การพัฒนาระบบแกนนำสุขภาพประจำครอบครัว เขตสนับสนุนบริการสุขภาพที่ 9
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยต่อเนื่อง 3 ปี (ปี 2559-2561) มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาบริบทการ พัฒนาศักยภาพแกนนำสุขภาพประจำครอบครัว, 2) ประเมินผลการพัฒนาศักยภาพแกนน้ำสุขภาพประาพประจำ ครอบครัว และ 3) พัฒนารูปแบบระบบแกนนำสุขภาพประจำครอบครัว ในพื้นที่เขตสุขภาพที่ 9 โดยในปี 2559 เป็นการวิจัยระยะที่ 1 ที่มุ่งเน้นการวิเคราะห์ระบบ จากสำรวจสถานการณ์ ความเป็นไปไปได้ในการ พัฒนาระบบแกนนำสุขภาพประจำครอบครัว เขตสุขตสุขภาพที่ 9 ครอบคลุมพื้นที่ 4 จังหวัด ได้แก่ นครราชสีมา ชัยภูมิ ปรีรัมย์ และสุรินทร์ ใช้กระบวนการบร็อมูลเชิงปริมาณและคุณภาพ ผลการวิจัยในระยะที่ 1 พบว่า ในปี 2559 กระทรวงธารณสุข มีนโยบายสนับสนุนการดูแล สุขภาพตามกลุ่มวัยเป็นรายครอบครัว ในลักษณะ อาสาสมัครประจำครอบครัว หรือ "อสค." สถานการณ์ การดำเนินงานของทั้ง 4 จังหวัด มีความพร้อม ทั้งด้านบุคลากร (วิทยากรพี่เลี้ยงระดับจังหวัด/อำเภอ. อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน "อสม" และแกนนำสุขภาพประจำครอบครัว "กสค.") ด้านเงินทุนทุน (ภาครัฐ, ภาคท้องถิ่น และภาคชุมชน) และด้านสิ่งสนับสนุน (ภาครัฐ. ภาคท้องถิ่น และภาคชุมชน) ด้าน กระบวนการดำเนินงาน ภาครัฐมีกลไกการสนับสนุนการดำเนินงานชุมชนจัดการสุขภาพอย่างต่อเนื่อง ได้แก่ ตำบลจัดการสุขภาพแบบบบูรณาการ และหมู่บ้านจัดการสุขภาพ อีกทั้ง มีการฝึกอบรมอาสาสมัคร สาธารณสุขประจำหมู่บ้าน "อสม" อย่างต่อเนื่อง ทั้งด้านการบริการปฐมภูมิตามกลุ่มวัย และด้านการ ป้องกันและปราบปราบการทุจริตระดับชุมชน หากแต่ในกลุ่ม แกนนำสุขภาพประจำครอบครัว "กสค." ภาครัฐยังไม่มีกระบวนการหนับสมุมการดำเนินงาน ที่ชัดเจนและต่อเนื่อง เท่าที่ควร ข้อเสนอแนะ 1) ภาครัฐควรมีนโยบายด้านการสนับสนุน กสค. ที่ชัดเจนและต่อเนื่อง 2) คุณสมบัติ ของ กสค..ควรกำหนดตามความจำเป็นตรงกับบริบบริบทของชุมชน 3) มีระบบเสริมสร้างขวัญกำลังใจใจในการ ทำงานของ กสค. 4) ควรสร้างความเข้าใจใจในการดูแลสุขภาพตนเองของ กสค. และประชาชน ควบคู่กับการ สร้างความตระหนักในบทบาทหน้าที่ 5) การพัฒนาระบบแกนนำสุขภาพประจำครอบครัว ถือเป็นการ จัดระบบบริการขั้นพื้นฐาน บทบาทหน้าที่ที่เหมาะสม จึงสมควรเป็นบทบาทของภาคท้องถิ่นและชุมชน ข้อควรระวัง การพัฒนามภนนำสุขภาพประระจำครอบครัว ยาจะตกเป็นเป็นเมือทางกางกางทำให้