Command Palette

Search for a command to run...

กลับไปผลการค้นหา
รายงานฉบับสมบูรณ์พ.ศ. 2561

มาตรการอนุรักษ์ดินและน้ำเพื่อการใช้ประโยชน์ที่ดินที่เหมาะสมในการกำหนดเขตการใช้ที่ดิน (zoning) ในพื้นที่เขตพัฒนาที่ดินลุ่มน้ำแหง อำเภอนาน้อย จังหวัดน่าน

ศรัญณุพงศ์ ชัยวัฒนกุล กรมพัฒนาที่ดิน พ.ศ. 2561

ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)

บทคัดย่อ

มาตรการอนุรักษ์ดินและน้ำเพื่อการใช้ประโยชน์ที่ดินที่เหมาะสมในการกำหนดเขตการใช้ที่ดิน (zoning) ในพื้นที่เขตพัฒนาที่ดินลุ่มน้ำแหง อำเภอนาน้อย จังหวัดน่าน ดำเนินงานในเขตพัฒนาที่ดินลุ่มน้ำแหง ครอบคลุมพื้นที่ส่วนใหญ่ของอำเภอนาน้อย จังหวัดน่าน อยู่ในชุดดินวังสะพุง (Wang Saphung series : Ws) กลุ่มชุดดินที่ 55 ชุดดินแม่สาย (Mae Sai series : Ms) กลุ่มชุดดินที่ 15 ดำเนินการในปี พ.ศ.2558-2560 โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาผลของมาตรการการอนุรักษ์ดินและน้ำ ที่มีต่อการใช้ประโยชน์ที่ดินที่เหมาะสม เมื่อมีการกำหนดเขตการใช้ที่ดินในพื้นที่เขตพัฒนาที่ดินลุ่มน้ำแหง อำเภอนาน้อย จังหวัดน่าน ประกอบด้วยโครงการวิจัยย่อย 2 โครงการ คือ โครงการย่อยที่ 1 การศึกษาดินเสื่อมโทรมที่มีผลกระทบต่อระบบผลิตทางการเกษตรของที่ดิน ในพื้นที่เขตพัฒนาที่ดินลุ่มน้ำแหง อำเภอนาน้อย จังหวัดน่าน โดยใช้โปรแกรมของโครงการ Land Degradation Assessment in Dryland (LADA) Project เป็นการนำข้อมูลมาวิเคราะห์เพื่อประเมินความเสื่อมโทรมของที่ดินคือ ความลาดชันของพื้นที่ การชะล้างพังทลายของดิน กำลังการผลิตของดิน และการจัดการดิน ประกอบด้วย ข้อมูลด้านดิน สมบัติทางเคมีและกายภาพ สภาพภูมิประเทศ และข้อมูลด้านระบบการปลูกพืช ศักยภาพในการผลิตของดิน ดำเนินการระหว่างปี พ.ศ. 2558-2560 มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาเครื่องมือและวิธีการประเมินขนาดและอัตราการเสื่อมโทรมของที่ดิน และผลกระทบต่อระบบนิเวศ เพื่อประเมินความเสื่อมโทรมของที่ดิน โดยเน้นด้านการใช้ประโยชน์ที่ดินที่มีผลต่อการเสื่อมโทรมของดิน วิธีดำเนินการคือ นำข้อมูลดิน ข้อมูลสภาพภูมิอากาศ และข้อมูลระบบการปลูกพืชในพื้นที่ วิเคราะห์เพื่อประเมินความเสื่อมโทรมของที่ดิน เพื่อให้ได้แผนที่ระดับความเสื่อมโทรมของที่ดิน และวิเคราะห์ข้อมูลจากการเปลี่ยนแปลงสมบัติทางเคมีของดิน การเจริญเติบโตด้านความสูง และการให้ผลผลิตของพืชข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ในพื้นที่ต้นน้ำ (พื้นที่สูง) และพื้นที่กลางน้ำ (พื้นที่ดอน) และการปลูกข้าวนาปี ในพื้นที่ปลายน้ำ (พื้นที่ลุ่ม) แล้วนำข้อมูลมาวิเคราะห์ความแตกต่างทางสถิติ โดยใช้วิธีการแบบ T-Test และการวิเคราะห์ทางเศรษฐกิจและสังคม โครงการย่อยที่ 2 การศึกษาการใช้หญ้าแฝกแทนคันดินที่มีผลต่อการเจริญเติบโตของยางพารา ในเขตพัฒนาที่ดินลุ่มน้ำแหงอำเภอนาน้อย จังหวัดน่าน ดำเนินการระหว่างปี พ.