รายงานฉบับสมบูรณ์พ.ศ. 2559
การประยุกต์ใช้ระบบสารสนเทศทางภูมิศาสตร์และปัจจัยสิ่งแวดล้อมในการทำแผนที่ความเสี่ยงของการเกิดดินถล่มบริเวณบ้านนางแลใน อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย
กฤตวิชญ์ สุขอึ้ง มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย พ.ศ. 2559 ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
ดินถล่มเกิดจากการถล่มตัวของแผ่นดินตามธรรมชาติ และจากกิจกรรมต่าง ๆ ของมนุษย์ เช่น การทำลายป่าไม้ และการตัดถนน เป็นต้น การกำหนดพื้นที่ที่มีโอกาสเสี่ยงในการเกิดดินถล่ม โดยการประยุกต์ใช้ระบบสารสนเทศทางภูมิศาสตร์ และแบบจำลองการถดถอยโลจิสติกต้องใช้ความสัมพันธ์ระหว่างพื้นที่การเกิดดินถล่มและปัจจัยสิ่งแวดล้อมในการผลิตแผนที่ความเสี่ยงของการเกิดดินถล่มเพื่อใช้เป็นแนวทางป้องกัน และหลีกเลี่ยงความเสี่ยงที่เกิดดินถล่ม พื้นที่ศึกษาอยู่ในบริเวณ
บ้านนางแลในหมู่ 7 อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย พื้นที่ที่เกิดร่องรอยดินถล่มมี 4 พื้นที่ ได้แก่ ผาลาดรอยวัว บ้านลิไข่ น้ำตกตาดฮาง และดอยดัง จากการสุ่มจุดภายในพื้นที่ที่เคยดินถล่มจำนวน 62 จุด พบว่า ในบริเวณพื้นที่ที่เคยเกิดดินถล่มอยู่ในพื้นที่ที่มีความสูงจากระดับน้ำทะเลโดยเฉลี่ย 675.77 เมตร ซึ่งห่างจากแม่น้ำโดยเฉลี่ย 89.45 เมตร ระดับความลาดชันโดยเฉลี่ยร้อยละ 48.53 และค่าเฉลี่ย ดัชนีความแตกต่างของพืชพรรณน้อยกว่า 0 จุดสุ่ม 34 จุด จาก 62 จุด เคยเป็นพื้นที่ที่เกิดดินถล่มซึ่งส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ปลูกพืชไร่ จากผลการวิเคราะห์แบบจำลองการถดถอยโลจิสติกที่มีการคัดเลือกตัวแปรแบบ Stepwise 2 ตัว (ความสูงจากระดับน้ำทะเล และระยะห่างจากแม่น้ำ) ซึ่งมีนัยสำคัญทางสถิติที่ 0.001 พบว่าระดับความสูงของพื้นที่เพิ่มขึ้นทำให้โอกาสของการเกิดดินถล่มเพิ่มขึ้น และพื้นที่
ที่ห่างจากแม่น้ำเพิ่มขึ้นทำให้โอกาสของการเกิดดินถล่มลดลง และความถูกต้องของแบบจำลองการถดถอยโลจิสติกเท่ากับร้อยละ 81.69 จากการวิเคราะห์แบบจำลองการถดถอยโลจิสติกร่วมกับความสัมพันธ์ระหว่างพื้นที่การเกิดดินถล่ม และปัจจัยสิ่งแวดล้อมพบว่า พื้นที่เสี่ยงต่อการเกิดดินถล่มของบ้านนางแลในหมู่ 7 มีระดับความสูงจากระดับน้ำทะเลโดยประมาณ 664-687 เมตร และมีระยะห่างจากแม่น้ำนางแลโดยเฉลี่ยไม่เกิน 100 เมตร
คำสำคัญ
Geographic Information SystemLandslideระบบสารสนเทศทางภูมิศาสตร์ดินถล่มLogistic regression modelWarningบ้านนางแลในBan Nanglae Naiเตือนภัยแบบจำลองการถดถอยโลจิสติก
งานวิจัยในหัวข้อใกล้เคียง
การผลิตแผนที่ความเสี่ยงการเกิดดินถล่มโดยใช้ระบบสารสนเทศทางภูมิศาสตร์ และแบบจ าลองการถดถอยโลจิสติกร่วมกับปัจจัยสิ่งแวดล้อม กรณีศึกษาของบ้านนางแลใน อ.เมือง จ.เชียงราย
กฤตวิชญ์ สุขอึ้ง มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย พ.ศ. 2560 การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีภูมิสารสนเทศเพื่อการจำลอง พื้นที่เสี่ยงแผ่นดินถล่มสำหรับนำมาใช้กำหนดแนวทางที่เหมาะสมในการบรรเทาความเสี่ยงภัยแผ่นดินถล่มในจังหวัดอุตรดิตถ์
ชฎา ณรงค์ฤทธิ์ คณะเกษตรศาสตร์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยนเรศวร พ.ศ. 2553 การประยุกต์ใช้ระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์จัดทำฐานข้อมูลทรัพยากรในพื้นที่เสี่ยงภัยแผ่นดินถล่มและการวางแผนจัดการพื้นที่เสี่ยงภัยดินถล่มในพื้นที่ตำบลเกาะใหญ่ อำเภอกระแสสินธุ์ ตำบลหัวเขา อำเภอสิงหนคร และตำบลเขาพระ อำเภอรัตภูมิ จังหวัดสงขลา
จิตนพา วุ่นบัว สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย พ.ศ. 2557 การประยุกต์ใช้ระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ในการวิเคราะห์พื้นที่เสี่ยงต่อการเกิดอุทกภัยลุ่มน้ำโกลก
วนัชพร แมงสาโมง มหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ พ.ศ. 2564 การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีภูมิสารสนเทศ สำหรับการทำแผนที่เสี่ยงภัยดินถล่มของจังหวัดเลย
สถาพร ไพบูลย์ศักดิ์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น พ.ศ. 2555 แผนที่แสดงระดับเสี่ยงภัยแผ่นดินไหวระดับหมู่บ้าน เพื่อการออกแบบฐานรากอย่างเหมาะสม กรณีศึกษา ตำบลทรายขาว อำเภอพาน จังหวัดเชียงราย
นิอร สิริมงคลเลิศกุล มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา พ.ศ. 2559 การประยุกต์ใช้ระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ในการวิเคราะห์หาพื้นที่เสี่ยงต่อการเกิดอุทกภัยในจังหวัดนครปฐม
ปภัสสร ดำริคุณาธร มหาวิทยาลัยศิลปากร พ.ศ. 2555 การกำหนดระบบเกษตรในเขตเสี่ยงภัยธรรมชาติบริเวณลุ่มน้ำแม่ฝาง จังหวัดเชียงใหม่
นางนวลปรางค์ ไชยตะขบ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ พ.ศ. 2552 การคาดการณ์พื้นที่เสี่ยงต่อการเกิดดินถล่มในจังหวัดอุตรดิตถ์ โดยประยุกต์ใช้เทคโนโลยีภูมิสารสนเทศร่วมกับโครงข่ายประสาทเทียม
ทวี ชัยพิมลผลิน มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พ.ศ. 2558 การศึกษาเพื่อทำแผนที่แสดงสภาพเงื่อนไขทางธรณีวิทยาที่เสี่ยงต่อการเกิดภัยพิบัติทางธรรมชาติในบางพื้นที่ของจังหวัดเลย
กมลพร กรมขันธ์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น พ.ศ. 2556