การพัฒนาทางเลือกใหม่ในกระบวนการผลิตผ้าหมักโคลน
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
งานวิจยันี ้ได้ศึกษาดินโคลนจากสุโขทยั แม ่แจ ่ม และแม ่ฮ ่องสอน ซ่ึงเป็นแหล ่งที่มีการผลิตผา้ หมกัโคลนแบบวธิีดั ้งเดิม ที่มีการใชว้ตัถุดิบที่แตกต ่างกัน ในการผลิตภณัฑ์ผา้ฝ้ายหมกัโคลน ซ่ึงได้ ศึกษาองคป์ระกอบและคุณสมบตัิของโคลน รวมถึงประสิทธิภาพในการหมกัโคลน จากการเปรียบเทียบสีของนํ ้าหมกัโคลนทั ้งสามแหล ่ง จะพบว่านํ ้าหมกัโคลนจากสุโขทยัมีสี เทา ซ่ึงมีสีอ ่ อนที่สุด เขม้ขน้ขึ ้นไปจะเป็นนํ ้าหมกัโคลนจากแม ่แจ ่มที่มีสีดาํเทา และเขม้ขน้มากที่สุด จะเป็นนํ้าหมกัโคลนจากแม่ฮ่องสอนที่มีสีแดงนํ้าตาล นํ้าหมกัโคลนจากสุโขทยัตกตะกอนชา้สุด นํ ้า หมกัโคลนจากแม ่ฮ ่องสอนตกตะกอนเร็วที่สุด จากการวดัค ่า pH ของนํ ้าหมกัโคลนทั ้งสามแหล ่ง พบว่าค ่ า pH มีความแตกต ่ างกันอย่างมากในแต ่ละแหล ่ง โดยค ่า pH ของนํ ้าหมกัโคลน จ.สุโขทยัจะ มีค่า pH ที่ 8-9 อ.แม ่แจ ่ม มีค่า pH 6-7 และ จ.แม ่ฮ ่องสอน มีค่า pH ที่ 3-4 ส ่วนปริมาณเหล็กในดิน โคลนทั ้งสามแหล ่ง จะพบว่าปริมาณเหล็กในแต ่ละแหล ่งก ็มีปริมาณที่แตกต ่างกัน คือ ดินโคลน จ. สุโขทยัจะพบปริมาณเหล็กที่ความเขม้ขน้ 0.6608 %w/w รองลงมาคือ ดินโคลน อ.แม ่แจ ่มพบ ปริมาณเหล็กที่ความเข้มขน้ 0.7296 %w/w ส ่วนดินโคลนแม่ฮ ่องสอนจะพบปริมาณเหล็กมากที่สุด คือที่ความเข้มขน้ 1.3652 %w/w จากการหาเอนไซมท์ี่เขา้มาร ่วมกับการหมกัดว้ยโคลน ในที่นี ้ไดแ้ก ่ เอนไซมเ์ซลลูเลส ซ่ึงความเขม้ขน้ของสารละลายเอนไซม์ที่เหมาะสมในการปรับปรุงผา้ฝ้ายคือ 300 ppm การศึกษาผลของเวลาที่เหมาะสมในการปรับปรุงผา้ฝ้าย โดยวดัค ่าความเขม้ขน้ที่เหลืออยู ่ ของ เบเนดิกตใ์ชท้ดสอบการปรับปรุงเส้นใยเซลลูโลสดว้ยเอนไซมเ์ซลลูเลส พบว่าความเขม้ขน้ที่ลดลง ของสารละลายเบเนดิกต์ที่ใช้ทดสอบของทั ้งสามอุณหภูมิไม ่แตกต ่างกันอย่างชดัเจนแต ่มีแนวโน้ม ลดลงเมื่อเวลาเพิ ่มขึ ้นและพบว่าที่อุณหภูมิ 50๐C เวลา 6 ชั ่ วโมง ความเขม้ขน้ของสารละลายเบเน ดิกตล์ดลงมากที่สุดคิดเป็นร้อยละ 63.02 การสัมผสัดว้ยมือเพื่อทดสอบความนุ่มโดยให้ผทู้ดสอบ 30 คน พบว่ามีความพึงพอใจความนุ่มของผา้ฝ้ายที่ผ่านการปรับปรุงดว้ยเอนไซมเ์ซลลูเลสความเขม้ขน้ 300 ppm ที่ 50๐C มากที่สุด จากการทดลองหมกัผา้ฝ้ายกับโคลน จะเป็นการทดลองอยู ่ 2 แบบ คือ การหมกัผา้ฝ้ายกับโคลนแบบดั ้งเดิม และการหมกัผา้ฝ้ายกับโคลนแบบผสมกับเอนไซม์เซลลูเลส ซ่ึงการการหมกัผา้ฝ้ายกับโคลนแบบดั ้งเดิม พบว่าผา้ฝ้ายที่หมกักับโคลนจะมีความนุ่มและนํ ้าหนกัดี ขึ้น เมื่อเทียบกับผา้ฝ้ายที่ไม ่หมกักับโคลน แต ่มีสีนํ ้าโคลนติดอยู ่ เล็กน้อย เมื่อเปรียบเทียบความนุ่ม ของผา้ฝ้ายที่ผ่านการหมกัโคลนทั ้งสามแหล ่ง พบว่า การหมกัดว้ยโคลนจากสุโขทยัจะให้ความนุ่ม มากที่สุด รองลงมาคือแม ่แจ ่ม และแม ่ฮ ่องสอน และเมื่อเทียบความมีนํ ้าหนกัของเนื ้อผา้ จะแปรผนั ตรงกันข้าม คือ ผา้ที่หมกัโคลนจากแม ่ฮ ่องสอนจะมีนํ ้าหนักมากสุด รองลงมาคือแม ่แจ ่ม และ สุโขทยั ส่วนการหมกัผา้ฝ้ายกับโคลนแบบผสมกับเอนไซมเ์ซลลูเลส ซ่ึงจะพบว่าผา้ฝ้ายมีความนุ่มและนํ ้าหนกัดีขึ ้น และมีสีขาวเหมือนเดิมหรืออาจขาวกว่าเดิม ทั ้งนี ้จะเห็นว่าความหนกัของผา้หมกั โคลนจะแปรผนัตามปริมาณเหล็กในนํ ้าโคลน ส ่วน pH ของนํ ้าโคลนไม ่มีผลถึงแนวโน้มในการ หมกัผา้ เมื่อมีการเติมเอนไซมเ์ซลลูเลสผสมเขา้ไป ทาํให้ผา้ฝ้ายมีความนุ่มและนํ ้าหนกัดีขึ ้นกว่าการ หมกัโคลนที่ไม ่มีเอนไซม์ และมีสีขาวเหมือนเดิมหรือขาวกว่าเดิม จากการไดส้ัมผสัผา้ฝ้ายหลงัทาํ การหมกัโคลน พบว่าผา้ฝ้ายจะมีความนุ ่มมากขึ ้น โดยโคลนจากสุโขทยัจะให้ความนุ ่มมากที่สุด และการผสมเอนไซมจ์ะทาํใหผ้า้มีความนุ่มมากกว่า