Command Palette

Search for a command to run...

กลับไปผลการค้นหา
รายงานฉบับสมบูรณ์พ.ศ. 2560

แผนงานวิจัย การพัฒนาและทดสอบเทคโนโลยีการผลิตพืชเศรษฐกิจที่เหมาะสมในพื้นที่ภาคใต้ตอนล่าง

บุญณิศา ฆังคมณี กรมวิชาการเกษตร พ.ศ. 2560

ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)

บทคัดย่อ

พืชไรํเศรษฐกิจที่สำคัญในภาคใต๎ตอนลำง ได๎แกํ ข๎าวโพดหวาน ถั่วลิสง และถั่วหรั่ง ปัญหาที่พบ คือ ผลผลิตคํอนข๎างต่ำ ขาดแคลนพันธุ๑ดี และเกษตรกรไมํมีความรู๎ด๎านเทคโนโลยีการผลิตพืชไรํเศรษฐกิจที่ถูกต๎องเหมาะสม ดังนั้น จึงดำเนินการพัฒนาเพื่อทดสอบพันธุ๑ใหมํของข๎าวโพดหวาน ถั่วลิสง และถั่วหรั่ง โดยการเปรียบเทียบพันธุ๑ใหมํกับพันธุ๑ที่เกษตรกรใช๎เดิม ตลอดจนทดสอบการใช๎ไรโซเบียมเพื่อเพิ่มผลลิตและคุณภาพถั่วลิสง การดำเนินงานโครงการ ดังนี้ พันธุ๑ข้าวโพดหวาน ปลูกทดสอบการให๎ผลผลิตและเปรียบเทียบการมีรายได๎สุทธิจากการปลูกข๎าว โพดหวานพันธุ๑สงขลา 84-1 ซึ่งเป็นกรรมวิธีทดสอบกับพันธุ๑ฮันนีสวีทและเป็นกรรมวิธีเกษตรกร ดำเนินการในแปลงเกษตรกรบ๎านยางงาม ตำบลนาทำมใต๎ อำเภอเมือง จังหวัดตรังใน ปี 2557-2559 ผลการทดสอบ พบวำ ข๎าวโพดหวานทั้ง 2 พันธุ๑ให๎ผลผลิตฝักทั้งเปลือกแตกตำงกันทางสถิติ โดยพันธุ๑สงขลา 84-1 ให๎ผลผลิตฝักทั้งเปลือกเฉลี่ย 2,302 กิโลกรัมตํอไรํ เป็นผลผลิตที่ต่ำกวำพันธุ๑ฮันนีสวีท 191 กิโลกรัมตํอไรํ คิดเป็นผลผลิตที่ต่ำกวำ 8.29 เปอร๑เซ็นต๑ และการใช๎พันธุ๑สงขลา 84-1 มีรายได๎สุทธิเฉลี่ย 22,383 บาทตํอไรํ เป็นรายได๎สุทธิซึ่งต่ำกวำพันธุ๑ฮันนีสวีท 1,861 บาทตํอไรํ เมื่อคำนวณสัดสํวนผลตอบแทนสุทธิ (BCR) พบวำ พันธุ๑สงขลา 84-1 มีเกษตรกรทั้ง 10 ราย ให๎คำ BCR > 1 แสดงวำการลงทุนในกรรมวิธีดังกลำวมีความเหมาะสมคุ๎มคำในการลงทุนโดยพันธุ๑สงขลา 84-1 มีสัดสํวนผลตอบแทนสุทธิ (BCR) สูงกวำพันธุ๑ฮันนีสวีทเล็กน๎อย เนื่องจากมีต๎นทุนการผลิตที่ต่ำกวำในด๎านราคาของเมล็ดพันธุ๑ เกษตรกรให๎การยอมรับพันธุ๑สงขลา 84-1 เนื่องจากเป็นที่ต๎องการของผู๎บริโภคซึ่งพึงพอใจในลักษณะรูปทรงของฝักที่เมล็ดติดเต็มฝัก ความหวาน ความนุํมและสีของเมล็ด เปลือกฝักบาง สํวนเกษตรกรผู๎ผลิตพึงพอใจตํอการเก็บเกี่ยวพันธุ๑สงขลา 84-1 ที่งำยกวำ เนื่องจากขั้วฝักไมํเหนียวและราคาของเมล็ดพันธุ๑ซึ่งต่ำกวำ การทดสอบพันธุ๑ข๎าวโพดหวานในจังหวัดสตูล มีวัตถุประสงค๑เพื่อทดสอบศักยภาพการให๎ผลผลิตของข๎าวโพดหวานพันธุ๑สงขลา 84-1 (วิธีแนะนำ) กับพันธุ๑ชูการ๑ 75 (วิธีเกษตรกร) ดำเนินการในพื้นที่เกษตรกรอำเภอควนโดน จังหวัดสตูล ระหวำงปี 2557-2559 รวม 3 ปี พบวำ ข๎าวโพดหวานพันธุ๑ซูการ๑ 75 