การจัดการความรู้แบบมีส่วนร่วมเพื่อพัฒนานวัตกรรมทางสังคมเพื่อการเรียนรู้วัฒนธรรมมอญกรณีศึกษาชุมชนบางกระดี่ กรุงเทพมหานคร ประเทศไทย
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
รายงานการวิจัยเรื่อง การจัดการความรู้แบบมีส่วนร่วมเพื่อพัฒนานวัตกรรมทางสังคม เพื่อการเรียนรู้วัฒนธรรมมอญ กรณีศึกษาชุมชนบางกระดี่ กรุงเทพมหานคร ประเทศไทย มีวัตถุประสงค์หลัก ๓ ประการคือ (๑) เพื่อสืบค้นและจัดระบบข้อมูลวัฒนธรรมมอญในชุมชนมอญบางกระดี่ (๒) เพื่อจัดการองค์ความรู้ด้านวัฒนธรรมมอญบางกระดี่ ให้อยู่ในรูปของนวัตกรรมสังคมเชิงสร้างสรรค์ และ (๓) เพื่อสร้างกระบวนการเรียนรู้และความภาคภูมิใจในวัฒนธรรมมอญ ของเด็กและเยาวชนโรงเรียนบางกระดี่ ผู้วิจัยใช้วิธีการศึกษา แบบผสมผสาน ประกอบด้วย การวิจัยเชิงคุณภาพ และการวิจัยเชิงปฏิบัติการเพื่อการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วม กับชาวไทยรามัญ ทุกเพศ ทุกกลุ่มอายุ ที่เกิดและอาศัยอยู่ในชุมชนบางกระดี่ หมู่ ๒ หมู่ ๘ และหมู่ ๙ แขวงแสมดำ เขตบางขุนเทียน จังหวัดกรุงเทพมหานคร อย่างต่อเนื่อง โดยใช้วิธีการคัดเลือกผู้ให้ข้อมูลแบบสโนบอลล์ จากปราชญ์ ผู้นำชุมชน ผู้อำนวยการโรงเรียน ผู้อาวุโส ผู้ประกอบพิธีทรงผี รำผี นักดนตรี เจ้าอาวาสวัดบางกระดี่ และผู้เชี่ยวชาญด้านวัฒนธรรมมอญบางกระดี่ เก็บรวบรวมข้อมูลด้วย แนวการสัมภาษณ์เชิงลึก แบบสังเกตแบบมีส่วนร่วม แนวการดำเนินกิจกรรมเพื่อการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วม หลังจากนั้นจึงใช้วิธีการวิเคราะห์เนื้อหา (Content Analysis) และการวิเคราะห์เรื่องเล่า (Narrative Analysis) และนำเสนอผลการวิเคราะห์ในรูปของการพรรณนา รูปภาพ และนวัตกรรมสังคมเชิงสร้างสรรค์ ผลการศึกษาพบว่า ชุมชนไทยรามัญบางกระดี่ มีมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมมอญครบถ้วนทั้ง ๗ สาขา ตามเกณฑ์การขึ้นทะเบียนมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของสำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ (สวช.) ได้แก่ สาขาศิลปะการแสดงมี ๓ ประเภท สาขางานช่างฝีมือดั้งเดิมมี ๑๑ ประเภท สาขาวรรณกรรมมีตำนาน ๔ เรื่อง สาขากีฬาภูมิปัญญาไทยมี ๑ อย่าง สาขาแนวทางปฏิบัติการสังคม ประเพณีพิธีกรรมมี ๔ ประเภท สาขาความรู้เกี่ยวกับธรรมชาติและจักรวาลได้แก่ กลุ่มอาหารมอญ และสาขาภาษา ได้แก่ ภาษาพูดในชีวิตประจำวันและในพิธีกรรมทางศาสนา นวัตกรรมทางสังคมเชิงสร้างสรรค์ที่คณะผู้วิจัยพัฒนาขึ้นประกอบด้วย นวัตกรรมผลิตภัณฑ์และนวัตกรรมกระบวนการ ประกอบด้วย (๑) แบบจำลองอาหารมอญ ๑๐ ประเภท (๒) เรือนมอญจำลอง ๒ หลัง ๒ ขนาด คือ โมเดลขนาด ๑ : ๑๐๐ และโมเดลขนาด ๑ : ๕๐ (๓) สารคดีวัฒนธรรมเรื่อง รำผีมอญความยาว ๓๐ นาที ๔) เว็บไซต์ มรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมมอญบางกระดี่ และ (๕) คู่มือการเรียนรู้เรื่องวัฒนธรรมมอญ ซึ่งประกอบเนื้อหาด้านวัฒนธรรมมอญ แบบฝึกหัดและคำถามท้ายบท อนึ่ง การพัฒนานวัตกรรมทางสังคมเชิงสร้างสรรค์ทั้ง ๕ ประเภท ดำเนินการภายใต้หลักการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วม ในบรรยากาศที่เป็นธรรมชาติ ความสุข และความภาคภูมิใจของผู้เรียน