กำลังโหลดข้อมูล…
Search for a command to run...
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนากระบวนการทำงานและออกแบบระบบสนับสนุนการตัดสินใจในการวางแผนจัดเตรียมทรัพยากรที่ใช้ในการรับมือภัยพิบัติ โดยอำเภอลาดยาว จังหวัดนครสวรรค์ เป็นพื้นที่กรณีศึกษา โดยผู้วิจัยได้ศึกษาวิธีการจัดเตรียมทรัพยากรเพื่อใช้รับมือกับภัยพิบัติจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งปัญหาที่พบ คือ ปัญหาด้านการบริหารจัดการทรัพยากรไม่มีประสิทธิภาพ สาเหตุเกิดจากหน่วยงานต่าง ๆ ไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลด้านทรัพยากรและการประสานงานที่ซับซ้อน ผู้วิจัยได้หาแนวทางในการแก้ไขปัญหา โดยการออกแบบระบบสนับสนุนการตัดสินใจในการวางแผนจัดเตรียมทรัพยากรเพื่อรับมือภัยพิบัติ ซึ่งผู้วิจัยมุ่งเน้นไปที่สาเหตุหลักของปัญหาใน 3 ด้าน คือ การจัดการข้อมูลเบื้องต้นในการจัดเตรียมทรัพยากร, วิธีการจัดเก็บข้อมูลอย่างเป็นระบบและการพัฒนากระบวนการทำงานในการจัดเตรียมทรัพยากร โดยด้านการจัดการข้อมูลเบื้องต้น ได้จากการสัมภาษณ์เชิงลึกจากเจ้าหน้าที่ ๆ เกี่ยวข้อง และการประยุกต์ใช้การบริหารจัดการฐานข้อมูล ซึ่งสรุปได้ว่ามีข้อมูล 3 กลุ่ม ที่มีความสำคัญกับการจัดเตรียมทรัพยากร คือ ข้อมูลเบื้องต้นของหน่วยงาน ข้อมูลทรัพยากรและข้อมูลในการประเมินความเสี่ยงภัยในพื้นที่ ส่วนด้านวิธีการจัดเก็บข้อมูลอย่างเป็นระบบ ได้ประยุกต์ใช้หลัการออกแบบฐานข้อมูล โดยเฉพาะในส่วนผู้บริหารฐานข้อมูลที่ถูกแบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ ผู้ดูแลระบบในส่วนกลางที่ทำการออกแบบโครงสร้างฐานข้อมูลที่ทำการจัดเก็บ และผู้ดูแลระบบภายในหน่วยงานที่ทำการบันทึกและตรวจสอบข้อมูลทรัพยากรภายในหน่วยงาน และด้านการพัฒนากระบวนการทำงานในการวางแผนจัดเตรียมทรัพยากร ได้ประยุกต์ใช้ด้วยหลัการวิเคราะห์และปรับปรุงการทำงานเข้ามาแก้ไขปัญหา โดยทำการลดกระบวนการทำงานตามสายการบังคับบัญชาลง ทำให้สามารถลดขั้นตอนในการจัดเตรียมทรัพยากรลง เมื่อแก้ไขสาเหตุของปัญหาทั้ง 3 ด้าน แล้วนำมาประยุกต์ใช้กับระบบสนับสนุนการตัดสินใจในการวางแผนจัดเตรียมทรัพยากร โดยมีตัวแปรที่ใช้ในการตัดสินใจอยู่ 2 ด้าน คือ ด้านการจัดลำดับความสำคัญของคำร้องจะพิจารณาจากค่าความเสี่ยงภัย ส่วนการคัดเลือกหน่วยงานสนับสนุนจะพิจารณาจากทรัพยากรที่ต้องการและระยะทางระหว่างหน่วยงานทั้ง 2 หน่วยงาน ซึ่งเมื่อนำระบบสนับสนุนการตัดสินใจไปทดสอบกับพื้นที่และให้ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องประเมิณใน 4 ประเด็น คือ ด้านข้อมูลเบื้องต้นได้คะแนน 4.13 ด้านวิธีการจัดเก็บข้อมูลได้คะแนน 3.93 ด้านการพัฒนากระบวนการทำงานใหม่ได้คะแนน 4.21 และผลลัพธ์ที่ได้จากระบบสนับสนุนการตัดสินใจในการจัดเตรียมทรัพยากรในการรับมือภัยพิบัติได้คะแนน 4.32 จากผลคะแนนเต็ม 5 ในการประเมิณทั้ง 4 ด้านแสดงให้เห็นว่าระบบสนับสนุนการตัดสินใจในการจัดเตรียมทรัพยากรในการรับมือภัยพิบัติสามารถนำไปใช้งานได้จริง