ให๎ผลผลิตสูงกวำพันธุ๑สงขลา 84-1 โดยให๎ผลผลิตเฉลี่ย 2,650.0 และ 2,493.0 กิโลกรัมตํอไรํ ตามลำดับ ซึ่งพันธุ๑สงขลา 84-1 มีผลผลิตทั้งเปลือกต่ำกวำพันธุ๑ซูการ๑ 75 157 กิโลกรัมตํอไรํ คิดเป็น 5.92 เปอร๑เซ็นต๑ และทำให๎เกษตรกรมีรายได๎เหนือต๎นทุนผันแปรที่เป็นเงินสดสูงกวำพันธุ๑สงขลา 84-1 เฉลี่ย 48,405 และ 45,979 บาทตํอไรํ ตามลำดับ แตํอยำงไรก็ตาม ต๎นทุนผันแปรที่เป็นเงินสด ข๎าวโพดหวานพันธุ๑สงขลา 84-1 จะมีต๎นทุนการผลิตต่ำกวำข๎าวโพดหวานพันธุ๑ซูการ๑ 75 เฉลี่ย 6,443 และ 7,113 บาทตํอไรํ ตามลำดับ และข๎าวโพดหวานพันธุ๑สงขลา 84-1 เกษตรกรมีความพึงพอใจมากในสํวนของรสชาติ ลักษณะของรูปทรงของฝักมีการติดเมล็ดเต็ม เมล็ดจะนุํมกวำพันธุ๑ซูการ๑ 75 และสามารถลดต๎นทุนการผลิตในสํวนของราคาเมล็ดพันธุ๑ การทดสอบพันธุ๑ข๎าวโพดหวานในจังหวัดสงขลา มีวัตถุประสงค๑เพื่อทดสอบศักยภาพการให๎ผลผลิตของข๎าวโพดหวานพันธุ๑สงขลา 84-1 (วิธีแนะนำ) กับพันธุ๑ชูการ๑สตาร๑ (วิธีเกษตรกร) ดำเนินการในพื้นที่เกษตรกรอำเภอควนเนียง จังหวัดสงขลา ระหวำงปี 2557-2559 รวม 3 ปี พบวำ ข๎าวโพดหวานพันธุ๑ ชูการ๑สตาร๑ ให๎ผลผลิตน้ำหนักฝักสดทั้งเปลือกเฉลี่ยสูงกวำพันธุ๑สงขลา 84-1 เทำกับ 3,686 และ 2,986 กิโลกรัมตํอไรํ ตามลำดับ ซึ่งพันธุ๑สงขลา 84-1 ให๎ผลผลิตต่ำกวำพันธุ๑ชูการ๑สตาร๑ 700 กิโลกรัมตํอไรํ คิดเป็น 19 เปอร๑เซ็นต๑ โดยมีต๎นทุนฝันแปรที่เป็นเงินสดเฉลี่ย 7,694 และ 6,925 บาทตํอไรํ ตามลำดับ จึงทำให๎เกษตรกรมีรายได๎เหนือต๎นทุนฝันแปรที่เป็นเงินสดเฉลี่ย 36,490 และ 29,113 บาทตํอไรํ ตามลำดับ ถึงแม๎วำข๎าวโพดหวานพันธุ๑สงขลา 84-1 ให๎ผลผลิตต่ำกวำพันธุ๑ชูการ๑สตาร๑ แตํมีคุณภาพเหมาะสมสำหรับบริโภคฝักสด มีความหวาน 14 องศาบริกซ๑ มีเนื้อเมล็ดมาก แกนฝักเล็ก รวมไปถึงรสชาติฝักต๎มดี เกษตรกรและผู๎บริโภคสํวนใหญํจึงมีความพึงพอใจในระดับมากตํอลักษณะและคุณภาพข๎าวโพดหวานพันธุ๑ สงขลา 84-1 โดยเฉพาะรสชาติ และความหวาน คิดเป็น 60.0 และ 68.6 เปอร๑เซ็นต๑ ตามลำดับ และข๎าวโพดหวานทั้ง 2 พันธุ๑มีอัตราผลตอบแทนตํอการลงทุน (Benefit cost ratio: BCR) มากกวำ 2 แสดงวำข๎าวโพดหวานทั้ง 2 พันธุ๑มีความเหมาะตํอการผลิตและคุ๎มคำในการลงทุน การทดสอบข๎าวโพดหวานพันธุ๑สงขลา 84-1 ซึ่งเป็นพันธุ๑แนะนำของกรมวิชาการเกษตรนำมาทดสอบในแปลงเกษตรกร โดยเปรียบเทียบกับพันธุ๑การค๎าของบริษัทเอกชนที่เกษตรกรใช๎ปลูกอยูํเดิม (พันธุ๑ซันสวีท 05) เพื่อเพิ่มทางเลือกในการใช๎พันธุ๑ข๎าวโพดหวาน ตลอดจนการยอมรับพันธุ๑สงขลา 84-1 และเป็นการทดสอบศักยภาพการให๎ผลผลิตของข๎าวโพดหวานพันธุ๑สงขลา 84-1 ทำการทดสอบที่อำเภอรือเสาะ จังหวัดนราธิวาส