษาวัดหม่องกระแทะ จำแนกได้ 13 ชนิด 9 สกุล ได้แก่ Pilla sp.1, Pilla sp.2, Vogdesella sp., Aparchites sp.1, Aparchites sp.2, Brevicornina sp.1, Pseudoparaparchites sp.1, Pseudoparaparchites sp.2, Conchoprimites sp., Jeanlouisella sp.1, Jeanlouisella sp.1, Krausella sp. Steusloffina sp. ทั้งนี้ผลการศึกษาสโตรมาโตไลต์พบว่า หินที่ศึกษาเป็นหินปูนเนื้อตกผลึกใหม่ ไม่พบลักษณะบ่งชี้ว่ามีการกำเนิดโดยสิ่งมีชีวิตขนาดจุลภาค ลักษณะที่พบในมวลหินเป็นโครงสร้างที่เกิดจากแรงกระทำ รวมถึงกระบวนการการเปลี่ยนรูปและการก่อตัวใหม่