การสืบค้นกรรมวิธีการผลิตเหล็กน้ำพี้ในอดีตและปัจจุบัน เพื่อหาคุณสมบัติเชิงกลของเหล็กน้ำพี้ ตำบลน้ำพี้ อำเภอทองแสนขัน จังหวัดอุตรดิตถ์
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
งานวิจัยฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อการสืบค้นกรรมวิธีการผลิตเหล็กน้ำพี้ในอดีตและปัจจุบัน เพื่อหาคุณสมบัติเชิงกลของเหล็กน้ำพี้ ตำบลน้ำพี้ อำเภอทองแสนขัน จังหวัดอุตรดิตถ์ การวิจัยได้ลงพื้นที่สำรวจข้อมูลในพื้นที่โดยการจัดเวทีก่อนการวิจัยเพื่อสืบทราบแหล่งผลิตในปัจจุบัน แหล่งผลิตในอดีตที่พบร่องรอยของเตาถลุงโบราณ เครื่องมือโบราณ เครื่องใช้โบราณ ดาบ พระขรรค์ มีดโบราณ และสืบค้นถึงกรรมวิธีการผลิตที่มีอยู่ในพื้นที่ คือ การขุดแร่ การแต่งแร่ การย่อยแร่ การถลุงแร่เหล็ก การตีเหล็ก การสร้างผลิตภัณฑ์ และการวิจัยใช้ประชากรกลุ่มเป้าหมายได้มาจากประชาชน ด้วยวิธีการเลือกแบบเจาะจงในหมู่บ้านน้ำพี้ การวิเคราะห์ข้อมูลใช้สถิติร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงแบนมาตรฐาน และค่า T-test จากเครื่องมือ การวิจัยได้มีการจัดเวทีก่อนและหลังการวิจัยโดยร่วมกับกลุ่มวิสาหกิจชุมชนดาบเหล็กน้ำพี้ กลุ่มผู้รู้ กลุ่มผู้จำหน่าย กลุ่มข้าราชการในพื้นที่ ได้ชิ้นทดสอบเหล็กน้ำพี้ 3 แบบ คือ กลุ่ม A คือ เหล็กน้ำพี้แบบดั้งเดิมที่พบในพื้นที่ได้ 20 ตัวอย่าง กลุ่ม B คือ เหล็กน้ำพี้แบบวิธีการถลุงแบบโบราณได้ 20 ตัวอย่าง และกลุ่ม C คือ เหล็กน้ำพี้แบบวิธีการถลุงแบบใหม่ได้ 20 ตัวอย่าง แล้วทำการสุ่มเพื่อนำมาทดสอบหาคุณสมบัติเชิงกล จากการทดสอบ พบว่า ปริมาณธาตุผสมของเหล็กน้ำพี้แบบดั้งเดิมที่พบในพื้นที่กลุ่ม A มีค่า ค่าเฉลี่ยร้อยละของเหล็ก (Fe) เท่ากับ 98.81 ค่าเฉลี่ยคาร์บอน (C) เท่ากับ 1.04 ซึ่งมากกว่า เหล็กน้ำพี้แบบวิธีการถลุงแบบโบราณกลุ่ม B และเป็นธาตุที่ทำให้มีคุณสมบัติเชิงกลที่ดีทำให้ชุบแข็งขึ้น และเหล็กน้ำพี้แบบวิธีการถลุงแบบใหม่กลุ่ม C การวิจัยได้ทดสอบความแข็งแบบวิกเกอร์ในสภาพปกติ ของเหล็กทั้ง 3 กลุ่ม พบว่า เหล็กน้ำพี้กลุ่ม C แบบวิธีการถลุงแบบใหม่ มีค่าความแข็งรวมที่ดีกว่ากลุ่ม A และกลุ่ม B และทำการทดสอบความแข็งแบบวิกเกอร์ในสภาพหลังการชุบแข็งที่อุณหภูมิ 850 องศาเซลเซียส ใช้สารจุ่มชุบ น้ำ พบว่า เหล็กน้ำพี้กลุ่ม C มีค่าความแข็งรวมที่ดีกว่า กลุ่ม A และกลุ่ม B การศึกษาโครงสร้างของเหล็กน้ำพี้ การศึกษา พบว่า โครงสร้างเป็นลักษณะแบบเฟอร์ไรต์กับเพิลไลต์ การถ่ายทอดเทคโนโลยีจากการวิจัยให้กับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในการดำเนินการวิจัยโดยได้นำเสนอผลงานที่เกิดจากงานวิจัย และได้ฟังและแลกเปลี่ยนแนวความคิดกัน จากนั้นได้แจกแบบสอบถามเพื่อวัดระดับความพึงพอใจจำนวน 150 ชุด และตั้งสมมติฐานก่อนการวิจัยที่ระดับความเชื่อมั่นที่ 95% พบว่า มีระดับความพึงพอใจอยู่ในระดับมากกว่า 4 อยู่ในระดับดี ทั้ง 5 ข้อคำถาม การวิจัยยังได้ร่วมกับกลุ่มดังกล่าวในการพัฒนาผลิตภัณฑ์จากการจัดเวทีและวิจัย โดยการพัฒนารูปแบบของผลิตภัณฑ์ดาบ และมีด ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีความต้องการ การผลิตจะต้องใช้ทักษะทางฝีมือของกลุ่ม โดยได้พัฒนารูปแบบด้าม รูปทรง การเพิ่มเงินแกะลายโบราณ ทำให้ผลตอบรับของผู้ซื้อผลิตภัณฑ์มากขึ้นของผู้ขายที่อยู่ในกลุ่มมีความรู้เพื่อเติมเรื่องการพัฒนาผลิตภัณฑ์ และสามารรับประกันให้กับลูกค้าได้งานวิจัยนี้จึงเป็นไปตามวัตถุประสงค์