ดำเนินการทดสอบ 3 ปี โดยคัดเลือกเกษตรกรเข๎ารํวมดำเนินการ จำนวน 10 รายตํอปี ใช๎พื้นที่ 20 ไรํ พร๎อมทั้งใช๎วิธีการปลูกและปฏิบัติตามคำแนะนำของกรมวิชาการเกษตร จากการทดลอง พบวำ พันธุ๑สงขลา 84-1 ให๎คำเฉลี่ยผลผลิตฝักสดทั้งเปลือก และคำเฉลี่ยผลผลิตฝักสดปอกเปลือก ทั้ง 3 ปี ตั้งแตํ ปี 2557-2559 น๎อยกวำพันธุ๑ซันสวีท 05 ทำให๎มีกำไรน๎อยกวำการปลูกพันธุ๑ซันสวีท 05 แตํการปลูกข๎าวโพดหวานทั้ง 2 พันธุ๑ ถือวำคุ๎มคำตํอการลงทุน อยำงไรก็ตาม เกษตรกรยอมรับพันธุ๑สงขลา 84-1 และมีความต๎องการปลูกข๎าวโพดหวานพันธุ๑สงขลา 84-1 เนื่องจากมีความพึงพอใจในรสชาติ รูปทรงของฝักที่มีการติดเมล็ดเต็ม และสามารถลดต๎นทุนการผลิตในเรื่องของราคาเมล็ดพันธุ๑ ถั่วลิสง การขาดแคลนพันธุ๑ดี มีจำนวนพันธุ๑ให๎เลือกปลูกน๎อยคือปัญหาของเกษตรกรผู๎ผลิตถั่วลิสงและปัญหาเกษตรกรมีการใช๎ไรโซเบียมน๎อยหรือไมํใช๎เพื่อเพิ่มผลผลิตและคุณภาพถั่วลิสงในภาคใต๎ตอนลำง ดังนั้น จึงนำถั่วลิสงพันธุ๑ใหมํมาปลูกทดสอบการให๎ผลผลิตและเปรียบเทียบการมีรายได๎สุทธิจากการใช๎พันธุ๑ที่แตกตำงกัน และทดสอบการใช๎ไรโซเบียม 2 ชนิดคลุกเมล็ดพันธุ๑กํอนปลูก สำหรับใช๎เป็นทางเลือกให๎กับเกษตรกร โดยการทดสอบพันธุ๑ถั่วลิสงพันธุ๑ใหมํ คือ ขอนแกํน 84-8 กับพันธุ๑เดิมที่เกษตรกรในพื้นที่นิยมปลูกคือ พันธุ๑ไทนาน 9 และสข.38 ดำเนินการ 3 จังหวัด คือ จังหวัดพัทลุง ในปี 2557-2558 ที่แปลงเกษตรกรตำบลคลองทรายขาว อำเภอกงหรา จังหวัดพัทลุง เปรียบเทียบระหวำงพันธุ๑ขอนแกํน 84-8 กับพันธุ๑ไทนาน 9 และในปี 2559 ขยายผลการทดสอบไปที่ตำบลทำสะบ๎า อำเภอวังวิเศษ จังหวัดตรัง เปรียบเทียบระหวำงพันธุ๑ขอนแกํน 84-8 กับพันธุ๑ สข.38 ดำเนินการทดสอบกับเกษตรกรจังหวัดละ 5 รายๆ ละ 2 ไรํ การทดสอบพันธุ๑ถั่วลิสงจังหวัดสงขลา ดำเนินการในพื้นที่ อำเภอสิงหนคร อำเภอนาหมํอม อำเภอหาดใหญํ และอำเภอเมืองจังหวัดสงขลา จำนวน 10 รายๆ ละ 2 ไรํ ดำเนินการระหวำงเดือนกันยายน 2557 ถึงเดือนตุลาคม 2559 เพื่อทดสอบศักยภาพการให๎ผลผลิตของถั่วลิสงพันธุ๑ขอนแกํน 84-8 พันธุ๑ใหมํในสภาพการผลิตของเกษตรกร และถั่วลิสงพันธุ๑ สข.38 การทดสอบการใช๎ไรโซเบียมในการเพิ่มผลผลิตและคุณภาพถั่วลิสงในจังหวัดสงขลา ตั้งแตํปี ตุลาคม 2556-กันยายน 2559 วิธีดำเนินการคัดเลือกเกษตรกรเข๎ารํวมโครงการจำนวน 10 ราย วางแผนการทดลองแบบ Randomized complete block design (RCBD) มี 2 ซ้ำ 4 กรรมวิธี ดังนี้ 1) ไมํใช๎ไรโซเบียม ใสํปุ๋ยอัตรา 3-9-6 กิโลกรัม (N-P2O5-K2O) ตํอไรํ 2) ไมํใช๎ไรโซเบียม ใสํปุ๋ยอัตรา 0-9-6 กิโลกรัม (N-P2O5-K2O) ตํอไรํ 3) ใช๎ไรโซเบียมชนิดผง ใสํปุ๋ยอัตรา 0-9-6 