ศ. 2558-2560 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อ 1. เพื่อศึกษาผลของแถบหญ้าแฝกที่ปลูกเป็นแถบพืชอนุรักษ์ดินและน้ำที่มีต่อการเจริญเติบโตของยางพารา 2. เพื่อศึกษาการเปลี่ยนแปลงทางเคมี และกายภาพของดิน ในการใช้แถบหญ้าแฝกเพื่อการอนุรักษ์ดินและน้ำในระบบการปลูกยางพาราเปรียบเทียบกับการใช้มาตรการอนุรักษ์ดินและน้ำอย่างอื่น วางแผนการทดลองแบบ RCBD จำนวน 3 ซ้ำ มีจำนวน 5 วิธีการ วางแผนการทดลองแบบ RCBD (Randomized Complete Block Design) มี 3 ซ้ำ5 วิธีการประกอบด้วย 1) ไม่มีมาตรการอนุรักษ์ดินและน้ำ ในพื้นที่ปลูกยางพารา 2) คันดินแบบ 5 เป็นมาตรการอนุรักษ์ดินและน้ำ ในพื้นที่ปลูกยางพารา 3) ใช้แถบหญ้าแฝกเป็นมาตรการอนุรักษ์ดินและน้ำในพื้นที่ปลูกยางพารา 4) ใช้คันดินแบบ 5 สลับกับแถบหญ้าแฝก เป็นมาตรการอนุรักษ์ดินและน้ำ ในพื้นที่ปลูกยางพารา 5) ใช้คันดินแบบ 5 เป็นมาตรการอนุรักษ์ดินและน้ำ และมีการปลูกหญ้าแฝกบนสันคันดินในพื้นที่ปลูกยางพารา ผลการศึกษาพบว่า พื้นที่ลุ่มน้ำย่อยน้ำแหงที่มีความเสื่อมโทรมของที่ดินสูงมาก มีจำนวน 108,546 ไร่ พื้นที่ที่มีความเสื่อมโทรมแล้ว 48,953 ไร่ รวมสองพื้นที่จะมีพื้นที่ที่มีความเสื่อมโทรมแล้ว 157,499 ไร่ หรือ 24.09 เปอร์เซ็นต์ และมีความเสื่อมโทรมน้อย จนถึงมีศักยภาพในการเสื่อมโทรมอีก 21,762 ไร่ หรือ 3.32 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งมีแนวโน้มที่จะเสื่อมโทรมต่อไป ในพื้นที่ต้นน้ำในชุดดินวังสะพุง แปลงข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ค่าความเป็นกรดเป็นด่างของดิน ปริมาณอินทรียวัตถุ ฟอสฟอรัส และโพแทสเซียมในดินลดลงอย่างรวดเร็ว ให้ผลผลิตเฉลี่ย 621.42 กิโลกรัมต่อไร่ ต้นทุนรวมของแปลงเกษตรกร 4,245.53 บาทต่อไร่ ได้กำไรสุทธิ 1,160.90 บาทต่อไร่ มีแนวโน้มเสื่อมโทรมรวดเร็ว เนื่องจากมีการกร่อนหน้าดินสูง พื้นที่กลางน้ำ (พื้นที่ดอน) ในชุดดินวังสะพุงที่เป็นดินลึกมาก แปลงข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ความเป็นกรดเป็นด่างของดิน ปริมาณอินทรียวัตถุ ปริมาณฟอสฟอรัส และโพแทสเซียมในดินลดลงค่อนข้างรวดเร็ว ให้ผลผลิตเฉลี่ย 621.42 กิโลกรัมต่อไร่ ต้นทุนรวมแปลงเกษตรกร 4,245.53 บาทต่อไร่ ได้กำไรสุทธิ 1,160.90 บาทต่อไร่ มีแนวโน้มเสื่อมโทรมค่อนข้างเร็ว เนื่องจากมีการกร่อนหน้าดินค่อนข้างสูง พื้นที่ปลายน้ำ แปลงข้าวนาดำ ในชุดดินแม่สาย ความเป็นกรดเป็นด่างของดิน ปริมาณอินทรียวัตถุ ฟอสฟอรัส และโพแทสเซียมในดิน มีแนวโน้มฟื้นฟูได้ดีจากการจัดการที่ดิน ผลผลิตข้าวพันธุ์ กข 6 เฉลี่ย 630 กิโลกรัมต่อไร่ ต้นทุนรวมของแปลงเกษตรกร 5,096.30 บาทต่อไร่ ได้กำไรสุทธิ 2,778.70 บาทต่อไร่ มีแนวโน้มเสื่อมโทรมช้า เนื่องจากมีการกร่อนหน้าดินน้อย กล่าวโดยสรุปคือ การทำการเกษตรในพื้นที่ที่มีความลาดชันสูง จะเป็นการเร่งให้ดินมีความเสื่อมโทรมเร็วยิ่งขึ้น ผลการทดลองพบว่า แถบหญ้าแฝกที่ปลูกเป็นแถบพืชอนุรักษ์ดินและน้ำมีผลต่อการเพิ่มปริมาณอินทรียวัตถุและมีความแตกต่างทางสถิติอย่างมีนัยสำคัญโดยวิธีการที่ 5 การใช้คันดินแบบที่ 5 เป็นมาตรการอนุรักษ์ดินและน้ำและมีการปลูกหญ้าแฝกบนสันคันดินในพื้นที่ปลูกยางพารา มีปริมาณอินทรียวัตถุสูงสุดเท่ากับ 3.71เปอร์เซ็นต์ รองลงมา วิธีการที่ 4 ใช้คันดินแบบ 5 สลับกับแถบหญ้าแฝก เป็นมาตรการอนุรักษ์ดินและน้ำในพื้นที่ปลูกยางพาราเท่ากับ 3.67 เปอร์เซ็นต์ ส่วนวิธีการที่ 1 ไม่มีมาตรการอนุรักษ์ดินและน้ำ ในพื้นที่ปลูกยางพาราวิธีการที่ 2 คันดินแบบ 5 เป็นมาตรการอนุรักษ์ดินและน้ำ ในพื้นที่ปลูกยางพารามีปริมาณอินทรียวัตถุน้อยที่สุด เปอร์เซ็นต์ความชื้นระดับ 0-15 เซนติเมตรและความชื้นระดับ 15-40 เซนติเมตรมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในทุก ๆ ปีพบว่าวิธีการที่ 4 ใช้คันดินแบบ 5 สลับกับแถบหญ้าแฝก เป็นมาตรการอนุรักษ์ดินและน้ำในพื้นที่ปลูกยางพาราและวิธีการที่ 5 การใช้คันดินแบบที่ 5 เป็นมาตรการอนุรักษ์ดินและน้ำและมีการปลูกหญ้าแฝกบนสันคันดินในพื้นที่ปลูกยางพารามีเปอร์เซ็นต์ความชื้นสูงกว่าวิธีการอื่นๆซึ่งมีค่าเท่าเปอร์เซ็นต์ความชื้นเท่ากับ 23.18 และ 23.83 ตามลำดับ ความหนานแน่นของดินจากปี 58-60 ทุกวิธีการมีค่าลดลงทุกปีและไม่มีความแตกต่างทางสถิติซึ่งการทดลอง ปี 2558 มีค่าอยู่ระหว่าง 1.47-1.52 กรัมต่อลูกบาศก์เซนติเมตร ปี 2559 1.46-1.58กรัมต่อลูกบาศก์เซนติเมตรหลังการทดลองปี 2560 มีค่าอยู่ระหว่าง 1.28 -1.37กรัมต่อลูกบาศก์ ความหนานแน่นลงลงทุกปีเป็นผลเนื่องมาจาก ไม่มีการเผาเศษพืชและไม่ใช้ยาฆ่าหญ้าในพื้นที่ ปริมาณฟอสฟอรัสที่เป็นประโยชน์ทุกวิธีการมีค่าเพิ่มสูงขึ้นทุกวิธีการอันเนื่องมาจากมีการใช้ปุ๋ยเคมีและมีการตกค้างในพื้นที่ ส่วนโพแทสเซียมที่สกัดได้มีค่าอยู่ในระดับ ต่ำถึงปานกลางจาก 35.40 ถึง 77.80 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม ในส่วนของปริมาณการสูญเสียดินพบว่าแถบหญ้าแฝกที่ปลูกเป็นแถบพืชอนุรักษ์ดินและน้ำมีผลต่อปริมาณการสูญเสียดินและแตกต่างทางสถิติโดยวิธีการที่ 4 ใช้คันดินแบบ 5 สลับกับแถบหญ้าแฝก เป็นมาตรการอนุรักษ์ดินและน้ำในพื้นที่ปลูกยางพาราและวิธีการที่ 5 การใช้คันดินแบบที่ 5 เป็นมาตรการอนุรักษ์ดินและน้ำและมีการปลูกหญ้าแฝกบนสันคันดินในพื้นที่ปลูกยางพารามีค่าเท่ากับ 345และ184 กิโลกรัมต่อไร่ ส่วนวิธีการที่ 1 ไม่มีมาตรการอนุรักษ์ดินและน้ำ ในพื้นที่ปลูกยางพารา มีการสูญเสียดินมากที่สุดเท่ากับ 1031 กิโลกรัมต่อไร่

