กำลังโหลดข้อมูล…
Search for a command to run...
โรคส้นดำในยางพาราส่งผลต่อเศรษฐกิจ รายได้ และความเป็นอยู่ของเกษตรกรที่ปลูกยางพาราใน ประเทศไทยอย่างมาก โรคนี้มักเกิดจากเชื้อราชนิด Phytophthora ดังนั้นงานวิจัยนี้จึงสนใจประสิทธิภาพของ ปฏิกิริยาโฟโตแคตะไลติกในการต่อต้านหรือยับยั้งเชื้อรา Phytophthora palmivora และแบคทีเรีย Escherichia coli (E. coli) ด้วยผง pure TiO2 และ TiO2 Ag composite ที่สังเคราะห์ขึ้นด้วยเทคนิคโซล-เจ ลและการตกตะกอนร่วม และแขวนลอยในไคโตซานเหลวที่ความเข้มข้น 0.05% (มวลโดยปริมาตร) โดยศึกษา ผลของเงินที่ปริมาณ 0-16 mo(%Ag ต่อขนาด รูปร่าง เฟส และประสิทธิภาพในการยับยั้งเชื้อราและแบคทีเรีย ซึ่งขนาดและรูปร่าง TI02 และ TIO2-Ag composite ได้วิเคราะห์ด้วยเทคนิ TEM พบว่าอนุภาค TIO2-Ag มี ขนาดเล็กกว่า pure TIO2 ลักษณะพื้นผิว รูปร่าง เฟสที่เกิดขึ้น และช่วงของการดูดกลืนคลื่นแสงได้วิเคราะห์ ด้วยเทคนิค SEM XRD และ UV-vis diffuse reflectance spectroscopy กรทดสอบประสิทธิภาพในการ ยับยั้งเชื้อราและแบคทีเรียได้ทำการทดสอบภายใต้ภาวะการฉายด้วยแสงยูวี แสงฟลูออเรสเชนต์ และภาวะมืด จากผลการทดสอบอัตราการคงอยู่ของเชื้อราพบว่าไทเทเนียมไดออกไซด์เจือเงินที่ปริมาณ 16 mo[96Ag มี ประสิทธิภาพในการยับยั้งเชื้อรา Phytophthora palmivora ได้ดีที่สุดทั้งภายใต้ภาวะการฉายด้วยแสงยูวี แสงฟลูออเรสเซนต์ และภาวะมืด นอกจากนี้พบว่าประสิทธิภาพในการยับยั้งเชื้อราและแบคทีเรียสูงขึ้นเมื่อ ปริมาณของเงินที่เจือในไทเทเนียมไดออกไซด์มีปริมาณเพิ่มขึ้น ในส่วนของประสิทธิภาพการยับยั้งแบคทีเรีย พบว่า TIO2A มีประสิทธิภาพดีกว่า pure TIO2 โดย TIO-5Ag มีประสิทธิภาพในการยับยั้งดีที่สุดทั้งภายใต้ การฉายด้วยแสงยูวี และแสงฟลูออเรสเซนต์ โดยมีประสิทธิภาพในการยับยั้งประมาณ 100% ภายในเวลา 30 นาที ภายใต้การฉ่ายด้วยแสงยูวี่และมีประสิทธิภาพในการยับยั้งประมาณ 95% ภายในเวลา 30 นาที ภายใต้ การฉายด้วยแสงฟลูออเรสเซนต์