การพัฒนาระบบตรวจสอบแบบย้อนกลับสำหรับผลิตภัณฑ์ผ้ากาบบัวของจังหวัดอุบลราชธานี
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาสถานการณ์การจัดเก็บข้อมูลโซ่อุปทานผ้ากาบบัว และตรวจสอบข้อมูลคุณภาพผ้ากาบบัวของกลุ่มผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ผ้ากาบบัวในจังหวัดอุบลราชธานี พัฒนารูปแบบและระบบตรวจสอบย้อนกลับสำหรับผ้ากาบบัวเพื่อให้สามารถตรวจสอบย้อนกลับสินค้าได้ตลอดห่วงโซ่อุปทาน โดยใช้วิธีการวิจัยแบบผสม ในการศึกษาสถานการณ์การจัดเก็บข้อมูลโซ่อุปทานผ้ากาบบัว และตรวจสอบข้อมูลคุณภาพผ้ากาบบัว ได้ทำการเก็บรวบรวมข้อมูลจากกลุ่มทอผ้าจำนวน 10 กลุ่ม ซึ่งอยู่ในเขตจังหวัดอุบลราชธานี ใช้วิธีการสุ่มแบบเจาะจง (purposive sampling) โดยคัดเลือกกลุ่มที่มีการรวมกลุ่มสมาชิกทอผ้าในชุมชน มีความเข้มแข็ง และดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง และทำการวิเคราะห์ภายใต้กรอบแนวคิดของแบบจำลอง Supply Chain Operation Reference (SCOR) ในการวิเคราะห์สมรรถนะของโซ่อุปทานผ้ากาบบัวเพื่อศึกษาศักยภาพการผลิตของผู้ที่อยู่ในโซ่อุปทานพบว่ากลุ่มทอผ้ามีโครงสร้างของโซ่อุปทานของผ้าทอมือกาบบัวมีกระบวนการย่อยที่มีความสัมพันธ์และเชื่อมโยงกันตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ 1) กระบวนการต้นน้ำคือ ที่มาของวัตถุดิบในการผลิต ได้แก่ ฝ้าย ไหม เป็นต้น ทุน และแรงงานซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นสมาชิกในกลุ่มทอผ้า 2) กระบวนการกลางน้ำ เป็นกระบวนการทอผ้า ผลิตภัณฑ์ ได้แก่ ผ้าทอจากใยฝ้าย และไหม 3) กระบวนการปลายน้ำ เป็นกระบวนการที่ครอบคลุมกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับ การส่งมอบสินค้าให้ลูกค้า ซึ่งกลุ่มทอผ้ากาบบัว มีการจำหน่ายทั้งแบบค้าปลีก และค้าส่งให้กับร้านค้าปลีก ในการวัดสมรรถนะของกลุ่มทอผ้า โดยใช้แบบจำลอง SCOR พบว่ามีความน่าเชื่อถือในการผลิตและส่งมอบในระดับดี แต่การตอบสนองของห่วงโซ่อุปทานอยู่ในระดับพอใช้ เนื่องจากระยะเวลาในการตอบสนองคำสั่งซื้อค่อนข้างนาน ในขณะที่ความคล่องตัวของห่วงโซ่อุปทานไม่สูงมาก เนื่องจากความสามารถในการเพิ่มกำลังการผลิตจากคำสั่งซื้อของลูกค้าที่ไม่ได้วางแผนไว้ล่วงหน้ามีน้อย และในด้านผลตอบแทนพบว่ารอบการสร้างรายได้มีระยะเวลานานเช่นกัน ดังนั้นเพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว จึงต้องมีการวางแผนของโซ่อุปทานให้เชื่อมโยงข้อมูลด้านการผลิตและการตลาด ระหว่างผู้ผลิตต้นน้ำจนถึงลูกค้า ในส่วนการพัฒนาระบบตรวจสอบแบบย้อนกลับผ้ากาบบัวของจังหวัดอุบลราชธานีนั้น โครงสร้างของระบบที่พัฒนาขึ้นประกอบด้วย ส่วนของผู้ใช้บริการ (Client) เว็บเซิร์ฟเวอร์ (Web Server) และฐานข้อมูลระบบ (Database) ระบบสามารถตรวจสอบแบบย้อนกลับข้อมูลผ้ากาบบัวได้ โดยสามารถบันทึก แก้ไข และแสดงข้อมูลแหล่งที่มาของวัตถุดิบ ข้อมูลผลิตภัณฑ์ วันที่ผลิต ชื่อผู้ทอผ้า ลวดลายผ้า ประเภทผ้า ประเภทเส้นใย ประวัติและที่มาลวดลายผ้า ในการประเมินระบบของผู้ใช้งานได้ทำการทดสอบโดยใช้แบบสอบถาม โดยเลือกกลุ่มตัวอย่างแบบเจาะจง จากสมาชิกกลุ่มทอผ้าที่มีความประสงค์จะนำระบบไปใช้งาน จำนวน 30 คน ผลการประเมินระบบพบว่าระบบที่พัฒนาอยู่ในระดับดีมาก โดยมีค่าเฉลี่ยด้านประโยชน์ของระบบ 4.41 ด้านคุณภาพของข้อมูลมีค่าเฉลี่ย 4.44 และด้านความง่ายในการใช้งานระบบมีค่าเฉลี่ย 4.06