กิโลกรัม (N-P2O5-K2O) ตํอไรํ 4) ใช๎ไรโซเบียมชนิดเม็ด ใสํปุ๋ยอัตรา 0-9-6 กิโลกรัม (N-P2O5-K2O) ตํอไรํ ดำเนินการในแปลงเกษตรกร ตำบลทุํงหวัง อำเภอเมือง ตำบลคลองเปรี๊ยะ และตำบลปุาชิง อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา ผลการทดสอบพันธุ๑ถั่วลิสง จังหวัดพัทลุง ปี 2557 พบวำ พันธุ๑ทำให๎ผลผลิตฝักสดและฝักแห๎งแตกตำงกันทางสถิติ พันธุ๑ขอนแกํน 84-8 ให๎ผลผลิตฝักสดเฉลี่ย 463 กิโลกรัมตํอไรํ และพันธุ๑ไทนาน 9 ให๎ผลผลิตฝักสดเฉลี่ย 571 กิโลกรัมตํอไรํ พันธุ๑ขอนแกํน 84-8 ให๎ผลผลิตฝักสดต่ำกวำไทนาน 9 เทำกับ 108 กิโลกรัมตํอไรํ ต่ำกวำร๎อยละ 18.91 สํวนผลผลิตฝักแห๎งพันธุ๑ขอนแกํน 84-8 ให๎ผลผลิตฝักแห๎งได๎ต่ำกวำพันธุ๑ไทนาน 9 เชํนเดียวกัน โดยมีผลผลิตฝักแห๎งเทำกับ 258 และ 324 กิโลกรัมตํอไรํ ตามลำดับ ผลตอบแทนทางเศรษฐศาสตร๑ พบวำ พันธุ๑ขอนแกํน 84-8 ทำให๎มีรายได๎สุทธิ 3,006 บาทตํอไรํ และพันธุ๑ไทนาน 9 มีรายได๎สุทธิ 4,644 บาทตํอไรํ เป็นรายได๎ที่ต่ำกวำการใช๎พันธุ๑ไทนาน 9 1,638 บาทตํอไรํ ในปี 2558 พบวำ ถั่วลิสงทั้ง 2 พันธุ๑ ให๎ผลผลิตฝักสดและฝักแห๎งไมํแตกตำงกันทางสถิติ โดยที่พันธุ๑ขอนแกํน 84-8 และไทนาน 9 ให๎ผลผลิตฝักสดเฉลี่ย 585 และ 561 กิโลกรัมตํอไรํ ตามลำดับ และให๎ผลผลิตฝักแห๎ง 287 และ 276 กิโลกรัมตํอไรํ ตามลำดับ ผลตอบแทนทางเศรษฐศาสตร๑ พบวำ ถั่วลิสงทั้ง 2 พันธุ๑มีรายได๎สุทธิเฉลี่ยได๎ใกล๎เคียงกัน คือ พันธุ๑ขอนแกํน 84-8 มีรายได๎สุทธิเฉลี่ย 9,924 บาทตํอไรํ สํวนพันธุ๑ไทนาน 9 รายได๎สุทธิเฉลี่ย 9,788 บาทตํอไรํ จังหวัดตรัง ประสบปัญหาน้ำทํวม สามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได๎เพียง 2 ราย ผลการทดสอบ พบวำ พันธุ๑ให๎ผลผลิตฝักสดและฝักแห๎งเฉลี่ยแตกตำงกันทางสถิติ พันธุ๑ขอนแกํน 84-8 ให๎ผลผลิตฝักสดเฉลี่ย 413 กิโลกรัมตํอไรํ ซึ่งต่ำกวำพันธุ๑ สข.38 ที่ให๎ผลผลิตฝักสดเฉลี่ย 678 กิโลกรัมตํอไรํ ต่ำกวำร๎อยละ 64.16 และมีรายได๎สุทธิจากพันธุ๑ขอนแกํน 84-8 ต่ำกวำพันธุ๑ สข.38,885 บาทตํอไรํ โดยพันธุ๑ขอนแกํน 84-8 มีรายได๎สุทธิเฉลี่ย 14,713 บาทตํอไรํ และพันธุ๑ สข.38 มีรายได๎สุทธิเฉลี่ย 15,598 บาทตํอไรํ สรุปในภาพรวมได๎วำพันธุ๑ทดสอบขอนแกํน 84-8 ให๎ผลผลิตและรายได๎สุทธิต่ำกวำพันธุ๑ไทนาน 9 และสข.38 แตํเกษตรกรทั้ง 2 แหลํงที่ทำการทดสอบให๎การยอมรับถั่วลิสงพันธุ๑ขอนแกํน 84-8 โดยพึงพอใจในลักษณะประจำพันธุ๑ที่คล๎ายคลึงกับสข.38 และการเก็บเกี่ยวงำยกวำพันธุ๑ไทนาน 9 จังหวัดสงขลาผลการดำเนินงานพบวำ ปี 2557 และ 2558 ถั่วลิสงพันธุ๑ขอนแกํน 84-8 ให๎ผลผลิตมากกวำ ถั่วลิสงพันธุ๑สข.38 สํวนในปี 2559 ผลผลิตถั่วลิสงทั้งสองพันธุ๑ไมํมีความแตกตำงกันทางสถิติ สำหรับคุณภาพของเมล็ดพันธุ๑ พบวำ เปอร๑เซ็นต๑การกะเทาะของถั่วลิสงพันธุ๑ขอนแกํน 84-8 ไมํมีความแตกตำงกันทางสถิติกับถั่วลิสงพันธุ๑สข. 38 จากการศึกษาการยอมรับเทคโนโลยีเรื่องพันธุ๑ถั่วลิสง พบวำ เกษตรกรที่ปลูกถั่วลิสงปี 2558 และ 2559 ให๎การยอมรับถั่วลิสงทั้งสองพันธุ๑ เนื่องจากมีพํอค๎ารับซื้อตลอดปีเพื่อขายเป็นถั่วลิสงฝักต๎ม และพบวำ อัตราสํวนผลตอบแทนตํอต๎นทุน (Benefit cost ratio: BCR) อยูํระหวำง 1.64-3.15 ซึ่งมากกวำ 1 เกษตรกรสามารถลงทุนได๎ซึ่งให๎ผลคุ๎มคำทางเศรษฐกิจ การทดสอบการใช้ไรโซเบียมในการเพิ่มผลผลิตและคุณภาพถั่วลิสงในจังหวัดสงขลา ผลการทดลอบพบวำ ปี 2557 ผลผลิตฝักสดเฉลี่ยของทุกกรรมวิธีไมํแตกตำงทางสถิติ ซึ่งกรรมวิธีไมํใช๎ไรโซเบียมใสํปุ๋ย 3-9-6 กิโลกรัม (N-P2O5-K2O) ตํอไรํ ใช๎ไรโซเบียมชนิดเม็ดรํวมกับใสํปุ๋ย 0-9-6 กิโลกรัม (N-P2O5-K2O) ตํอไรํ และใช๎ไรโซเบียมชนิดผงรํวมกับใสํปุ๋ย 0-9-6 กิโลกรัม (N-P2O5-K2O) ตํอไรํให๎ผลผลิตฝักสดเฉลี่ยเทำกับ 612.78, 612.61 และ 582.96 กิโลกรัมตํอไรํ ตามลำดับ ซึ่งสูงกวำกรรมวิธีไมํใช๎ไรโซเบียมใสํปุ๋ย 0-9-6 กิโลกรัม (N-P2O5-K2O) ตํอไรํ ที่ได๎ผลผลิตฝักสดเฉลี่ย 554.76 กิโลกรัมตํอไรํ ปี2558 กรรมวิธีที่ใช๎ ไรโซเบียมชนิดเม็ดรํวมกับใสํปุ๋ย 0-9-6 กิโลกรัม (N-P2O5-K2O) ตํอไรํ ให๎ผลผลิตฝักสดเฉลี่ยสูงสุด คือ 693.72 กิโลกรัมตํอไรํ ซึ่งแตกตำงทางสถิติอยำงมีนัยสำคัญยิ่งกับกรรมวิธีไมํใช๎ไรโซเบียมใสํปุ๋ย 0-9-6 กิโลกรัม (N-P2O5-K2O) ตํอไรํ ที่ได๎ผลผลิต 598.67 กิโลกรัมตํอไรํ ปี2559 พบวำ กรรมวิธีใช๎ไรโซเบียมชนิดผงรํวมกับใสํปุ๋ย 0-9-6 กิโลกรัม (N-P2O5-K2O) ตํอไรํ ให๎ผลผลิตฝักสดเฉลี่ยสูงสุด 780.00 กิโลกรัมตํอไรํ ซึ่งแตกตำงทางสถิติอยำงมีนัยสำคัญยิ่งกับกรรมวิธีไมํใช๎ไรโซเบียมใสํปุ๋ย 0-9-6 กิโลกรัม (N-P2O5-K2O) ตํอไรํที่ได๎ผลผลิตฝักสดเฉลี่ยต่ำสุด คือ 695.04 กิโลกรัมตํอไรํ สรุปภาพรวม ใน 3ปีพบวำการใช๎ไรโซเบียมทั้งชนิดผงและเม็ดโดยไมํใสํปุ๋ยไนโตรเจน สามารถเพิ่มผลผลิตถั่วลิสงและทดแทนการใสํปุ๋ยไนโตรเจนได๎ เนื่องจากการใช๎ไรโซเบียมชนิดเม็ดและผงทำให๎ได๎ผลผลิตฝักสดเฉลี่ย 3 ปี คือ 684.86 และ 670.55 กิโลกรัมตํอไรํ ซึ่งสูงกวำกรรมวิธีที่ไมํคลุกแตํใสํปุ๋ยไนโตรเจน 3 กิโลกรัมไนโตรเจนตํอไรํเล็กน๎อยซึ่งผลผลิตเฉลี่ย 661.01 กิโลกรัมตํอไรํ ทดแทนปุ๋ยไนโตรเจนและลดต๎นทุนเรื่องปุ๋ย 161.26 บาทตํอไรํ ทำให๎รายได๎สุทธิมากกวำการไมํคลุกไรโซเบียมแล๎วใสํปุ๋ยไนโตรเจนเทำกับ 495.16-996.01 บาทตํอไรํ เมื่อเปรียบเทียบกับการไมํคลุกไรโซเบียมไมํใสํปุ๋ยไนโตรเจน (ตัวควบคุม) รายได๎สุทธิที่เพิ่มขึ้น 1,883. 65-2,384.50 บาทตํอไรํ จำนวนปมรากถั่วของกรรมวิธีที่ใช๎ไรโซเบียมชนิดผงและชนิดเม็ดมีจำนวนปมรากถั่วเฉลี่ยสูง 26.44 และ 25.74 ปมตํอต๎น สํวนด๎านความสูงและจำนวนแขนงตํอต๎นของแตํละกรรมวิธีไมํแตกตำงทางสถิติความสูงเฉลี่ย 59.77-62.56 เซนติเมตร จำนวนแขนงตํอต๎น 8.67-9.04 แขนง ผลตอบแทนทางเศรษฐกิจการใช๎ไรโซเบียมชนิดเม็ดและชนิดผงทำให๎มีรายได๎เฉลี่ย 23,970.10 และ 23,469.25 บาทตํอไรํ ตามลำดับ ไมํแตกตำงกับการไมํใช๎ไรโซเบียมแตํใสํปุ๋ยไนโตรเจนมีรายได๎เฉลี่ย 23,135.35 บาทตํอไรํ สํวนการไมํใช๎ไรโซเบียมและไมํใสํปุ๋ยไนโตรเจนรายได๎เฉลี่ย 21,565.60 บาทตํอไรํ เมื่อหักต๎นทุนการผลิต 6,084.20-6,265.46 บาทตํอไรํ แล๎วทำให๎การใช๎ไรโซเบียมชนิดเม็ดและชนิดผงมีรายได๎สุทธิเฉลี่ย 17,865.90 และ 17,365.05 บาทตํอไรํ ตามลำดับ การไมํใช๎ไรโซเบียมแตํใสํปุ๋ยไนโตรเจนรายได๎สุทธิเฉลี่ย 16,869.89 บาทตํอไรํ สำหรับการไมํใช๎ไรโซเบียมและไมํใสํปุ๋ยไนโตรเจนรายได๎สุทธิเฉลี่ย15,481.40 บาทตํอไรํ ด๎านผลตอบแทนตํอการลงทุน (BCR) พบวำ ทุกกรรมวิธีมีคำสูงกวำ 1 อยูํระหวำง 3.54-3.93 แสดงวำเกษตรกรสามารถนำไปปฏิบัติได๎ทุกกรรมวิธีทำให๎ได๎กำไร ไมํมีความเสี่ยง วิธีการใช๎ ไรโซเบียมชนิดเม็ดรํวมกับปุ๋ย 0-9-6 กิโลกรัม (N-P2O5-K2O) ตํอไรํมีคำ BCR สูงสุด 3.93 ความพึงพอใจของเกษตรกรตํอเทคโนโลยีการผลิตถั่วลิสง พบวำ เกษตรกรสํวนใหญํมีความพึงพอใจในเทคโนโลยีการผลิตถั่วลิสงทั้งชุดภาพรวมอยูํระดับมาก (คะแนน 4.46) การใช๎ไรโซเบียมชนิดผงและชนิดเม็ดระดับความพึงพอใจมากที่สุด เพราะคิดวำชํวยให๎ผลผลิตเพิ่มขึ้น แตํไมํมีเกษตรกรรายใดนำไปปฏิบัติเนื่องจากหาซื้อยาก ถั่วหรั่ง: ปลูกเปรียบเทียบการให๎ผลผลิตและรายได๎สุทธิจากการใช๎พันธุ๑ถั่วหรั่งจำนวน 2 กรรมวิธี คือ วิธีทดสอบ (TVsu 89) กับวิธีเกษตรกร (พันธุ๑สงขลา 1) ดำเนินการในปี 2557-2558 ที่แปลงเกษตรกรตำบลตะโหมด อำเภอตะโหมด จังหวัดพัทลุง จำนวน 10 ราย และในปี 2559 ดำเนินการกับเกษตรกรรายเดิมในพื้นที่เดิม จำนวน 6 ราย และขยายผลการทดสอบไปยังพื้นที่ใหมํในตำบลคลองใหญํ อำเภอตะโหมด จังหวัดพัทลุง ดำเนินการกับเกษตรกรรายใหมํ จำนวน 4 รายการ ทดสอบพันธุ๑ถั่วหรั่งในจังหวัดปัตตานี ดำเนินการในแปลงเกษตรกร จำนวน 10 ราย ตำบลพํอมิ่ง อำเภอปะนาเระ จังหวัดปัตตานี ระหวำงปี 2557-2559 ปลูกทดสอบพันธุ๑ถั่วหรั่ง จำนวน 2 พันธุ๑ คือ พันธุ๑ TVsu 89 (วิธีทดสอบ) และพันธุ๑ TVsu 870 (วิธีเกษตรกร) ผลการทดสอบในปี 2557จังหวัดพัทลุง พบวำ พันธุ๑ TVsu 89 ให๎ผลผลิตฝักสดเฉลี่ย 597 กิโลกรัมตํอไรํ ไมํแตกตำงกันทางสถิติกับสงขลา 1 ที่มีผลผลิตเฉลี่ย 573 กิโลกรัมตํอไรํ แตํพันธุ๑ TVsu 89 มีรายได๎สุทธิสูงกวำพันธุ๑สงขลา 1 เทำกับ 1747 บาทตํอไรํ โดยมีรายได๎สุทธิ 5,862 บาทตํอไรํ แตํผลการทดสอบในปี 2558 พบวำ พันธุ๑สงขลา 1 ให๎ผลผลิตฝักสด 616 กิโลกรัมตํอไรํ ซึ่งแตกตำงกันทางสถิติกับพันธุ๑ TVsu 89 ที่ให๎ผลผลิตฝักสด 466 กิโลกรัมตํอไรํ เนื่องจากกํอนเก็บเกี่ยวพันธุ๑สงขลา 1 น้ำทํวมขังแปลง จึงทำให๎ฝักอวบน้ำ แตํเมื่อลดความชื้นทั้ง 2 พันธุ๑ มีผลผลิตฝักแห๎งเทำกัน 142 กิโลกรัมตํอไรํ และสงขลา 1 มีรายได๎สุทธิสูงกวำ 1,988 บาทตํอไรํ โดยมีรายได๎สุทธิ 5,277 บาทตํอไรํ ในปี 2559 ผลการทดสอบเกษตรกรรายเดิม พบวำ พันธุ๑สงขลา 1 ให๎ผลผลิตฝักสดได๎สูงกวำ คือ 493 กิโลกรัมตํอไรํ ซึ่งแตกตำงกันทางสถิติกับ TVsu 89 ที่มีผลผลิตฝักสด 408 กิโลกรัมตํอไรํ ทำให๎รายได๎สุทธิจาก TVsu 89 ต่ำกวำสงขลา 1 867 บาทตํอไรํ โดยมีรายได๎สุทธิ 3,623 บาทตํอไรํ ผลการทดสอบกับเกษตรกรรายใหมํ พบวำ ถั่วหรั่งพันธุ๑ TVsu 89 ให๎ผลผลิตฝักสดเฉลี่ยได๎ใกล๎เคียงกับพันธุ๑สงขลา 1 โดยมีผลผลิตฝักสดเฉลี่ย 461 กิโลกรัมตํอไรํ ในขณะที่ พันธุ๑สงขลา 1 ให๎ผลผลิตฝักสดเฉลี่ย 455 กิโลกรัมตํอไรํ ถั่วหรั่งทั้งสองพันธุ๑มีศักยภาพในการให๎ผลผลิตไมํแตกตำงกันแตํมีรายได๎สุทธิเฉลี่ยจากพันธุ๑ TVsu 89 สูงกวำพันธุ๑สงขลา 1 2,354 บาทตํอไรํ หากคิดคำแรงงานและเมื่อไมํคิดคำแรงงานมีรายได๎สุทธิสูงกวำพันธุ๑สงขลา 1 3,091 บาทตํอไรํ เนื่องจากเกษตรกรสามารถจำหนำยผลผลิตได๎ในราคาที่สูงกวำเพราะผลผลิตออกสูํตลาดในชํวงต๎นของฤดูกาล จังหวัดปัตตานีผลการทดสอบในปี 2557 พบวำ ถั่วหรั่งพันธุ๑ TVsu 89 ให๎ผลผลิตฝักสด เฉลี่ย 490 กิโลกรัมตํอไรํ ไมํแตกตำงกันทางสถิติกับพันธุ๑ TVsu 870 ที่ให๎ผลผลิตฝักสดเฉลี่ย 567 กิโลกรัมตํอไรํ แตํพันธุ๑ TVsu 89 มีรายได๎สุทธิเฉลี่ยสูงกวำพันธุ๑ TVsu 870 เทำกับ 1,120 บาทตํอไรํ โดยมีรายได๎สุทธิเฉลี่ย 7,895 บาทตํอไรํ ในปี 2558 พบวำ ถั่วหรั่งพันธุ๑ TVsu 89 ให๎ผลผลิตฝักสดเฉลี่ย 470 กิโลกรัมตํอไรํ แตกตำงกันทางสถิติกับพันธุ๑ TVsu 870 ที่ให๎ผลผลิตฝักสดเฉลี่ย 585 กิโลกรัมตํอไรํ พันธุ๑ TVsu 89 มีรายได๎สุทธิเฉลี่ยสูงกวำพันธุ๑ TVsu 870 เทำกับ 1,037 บาทตํอไรํ โดยมีรายได๎สุทธิเฉลี่ย 7,652 บาทตํอไรํ และในปี 2559 พบวำ ถั่วหรั่งพันธุ๑ TVsu 89 ให๎ผลผลิตฝักสดเฉลี่ย 316 กิโลกรัมตํอไรํ แตกตำงกันทางสถิติกับพันธุ๑ TVsu 870 ที่ให๎ผลผลิตฝักสดเฉลี่ย 240 กิโลกรัมตํอไรํ โดยพันธุ๑ TVsu 89 มีรายได๎สุทธิเฉลี่ยสูงกวำพันธุ๑ TVsu 870 เทำกับ 2,648 บาทตํอไรํ โดยมีรายได๎สุทธิเฉลี่ย 4,300 บาทตํอไรํ

คำสำคัญ

Climate changeการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศPesticideorchidปุ๋ยอินทรีย์พริกSweet cornSiliconMangosteenGood Agricultural Practiceการออกดอกแก่นตะวันbio-fertilizerเกษตรดีที่เหมาะสมChrysanthemumgroundnutChilliมังคุดCurcumaAgricultural ProductซิลิกอนลองกองRhizobiumRobusta coffeeเบญจมาศLongkongเทคโนโลยีที่เหมาะสมศัตรูพืชAppropriate technologyเพลี้ยไฟการจัดการธาตุอาหารพืชผลิตผลทางการเกษตรBloomflowering inductionTechnologiesการรัดกิ่งถั่วหรั่งการชักนำการออกดอกIntegrated cropplant nutrient managementกาแฟพันธุ์โรบัสต้าการควั่นลำต้นการตัดรากเทคโนโลยีที่การผลิตกาแฟปุ๋ยชีวภาพจุลินทรีย์ละลายฟอสเฟตและวิธีปฏิบัติตามคำแนะนำของกรมวิชาการเกษตรวิธีปฏิบัติแบบเกษตรกรสวนเดี่ยวสวนผสมand anthuriumand ChilliElaeisguineensisJacq. Phosphate SolubilizingMicroorganismsGood Agricultural Practiceof coffeelimb strangulationmangosteenthripsnet bagOrganicFertiliZerPest OrchidPotential of Crop Productionroot pruningsingle cropstranded stemTechnologies of Robusta Coffee Productionvarietal testingกาแฟ:การชักนำการออกดอกการออกดอกการตัดรากการรัดกิ่งการควั่นลำต้นมังคุดเพลี้ยไฟมังคุดการทดสอบพันธุ์ไรโซเบียมการผลิตกาแฟที่ถูกต้องและเหมาะสมเกษตรดีที่เหมาะสมเทคโนโลยีที่เหมาะสมศักยภาพการผลิตสารเคมีป้องกันกำจัดศัตรูพืชถั่วลิสงข้าวโพดหวานถั่วลิสงข้าวโพดหวานการทดสอบพันธุ์ไรโซเบียมเทคโนโลยีการห่อผลถุงตาข่ายถุงกระดาษไขปทุมมาหน้าวัวตัดใบปาล์มน้ำมันการจัดการธาตุอาหารพืชพืชไร่เศรษฐกิจ:ไม้ดอกไม้ประดับ:ไม้ผลเศรษฐกิจ:ลองกองและพืชผักเศรษฐกิจศักยภาพการผลิตสารเคมีป้องกันกำจัดศัตรูพืชหน้าวัวกล้วยไม้ดาหลา

งานวิจัยในหัวข้อใกล้เคียง

การทดสอบข้าวนาที่สูงสายพันธุ์ดี และการถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตเมล็ดพันธุ์ดีเฉพาะพื้นที่เพื่อความมั่นคงทางอาหารของกลุ่มชาติพันธุ์บนพื้นที่สูงในภาคเหนือตอนบน

อาทิตยา ยอดใจ สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) พ.ศ. 2565

โครงการวิจัยการทดสอบเทคโนโลยีการผลิตเพื่อเพิ่มผลผลิตและคุณภาพถั่วเหลืองเฉพาะพื้นที่

ศุภชัย อติชาติ กรมวิชาการเกษตร พ.ศ. 2556

โครงการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีการผลิตมันขี้หนู

จิระ สุวรรณประเสริฐ กรมวิชาการเกษตร พ.ศ. 2556

การคัดเลือกระยะปลูกและสายพันธุ์ถั่วลิสงที่เหมาะสมต่อการผลิตเมล็ด และต้นถั่วลิสงแห้งอาหารสัตว์บนพื้นที่นาของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

ทรงยศ โชติชุติมา สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) (สวก.) พ.ศ. 2563

การพัฒนาและทดสอบเทคโนโลยีการผลิตลองกองที่เหมาะสมในพื้นที่ภาคใต้ตอนล่าง

ศรินณา ชูธรรมธัช สำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตที่ 8 พ.ศ. 2559

การศึกษาความหลากหลายของพันธุ์ข้าวพื้นเมืองและพันธุ์ข้าวปลูกในพื้นที่ดินเปรี้ยวจังหวัดฉะเชิงเทรา.

พิชญสิณี อริยธนะกตวงศ์ มหาวิทยาลัยราชภัฏราชนครินทร์ พ.ศ. 2556

การพัฒนาห่วงโซ่อุปทาน การผลิตและใช้ประโยชน์จากข้าวพันธุ์เมล็ดฝ้าย

จิรวัฒน์ สนิทชน หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ (บพท.) พ.ศ. 2563

โครงการวิจัยเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและการใช้ประโยชน์พืชท้องถิ่นภาคใต้ตอนบน

ไพบูรณ์ เปรียบยิ่ง กรมวิชาการเกษตร พ.ศ. 2565

การวิจัยและพัฒนากลุ่มพืชไร่เศรษฐกิจอื่นๆ

พิเชษฐ์ กรุดลอยมา กรมวิชาการเกษตร พ.ศ. 2553

โครงการวิจัยและพัฒนาการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตพืชเศรษฐกิจในพื้นที่ภาคเหนือตอนล่าง

วราพงษ์ ภิระบรรณ์ กรมวิชาการเกษตร พ.ศ. 2565