ฤทธิ์ต้านแบคทีเรียก่อโรคในลำไส้ ฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ และฤทธิ์ปรับภูมิคุ้มกันของยาธาตุอบเชย
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
ตำรับยาธาตุอบเชย เป็นตำรับยาแผนโบราณที่ถูกบรรจุไว้ในบัญชียาหลักแห่งชาติตั้งแต่ปี 2554 ทั้งนี้ยาธาตุอบเชยเป็นยาแผนโบราณซึ่งจัดเป็นยารักษากลุ่มอาการทางระบบทางเดินอาหารมีสรรพคุณขับลม บรรเทาอาการท้องอึด ท้องเฟ้อ รูปแบบตำรับอยู่ในรูปยาน้ำที่ประกอบด้วยตัวยาสมุนไพร 5 ชนิด ได้แก่ เปลือกอบเชยเทศ เปลือกสมุลแว้ง ลูกกระวาน ดอกกานพลู และรากชะเอมเทศ และสารแต่งกลิ่นรสได้แก่เกล็ดสะระแหน่และการบูร งานวิจัยนี้มีจุดมุ่งหมายที่จะตรวจสอบสารบ่งชี้ในสารสกัดยาธาตุอบเชยซึ่งได้จากการเตรียมตำรับยาธาตุและระเหิดน้ำออก และศึกษาฤทธิ์ต้านเชื้อแบคทีเรียก่อโรคในลำไส้ ฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระและฤทธิ์ปรับภูมิคุ้มกันของสารสกัดยาธาตุอบเชย ผลการวิจัยพบว่าสารบ่งชี้ที่มีปริมาณมากในสารสกัดยาธาตุอบเชยนั้นมีสองชนิดคือ Cinnamadehyde ซึ่งมีปริมาณในช่วง 5.5-6.4 g / 1,000 g ของสารสกัด และ Glycyrrhizic acid ซึ่งมีปริมาณในช่วง 47.0 - 51.1 ug / 1,000 ug ของสารสกัด เมื่อวิเคราะห์ความสามารถในการต้านอนุมูลอิสระโดยรวมของสารสกัดยาธาตุอบเชยโดยวิธี DPPH radical scavenging assay พบว่ามีค่า IC, เท่ากับ 39.06 + 0.26 H9/mL ซึ่งบ่งขี้ว่าสารสกัดนี้มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระสูงสอดคล้องกับปริมาณสารฟีนอลิกรวมในสารสกัดซึ่งวิเคราะห์ได้ประมาณ 3% (สมมูลกับ gallic acid) ผลการศึกษาฤทธิ์ต้านเชื้อแบคที่เรียก่อโรคในลำไส้ของสารสกัดยาธาตุอบเชยด้วยวิธี disc diffusion และ broth microdilution พบว่สารสกัดนี้มีฤทธิ์ต้านเชื้อได้ดีโดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มของ V. cholera ในขณะที่เชื้อ S. yphiและ S. sonnei แสดงฤทธิ์ต้านเชื้อปานกลาง และในกลุ่ม E.coli มีฤทธิ์เล็กน้อย อนึ่ง สารสกัดยาธาตุอบเชยมีฤทธิ์ในการปรับเปลี่ยนการตอบสนองทางภูมิคุ้มกันโดยสามารถกระตุ้นให้เซลล์เม็ดเลือดขาวชนิดนิวเคลียสเดียวสร้างไซโตไคน์ IL-1, IL-6, IL8 และ IL-10 เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับกลุ่มที่ใส่ PBS และเมื่อทำการหาความเข้มข้นที่เหมาะสมในการใช้ปรับเปลี่ยนการตอบสนองทางภูมิคุ้มกัน พบว่าสารสกัดยาธาตุอบเชยที่ความเข้มข้น 0.6 mg/mL สามารถกระตุ้นให้เซลล์มีการแสดงออกของยีนไซโตไคน์ได้ดีที่สุด จากงานวิจัยนี้สรุปได้ว่าสารสกัดยาธาตุอบเชยมีศักยภาพสำหรับใช้ในการรักษาทางเลือกต่อโรคติดเชื้ออุจจาระ ร่วงที่เกิดจากแบคทีเรียก่อโรคในลำไส้ มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระดีซึ่งสัมพันธ์กับฤทธิ์ปรับเปลี่ยนภูมิคุ้มกัน อย่างไรก็ตามในอนาคตควรศึกษาความสัมพันธ์ของโปรตีนไซโตไคน์ที่เซลล์สร้างขึ้นกับระดับการแสดงออกของยีนด้วย เพื่อพิสูจน์ว่าสารสกัดยาธาตุอบเชยสามารถกระตุ้นให้เซลล์มีการผลิตโปรตีนไซโตไคน์เพิ่มขึ้นได้จริง