การออกแบบและปรับปรุงความต้องการพลังไฟฟ้าแอกทีฟสูงสุดที่มีผลต่อการประหยัดพลังงานไฟฟ้าในมหาวิทยาลัยราชภัฏลำปางจังหวัดลำปาง
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์ปัญหาความต้องการพลังไฟฟ้าแอกทีฟสูงสุดที่มีผลต่อการประหยัดพลังงานไฟฟ้าในระบบไฟฟ้ากำลังมหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง ด้วยการตรวจวัดค่าพารามิเตอร์ทางไฟฟ้าในส่วนของค่าแรงดันไฟฟ้า ค่ากระแสไฟฟ้า ค่ากำลังไฟฟ้าและค่าตัวประกอบกำลังไฟฟ้า เครื่องวัดวิเคราะห์คุณภาพไฟฟ้าคุณภาพไฟฟ้ายี่ห้อ FLUKE รุ่น 43B และเครื่องมือวัดวิเคราะห์คุณภาพไฟฟ้ายี่ห้อ CHAUVIN ARNOUX รุ่น C.A. 8331 ซึ่งทำการวัดค่าพารามิเตอร์ทางไฟฟ้าดังกล่าว ในสภาวะไม่มีโหลดและสภาวะจ่ายโหลดเต็มพิกัดของอาคารที่มีขนาดพิกัดกำลังไฟฟ้าของหม้อแปลงไฟฟ้าตั้งแต่ 250 กิโลโวลต์-แอมแปร์ นำข้อมูลจากการวัดผ่านการวิเคราะห์และเปรียบเทียบค่าพารามิเตอร์ทางไฟฟ้ากับมาตรฐานของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ซึ่งพบว่าปัญหาที่ส่งผลให้ค่าพลังไฟฟ้าแอกทีฟสูงสุดสัมพันธ์กับค่าพลังไฟฟ้ารีแอกทีฟ ซึ่งเกิดจากการจ่ายโหลดทางไฟฟ้าที่ไม่สมดุลในระบบไฟฟ้าและพบจุดต่อจุดสัมผัสทางไฟฟ้าหลวมในส่วนของเซอร์กิตเบรกเกอร์ในระบบ 1 เฟส และ 3 เฟส ของระบบไฟฟ้าที่เป็นแผงจ่ายไฟหลักและแผงจ่ายไฟรองของอาคารและพบว่าปัจจัยที่ส่งผลให้มีการใช้พลังไฟฟ้าแอกทีฟสูงสุดในช่วงเวลา 15 นาที คือโหลดเครื่องปรับอากาศแบบแยกส่วนทั้งในระบบ 1 เฟส และระบบ 3 เฟส จากงานวิจัยดังกล่าวพบว่าเมื่อทำการออกแบบและปรับปรุงการจัดสมดุลโหลดทางไฟฟ้าใหม่ โดยการเฉลี่ยโหลดทางไฟฟ้าภายในแผงจ่ายไฟย่อยของอาคารต่างๆ ให้ค่ากระแสไฟฟ้าในแต่ละเฟสมีค่าไม่เกินร้อยละ 20 ของกระแสไฟฟ้าเฉลี่ย ปรับปรุงจุดต่อจุดสัมผัสทางไฟฟ้าของบริภัณฑ์ทางไฟฟ้าของอาคาร ตลอดจนการตรวจสอบและปรับปรุงระบบการต่อลงดินของระบบไฟฟ้ากำลังให้เป็นไปตามมาตรฐานการติดตั้งทางไฟฟ้าสำหรับประเทศไทย พ.ศ. 2556 จะสามารถลดปัญหาพลังไฟฟ้ารีแอกทีฟของอาคารส่งผลต่อค่าไฟฟ้ามหาวิทยาลัยราชภัฏลำปางโดยเปรียบเทียบค่าไฟฟ้าช่วงไตรมาสที่ 3 ปี 2559 กับปี 2560 ค่ากิโลวัตต์ชั่วโมงลดลง 23,668 กิโลวัตต์ชั่วโมง ค่าไฟฟ้าลดลง 136,525 บาท และเปรียบเทียบค่ากิโลวัตต์ชั่วโมงในช่วงไตรมาสที่ 1 ปี 2560 กับปี 2561 ค่ากิโลวัตต์ชั่วโมงลดลง 47,359 กิโลวัตต์ชั่วโมง ค่าไฟฟ้าลดลง 118,227 บาท นอกจากนี้ยังพบว่าในอาคารที่มีการใช้งานโหลดประเภทเครื่องปรับอากาศจำนวนมากหากมีการจัดลำดับการเริ่มทำงานโดยให้มีระยะเวลาห่างกันอย่างน้อย 30 นาที จะสามารถลดปัญหาความต้องการพลังไฟฟ้าแอกทีฟสูงสุดให้กับทางมหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง