ความหลากหลายทางชีวภาพ ปัจจัยที่มีผลต่อการแพร่กระจายของประชากรปลาและการจัดการแบบการมีส่วนร่วมในพื้นที่ชุ่มน้ำลำน้ำมูล จังหวัดสุรินทร์และบุรีรัมย์
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การศึกษาการแพร่กระจายของประชากรปลา แพลงก์ตอน สัตว์หน้าดิน และรวบรวมพรรณไม้น้ำที่ในพื้นที่ชุ่มน้ำจังหวัดสุรินทร์ และจังหวัดบุรีรัมย์ โดยศึกษาทั้งหมด 4 ช่วงฤดูกาล คือ ฤดูแล้ง (ธันวาคม –กุมภาพันธ์), ฤดูปรับเปลี่ยน 1 (มีนาคม – พฤษภาคม), ฝน (มิถุนายน – สิงหาคม) และฤดูปรับเปลี่ยน 2 (กันยายน – พฤศจิกายน) จำนวนทั้งสิ้น 5 สถานี เพื่อเป็นข้อมูลพื้นฐานในการบริหารจัดการและอนุรักษ์ทรัพยากรประมงในพื้นที่ชุ่มน้ำให้มีความยั่งยืน ผลการศึกษาพบปลา 23 วงศ์ 77 ชนิด โดยพบปลาในวงศ์ปลาตะเพียน ปลาซิว ปลาสร้อย (Cyprinidae) มากที่สุด 30 ชนิด รองลงมาพบวงศ์ปลากด ปลาแขยง (Bagridae) 6 ชนิด ส่วนปลาที่มีเปอร์เซ็นต์ความถี่ในการพบสูงสุด 3 ลำดับแรก ได้แก่ ปลาซิวควาย (Rasbora dusonensis) มีค่าเท่ากับ 9.8 ปลาสร้อยขาว (Henicorhynchus siamensis) มีค่าเท่ากับ 8.23 และปลาตะเพียนขาว (Barbonymus gonionotus) มีค่าเท่ากับ 8.08 การศึกษารูปแบบการรวมกลุ่มของปลา พบว่า สามารถแบ่งได้ 3 กลุ่ม จะพบการแพร่กระจายในทุกสถานีสำรวจในช่วงฤดูฝน ได้แก่ ปลาหมูขาว (Botia modesta) ปลากดเหลือง (Hemibagrus nemurus) และปลาแขยงธง (Herterbagrus bocourti) ส่วนปลาในกลุ่มที่ 2 จะพบการแพร่กระจายในทุกสถานีสำรวจในช่วงฤดูแล้ง ได้แก่ ปลาตะเพียนทอง (Barbonymus altus) ปลากดเหลือง (Hemibagrus nemurus) และปลาแขยงธง (Herterbagrus bocourti) และกลุ่มที่ 3 พบการแพร่กระจายในพื้นที่ตำบลกุดจับ อำเภอท่าตูม จังหวัดสุรินทร์ (ST4) ในช่วงฤดูปรับเปลี่ยน1 และปรับเปลี่ยน 2 ได้แก่ ปลากดเหลือง (Hemibagrus nemurus) ปลาซ่า (Labiobarbus siamensis) และปลาแขยงธง (Herterbagrus bocourti) สำหรับการวิเคราะห์ผลของคุณภาพน้ำและอิทธิพลทางกายภาพของแหล่งน้ำที่มีต่อชนิดของปลา พบว่า ปลากลุ่มที่ 1 จะสัมพันธ์กับค่าความขุ่นของน้ำ ค่าแอมโมเนีย และค่าไนไตรท์ มีปลา 7 ชนิด ได้แก่ ปลาตะเพียนทอง ปลาซิวแก้ว ปลาซิวควาย ปลากระดี่หม้อ ปลาแขยงธง ปลาซ่า และปลาปักเป้าจุดแดง กลุ่มที่ 2 กลุ่มปลามีความสัมพันธ์แบบแปรผันตรงกับค่าความนำไฟฟ้า มีปลา 7 ชนิด ได้แก่ ปลาหมูขาว ปลานิล ปลาเสือสุมาตรา ปลาช่อน ปลาร่องไม้ตับ ปลาใบไม้และปลาหมากมั่ง กลุ่มที่ 3 กลุ่มปลามีความสัมพันธ์แบบแปรผันตรงกับปริมาณออกซิเจนละลายในน้ำ คลอโรฟิลด์ เอ ค่าความโปร่งแสง และค่าความเป็นกรดด่างของน้ำ มีปลา 7 ชนิด ได้แก่ ปลาพรมหัวเหม็น ปลานิลแดง ปลากดเหลือง ปลาสร้อยนกเขา ปลากระดี่นาง ปลาบู่แคระ และปลาสร้อยหลอด และกลุ่มที่ 4 กลุ่มปลามีความสัมพันธ์แบบแปรผันตรงกับออร์โธฟอสฟอรัส ค่าสารแขวนลอยทั้งหมด ค่าอุณหภูมิของน้ำ ค่าสารละลายทั้งหมด และค่าปริมาณของแข็งทั้งหมด มีปลา 5 ชนิด ได้แก่ ปลากะสง ปลาสร้อยขาว ปลาไหลนา ปลาถั่วงอก และปลาบู่หางดอก ส่วนแพลงก์ตอนพืชพบจำนวน 45 วงศ์ 72 ชนิด ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ใน ดิวิชัน Chlorophyta พบแพลงก์ตอนสัตว์จำนวน 35 วงศ์ 72 ชนิด ซึ่งพบในไฟลัม Rotifera มากที่สุดจำนวน 48 ชนิด พบสัตว์หน้าดินทั้งสิ้น 27 วงศ์ 39 ชนิด ซึ่งพบมากที่สุดจัดอยู่ในชั้น Gastropoda พบชนิดของพรรณไม้น้ำ 32 ชนิด แบ่งเป็น พืชชายน้ำคิดเป็นจำนวนร้อยละ 50 พืชลอยน้ำร้อยละ 25 พืชโผล่เหนือน้ำร้อยละ 12.5 และพืชใต้น้ำร้อยละ 12.5 ของพรรณไม้น้ำที่พบทั้งหมด ทั้งนี้ปัจจุบันปริมาณสัตว์น้ำที่จับได้ลดลง และขาดทุนทรัพย์ในการดำเนินงานและขยายพื้นที่ทำการประมง เนื่องจากต้นทุนอุปกรณ์ในการประมงสูงขึ้น จึงส่งผลกระทบกับสภาวะเศรษฐกิจและสังคมของชุมชนบริเวณพื้นที่ชุ่มน้ำจังหวัดสุรินทร์และจังหวัดบุรีรัมย์