คำสำคัญ

ยางพาราLand usePara rubberหญ้าแฝกVetiver grassลุ่มน้ำland degradationsoil and water conservationการอนุรักษ์ดินและน้ำZoningเขตพัฒนาที่ดินการเสื่อมโทรมของที่ดินLand Development Zonesoil and water conservation measuresWater shedการกำหนดเขตการใช้ที่ดินการใช้ประโยชน์ที่ดินที่เหมาะสมมาตรการอนุรักษ์ดินและน้ำ

งานวิจัยในหัวข้อใกล้เคียง

โครงการการพัฒนาแนวทางการใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อการอนุรักษ์และจัดการน้ำ : พื้นที่เทศบาลลำพูน

องุ่นทิพย์ ศรีสุวรรณ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พ.ศ. 2562

การจัดการดินเพื่อการใช้ประโยชน์ที่ดินแบบยั่งยืนในเขตพัฒนาที่ดิน

นคร สืบแสน สำนักงานพัฒนาที่ดินเขต 7 น่าน พ.ศ. 2554

การมีส่วนร่วมในระบบการใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อการเกษตรอย่างยั่งยืน บนพื้นที่ลุ่มน้ำบ้านเอียก ตำบลสะลวง อำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่

จักรพงษ์ ไชยวงศ์ คณะผลิตกรรมการเกษตร มหาวิทยาลัยแม่โจ้ พ.ศ. 2551

การศึกษาการใช้ประโยชน์ที่ดินด้านการเกษตรในพื้นที่ชุ่มน้ำเวียงหนองแล่ม บ้านห้วยน้ำราก หมู่ที่ 4 หมู่ที่ 5 และหมู่ที่ 9 ตำบลจันจว้า อำเภอแม่จัน จังหวัดเชียงราย โดยใช้ระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์

ณัฐติญา วงศ์วุฒิ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย พ.ศ. 2554

การศึกษาประสิทธิภาพของมาตรการอนุรักษ์ดินและน้ำบนพื้นที่สูงในพื้นที่ อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน

สุวิมล พุทธจรรยาวงศ์ กรมพัฒนาที่ดิน พ.ศ. 2557

การใช้ภูมิสารสนเทศเพื่อจำแนก และปรับปรุงพื้นที่เสื่อมโทรมทางการเกษตรในระดับตำบล

เกรียงศักดิ์ จันโททัย มหาวิทยาลัยขอนแก่น พ.ศ. 2554

การวิเคราะห์การใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อการกำหนดแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาพื้นที่สูง ของอำเภองาว จังหวัดลำปาง

ภูพิงค์ ศรีภูมินทร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยรีาชมงคลล้านนา พ.ศ. 2558

การศึกษาการปรับปรุงบำรุงดินโดยวิธีลดการใช้สารเคมีทางการเกษตร

นคร สืบแสน สำนักงานพัฒนาที่ดินเขต 7 พ.ศ. 2554

การเปลี่ยนแปลงการใช้ประโยชน์ที่ดินและสิ่งปกคลุมดินในพื้นที่รับน้ำของพื้นที่ชุ่มน้ำ: กรณีศึกษาเขตห้ามล่าสัตว์ป่าบึงโขงหลง จังหวัดบึงกาฬ

จิระเดช มาจันแดง มหาวิทยาลัยมหาสารคาม พ.ศ. 2560

ศึกษาผลการใช้ระบบอนุรักษ์ดินและน้ำกับหญ้าแฝก แบบเกษตรกรมีส่วนร่วมในเขตพัฒนาที่ดินแม่สา จังหวัดเชียงใหม่

จุไรพร แก้วทิพย์ สำนักงานพัฒนาที่ดินเขต 6 พ.ศ. 2554