วิจัยและพัฒนาคุณภาพสินค้าผ้าไหมไทยเพื่อการแข่งขันเชิงพาณิชย์
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การวิจัยชนิดของผ้าไหมที่ผู้บริโภคนิยม ดำเนินการระหว่างเดือนกุมภาพันธ์ 2551 ถึง เดือน กันยายน 2551 มีวัตถุประสงค์เพื่อทราบความต้องการชนิดของผ้าไหมที่ผู้บริโภคนิยม ดำเนินการในกลุ่มผู้ ทอผ้าไหม จำนวน 639 กลุ่ม ผู้บริโภคชาวไทย จำนวน 6,144 คน และชาวต่างประเทศ จำนวน 402 คน กลุ่มผู้ส่งออกผ้าไหมในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล จำนวน 10 บริษัท การวิจัยครอบคลุมทุกภูมิภาค ของประเทศไทย ได้แก่ ผู้บริโภคผ้าไหมในเขตภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ภาค ตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคกลาง และภาคใต้ พบว่าผู้บริโภคส่วนใหญ่ไม่มีความรู้เกี่ยวกับผ้าไหม ร้อยละ 63.4 กลุ่มผู้ทอมีความชำนาญทักษะการทอผ้าพื้น ร้อยละ 75.1 ลูกค้าที่สั่งให้กลุ่มผู้ทอผลิตผ้าไหม มากที่สุดคือ ประชาชนทั่วไป ร้อยละ 52.7 กลุ่มผู้ทอผ้าผลิตผ้าไหมเฉลี่ย 644.30 เมตรต่อปี ชนิดผ้าไหมและ รูปแบบผ้าไหมที่ลูกค้าสั่งผลิตมากที่สุดคือ ผ้าพื้น ร้อยละ 68.9 ความต้องการของผู้บริโภคชาวไทยพบว่ามี ความต้องการผ้าพื้นสูงสุด ร้อยละ 51.5 สีผ้าไหมย้อมสีธรรมชาติ สีน้ำเงิน ร้อยละ 17.9 ย้อมสีเคมีสีน้ำเงิน ร้อยละ 13.0 พ.ศ. 2552-2553 คาดว่าผ้าไหมที่จะมีความนิยมคือ ผ้าพื้น ร้อยละ 43.7 สีผ้าไหมย้อมสี ธรรมชาติ สีน้ำเงิน ร้อยละ 16.2 ย้อมสีเคมีสีแดง ร้อยละ 13.9 ความต้องการของผู้บริโภคชาวต่างประเทศ ต้องการผ้าพื้น ร้อยละ 60.9 สีผ้าไหมที่ต้องการย้อมสีธรรมชาติ สีน้ำเงิน ร้อยละ 19.9 ย้อมสีเคมีสีแดง ร้อย ละ 16.2 พ.ศ. 2552 - 2553 คาดว่าผ้าไหมที่จะมีความนิยมผ้าพื้น ร้อยละ 53.9 สีผ้าไหมย้อมสีธรรมชาติ สี แดง ร้อยละ 18.7 ย้อมสีเคมีสีแดง ร้อยละ 14.2 กลุ่มผู้ส่งออกมีการส่งออกคือ ผ้าพื้น ร้อยละ 90.0 สีผ้าไหม สีน้ำเงิน เหลือง เขียว และสีดำ ร้อยละ 10.0 สีเคมี สีแดง ร้อยละ 40.0 ปัญหาที่พบมากที่สุดกลุ่มผู้ทอขาด แคลนแรงงานและขาดเงินทุน ร้อยละ 5.8 ผู้บริโภคชาวไทยและ ชาวต่างประเทศปัญหาผ้าไหมมีราคาแพง ร้อยละ 22.0 ผู้ส่งออก ผ้าไหมมีราคาต้นทุนสูงในการส่งออกและมีการแข่งขันในตลาดสูง ร้อยละ 10.0 ข้อเสนอแนะควรมีการสนับสนุนวัสดุอุปกรณ์ที่มีประสิทธิภาพและคุณภาพ ส่งเสริมให้ความรู้ในกลุ่มผู้ทอ ร้อยละ 13.1 สีสันและลวดลายผ้าไหมให้มีความหลากหลายเข้ากับยุคสมัยน่าสวมใส่ทั้งชาวไทยและชาว ต่างประเทศ ร้อยละ 5.7 และ 4.0 ภาครัฐควรเข้ามาสนับสนุนด้านข้อมูล ความรู้ที่เกี่ยวกับการดำเนินด้านผ้า ไหม รวมกลุ่มผู้ส่งออกและมีการกำหนดราคาสินค้าผ้าไหม ร้อยละ 10.0