การจัดทำข้อมูลมูลค่าของอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงวัฒนธรรม
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์1)เพื่อศึกษาและรวบรวมข้อมูลทางวิชาการของอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ในประเทศ ไทยในส่วนที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงวัฒนธรรม 2) เพื่อวิเคราะห์ข้อมูลมูลค่าของอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ในประ เทศไทยในส่วนที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงวัฒนธรรม 3)เพื่อเสนอผลวิจัยสำหรับใช้เป็นแนวทางการจัดทำนโยบาย การวางแผนพัฒนาประเทศ การกำหนดทิศทางและความเป็นไปได้ของอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ที่เกี่ยวข้องกับ กระทรวงวัฒนธรรมได้ ผลการวิจัยพบว่ามูลค่าอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงวัฒนธรรมในสามกลุ่มที่ได้ ทำการศึกษาได้แก่กลุ่มทัศนศิลป์ กลุ่มออกแบบเรขศิลป์ และกลุ่มออกแบบแฟชั่นและเครื่องแต่งกาย ในปี 2559 มีการเปลี่ยนแปลงในทิศทางที่เพิ่มขึ้นสอดคล้องกับการเพิ่มขึ้นของผลิตภัณฑ์ในประเทศเบื้องต้นดังนี้ กลุ่มอุตสาหกรรมทัศนศิลป์ ในปีพ.ศ.2559 มีมูลค่าประมาณ 6,244.82 ล้านบาท เพิ่มขึ้น จาก ปีพ.ศ. 2558 ที่มีมูลค่าประมาณ 5,925.90 ล้านบาท กลุ่มอุตสาหกรรมออกแบบไทย ในปีพ.ศ. 2559 มีมูลค่าประมาณ 187,601.99 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี พ.ศ. 2558 ที่มีมูลค่าประมาณ 184,295.97 ล้านบาท และในกลุ่มอุตสาหกรรมแฟชั่นไทย ในปีพ.ศ. 2559 มีมูลค่าประมาณ 57,595.21 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีพ.ศ. 2558 ที่มีมูลค่าประมาณ 54,571.62 ล้านบาท เมื่อพิจารณาสัดส่วนมูลค่าของอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงวัฒนธรรม ต่อ ผลิตภัณฑ์ในประเทศเบื้องต้นระหว่างปี2558 ถึงปี2559 พบว่ามีสัดส่วนร้อยละ 2.56 – 2.57 ของผลิตภัณฑ์ มวลรวมในประเทศ ถือเป็นสัดส่วนที่ไม่มากนัก เมื่อพิจารณาเป็นรายอุตสาหกรรมพบว่า ในปี2558 กลุ่มออกแบบมีสัดส่วนสูงที่สุดคือร้อยละ 1.93 กลุ่มแฟชั่นมีสัดส่วนรองลงมา คือร้อยละ0.57 กลุ่มทัศนศิลป์ มีสัดส่วนน้อยที่สุดคือร้อยละ0.06และมื่อพิจารณาในปี2559พบว่ากลุ่มออกแบบมูลค่าลดลงมาเป็นร้อยละ1.91 ในปี2559 กลุ่มออกแบบมีสัดส่วนสูงที่สุดคือร้อยละ 1.91 กลุ่มแฟชั่นมีสัดส่วนรองลงมา คือร้อยละ 0.59 กลุ่มทัศนศิลป์มีสัดส่วนน้อยที่สุดคือ ร้อยละ0.06 แสดงให้เห็นว่าอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ในส่วนที่ เกี่ยวข้องกับกระทรวงวัฒนธรรม 3 กลุ่มนี้มีสัดส่วนที่ลดลงต่อเนื่อง ยกเว้นอุตสาหกรรมแฟชั่นที่มีค่าเพิ่มขึ้น แต่ไม่มากนัก เมื่อเทียบกับผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ ผลการวิจัยจากการเก็บรวบรวมข้อมูลได้มีข้อเสนอแนะเพื่อเป็นแนวทางการจัดทำนโยบาย การวางแผนพัฒนาประเทศการกำหนดทิศทางความเป็นไปได้ของอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับ กระทรวงวัฒนธรรม 3 แนวทางได้แก่ แนวทางที่1 การใช้ศิลปะและวัฒนธรรมเพื่อกระตุ้นการพัฒนา เศรษฐกิจของรัฐ แนวทางที่2 การนำเอาศิลปะและวัฒนธรรมไปผสานรวมกับแผนพัฒนาชุมชน และแนวทางที่ 3 การผสานรวมศิลปะและการสร้างสรรค์เข้ากับยุทธศาสตร์การท่องเที่ยวของรัฐ