การพัฒนารูปแบบการดำเนินงานเพื่อการขับเคลื่อนกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีระดับตำบลที่เอื้อต่อสตรีกลุ่มชาติพันธุ์ในเขตพื้นที่ภาคเหนือตอนบนของประเทศไทย
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาปัจจัยเชิงสาเหตุที่มีอิทธิพลต่อประสิทธิภาพในการดำเนินงานเพื่อการขับเคลื่อนกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีระดับตำบลที่เอื้อต่อสตรีกลุ่มชาติพันธุ์ในเขตพื้นที่ภาคเหนือตอนบนของประเทศไทย 2) พัฒนารูปแบบการดำเนินงานเพื่อการขับเคลื่อนกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีระดับตำบลที่เอื้อต่อสตรีกลุ่มชาติพันธุ์ในเขตพื้นที่ภาคเหนือตอนบนของประเทศไทย และ 3) ประเมินรูปแบบการดำเนินงานเพื่อการขับเคลื่อนกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีระดับตำบลที่เอื้อต่อสตรีกลุ่มชาติพันธุ์ในเขตพื้นที่ภาคเหนือตอนบนของประเทศไทย ใช้วิธีการวิจัยแบบผสานวิธี โดยแบ่งดำเนินการวิจัยออกเป็น 3 ระยะ ได้แก่ ระยะแรก การศึกษาปัจจัยเชิงสาเหตุที่มีอิทธิพลต่อประสิทธิภาพในการดำเนินงานกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีระดับตำบล กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษาเชิงปริมาณ เป็นคณะกรรมการกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีตำบลใน 3 จังหวัดของภาคเหนือตอนบนของประเทศไทย ได้แก่ เชียงใหม่ ลำปาง และอุตรดิตถ์ จำนวน 804 คน คัดเลือกด้วยวิธีการสุ่มแบบหลายขั้นตอน เก็บข้อมูลโดยใช้แบบสอบถาม วิเคราะห์ข้อมูลโดยหาค่าสถิติพื้นฐาน ค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ระหว่างตัวแปรสังเกตได้ วิเคราะห์ปัจจัยเชิงสาเหตุและการตรวจสอบความสอดคล้องของโมเดลที่พัฒนาขึ้นกับข้อมูลเชิงประจักษ์โดยใช้โปรแกรม AMOS ระยะที่สอง เป็นการพัฒนารูปแบบการดำเนินงานเพื่อการขับเคลื่อนกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีระดับตำบลที่เอื้อต่อสตรีกลุ่มชาติพันธุ์ในเขตพื้นที่ภาคเหนือตอนบนของประเทศไทย ใช้การประชุมเชิงปฏิบัติการด้วยวิธีการสนทนากลุ่มกับผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ได้แก่ ผู้เชี่ยวชาญ นักวิชาการพัฒนาชุมชน อาจารย์ เจ้าหน้าที่วิเคราะห์นโยบายและแผน เจ้าหน้าที่องค์กรเอกชนเพื่อสาธารณประโยชน์ (NGO) และผู้แทนสมาชิกกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีตำบล และระยะที่สาม เป็นการประเมินความเหมาะสมของรูปแบบโดยผู้ทรงคุณวุฒิระดับสูงที่เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาสังคมที่มีประสบการณ์เกี่ยวกับการดำเนินงานด้านกองทุนต่างๆ สิทธิสตรีและการพัฒนาศักยภาพสตรี วิเคราะห์ข้อมูลโดยการวิเคราะห์เชิงเนื้อหา ผลการวิจัยพบว่า 1. ประสิทธิภาพการดำเนินงานเพื่อการขับเคลื่อนกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีระดับตำบลที่เอื้อต่อสตรีกลุ่มชาติพันธุ์ในเขตพื้นที่ภาคเหนือตอนบนของประเทศไทย ได้รับอิทธิพลทางตรงจากปัจจัยการบริหารจัดการ มีขนาดอิทธิพลเท่ากับ 0.48 อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .001 ปัจจัยทัศนคติของผู้ปฏิบัติงาน มีขนาดอิทธิพลเท่ากับ 0.38 อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ส่วนปัจจัยภาวะผู้นำ ปัจจัยการติดต่อสื่อสาร และปัจจัยด้านสังคม มีอิทธิพลทางอ้อมต่อประสิทธิภาพการดำเนินงานกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีระดับตำบลผ่านปัจจัยการบริหารจัดการ มีขนาดอิทธิพลทางอ้อมเท่ากับ 0.20 0.12 และ 0.10 อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ตามลำดับ และปัจจัยด้านโครงสร้างองค์การ มีอิทธิพลทางอ้อมต่อประสิทธิภาพการดำเนินงานกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีระดับตำบล ผ่านปัจจัยทัศนคติของผู้ปฏิบัติงาน มีขนาดอิทธิพลทางอ้อมเท่ากับ 0.17 อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 โมเดลเชิงสาเหตุที่มีอิทธิพลต่อประสิทธิภาพการดำเนินงานเพื่อการขับเคลื่อนกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีระดับตำบลที่เอื้อต่อสตรีกลุ่มชาติพันธุ์ในเขตพื้นที่ภาคเหนือตอนบนของประเทศไทย มีความสอดคล้องกลมกลืนกับข้อมูลเชิงประจักษ์ (?2 = 114.345, df= 106, ?2/df= 1.079,P-value = .273, RMR = .058, GFI = 0.984 RMSEA= .010, CFI= .993, AGF= .977, HOELTER= 921) โมเดลสามารถอธิบายความแปรปรวนของประสิทธิภาพการดำเนินงานเพื่อการขับเคลื่อนกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีระดับตำบลที่เอื้อต่อสตรีกลุ่มชาติพันธุ์ในเขตพื้นที่ภาคเหนือตอนบนของประเทศไทยได้ 67% 2. รูปแบบการดำเนินงานขับเคลื่อนกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีระดับตำบลที่เอื้อต่อสตรีกลุ่มชาติพันธุ์ในเขตพื้นที่ภาคเหนือตอนบนของประเทศไทย เน้นรูปแบบภายใต้แนวคิด “3 สร้าง 4 พัฒนา” ได้แก่ สร้างกระบวนการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วนในการบริหารจัดการกองทุนและเชื่อมโยงเครือข่ายความร่วมมือในระดับพื้นที่ สร้างความเสมอภาคและเป็นธรรมแก่สตรีกลุ่มชาติพันธุ์เพื่อเป็นภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงทางสังคม สร้างกลไกเชิงนโยบายเพื่อส่งเสริมความรู้ ความเข้าใจและทัศนคติของผู้ปฏิบัติงาน พัฒนาศักยภาพและเพิ่มโอกาสทางเศรษฐกิจและสังคมของสตรีกลุ่มชาติพันธุ์ พัฒนากระบวนการเรียนรู้ที่เหมาะสมกับกลุ่มสตรีชาติพันธุ์ในพื้นที่ พัฒนาโครงสร้างองค์การและเสริมเสริมวัฒนธรรมการทำงานที่ดี และพัฒนาระบบสารสนเทศและติดตามผลแบบมีส่วนร่วม 3. ผลการประเมินรูปแบบการดำเนินงานเพื่อการขับเคลื่อนกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีระดับตำบลที่เอื้อต่อสตรีกลุ่มชาติพันธุ์ในเขตพื้นที่ภาคเหนือตอนบนของประเทศไทย ในภาพรวมมีความเหมาะสมและเป็นไปได้ในการนำไปปฏิบัติได้จริง